
ดีทอกซ์ความเครียดในที่ทำงาน
มองไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องเครียด ขนาดว่าโงหัวขึ้นจากโต๊ะ (ทำงาน) แค่นี้ก็เครียดแล้ว อะไรมันจะขนาดนั้นนะเนี่ย
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
มองไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องเครียด ขนาดว่าโงหัวขึ้นจากโต๊ะ (ทำงาน) แค่นี้ก็เครียดแล้ว อะไรมันจะขนาดนั้นนะเนี่ย แต่เชื่อมั้ยคนเครียดที่เขาเครียดจริงๆ และทุกข์ด้วยความเครียดนั้นมีจริงๆ เรื่องนี้มีหลักคิดง่ายๆ ในการควบคุมสติ ซึ่งเมื่อไตร่ตรองลงไปจะพบว่า เป็นตัวต้นเหตุของทุกความเครียดในชีวิตเรา ฮาวทูวันนี้เป็นฮาวทูแก้กลุ้ม ที่จะช่วยกำกับสติ สลายความเครียด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อคุณจะได้ทำงานอย่างมีความสุข
1.หยุดและนิ่งจิตใจเอาไว้
สติ เปรียบเสมือนศูนย์กลางการรับรู้ของความคิด อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมด การควบคุมสติ หรือกำหนดรู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร ทำอะไร แล้วทบทวนความคิด ความรู้สึก ก่อนที่จะปล่อยให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงต่างๆ รู้สติคือรู้ตัว หรืออย่างน้อยคือนิ่งและสงบจิตใจเอาไว้ สูดลมหายใจลึก แล้วกำหนดให้ตัวเองอยู่ในสถานะของผู้เฝ้าดู (เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น) เทคนิคง่ายๆ ของการตื่นรู้ ซึ่งระยะยาวจะช่วยพัฒนาจิตใจและความฉลาดทางอารมณ์
2.ขอเวลานอก
เมื่อมีสติดีขึ้น ต่อให้เกิดเหตุการณ์หรือตกอยู่ในสถานการณ์จวนเจียนต่อความรู้สึกเพียงไร ผู้มีสติมักได้สติเร็วกว่าผู้ที่ไม่เคยฝึก หรือไม่เคยแผ้วพานกับคำว่าสติเลย อีกเทคนิคสำคัญคือการขอเวลานอกให้ตัวเอง ทุกครั้งที่เกิดปัญหาหรือความขัดแย้งระหว่างคนในองค์กร ก่อนจะคิดอ่านหรือตัดสินใจลงมือในประการใดๆ ขอให้ขับความเครียดออกไปจากจิตใจก่อน ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นผ่อนคลายลมหายใจออกทางริมฝีปาก หายใจเข้าออกแบบไร้ตัวตน หรือไม่ต้องตัดสินใครอย่างน้อย 1020 นาที ก่อนจะกลับสู่สนามโหด วิธีนี้จะช่วยเคลียร์คัตสมอง หรืออย่างน้อยก็นำตัวเองออกจากสถานการณ์ได้ชั่วเวลาหนึ่ง คิดและตัดสินใจได้ดีกว่าตอนไร้สติ
สำหรับเทคนิคการหายใจเพื่อการดำรงสตินี้ ควรฝึกเป็นประจำให้ได้ทุกวัน โดยในช่วงเช้าก่อนเริ่มทำงาน ให้ฝึกหายใจขับพิษ อย่างน้อยเป็นเวลา 1020 นาที โดยนั่ง (หรือยืน) ในท่าสบาย หายใจเข้าให้ลึกที่สุด (ท้องพอง) กลั้นไว้นิดหนึ่ง แล้วเป่าลมหายใจออกทางปาก (ท้องแฟบ) กำหนดรู้แต่ลมหายใจ เสมือนหนึ่งว่าตัวเราเป็นภาชนะบรรจุความว่างเปล่า ในร่างกายมีเพียงลม (หายใจ) ที่ผลัดกันเข้าผลัดกันออก
3.คนที่ไม่ใช่ ก็ไม่ต้องอิน
ปัญหาของคนทำงานก็คือ เรามักให้ความสำคัญกับคนผิดคน บ่อยครั้งที่ต้องทนฟังเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่ใครบางคนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม พ่น (พิษ) ใส่เราได้เป็นชั่วโมงๆ บางทีมีภาคต่อ หมดวันไปแล้วนึกว่าจบเรื่อง ยังมีต่อวันถัดๆ ไปแบบไม่รู้จบ ชักชวนกวนเมืองให้เราต้องเสียเวลาทำสิ่งไร้ประโยชน์ เวลาเจอเพื่อนในที่ทำงานแบบนี้ มีสติรู้ตัวแล้วชิ่งทันที เสียเวลาเพราะคนที่ไม่ใช่ ไม่ต้องไปอิน รับทุกข์รับเรื่องไร้สาระ ทำให้เราเครียดโดยไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย
4.สะอาด สว่าง สงบ
3ส. ที่มีความสำคัญต่อชีวิตการทำงานของทุกคน พยายามจัดวางตัวเองไว้ในจุด หรือตำแหน่งของออฟฟิศ ที่มีบรรยากาศที่ดี สะอาด สว่าง สงบ แสงอาทิตย์ส่องถึง อากาศถ่ายเท ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค (เช่น ใกล้เครื่องพรินเตอร์ หรือเครื่องถ่ายเอกสาร หรือนั่งอยู่ใกล้แหล่งรวงรังของหนูหรือน้องสาป) รักตัวเองให้มาก คุณจะหาตำแหน่งที่มีครบทั้ง 3 ส.ได้เอง
5.รู้จักตัวเอง แก้ไขในสิ่งผิด แปรพลังเชิงบวก
วิธีเพิ่มศักยภาพของสมองและจิตใจมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการรับรู้อารมณ์ของตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการรู้จักตัวเอง รู้เป้าหมายในชีวิตของตัวเอง เพื่อให้การกระทำทุกอย่าง (ที่เราทำในชีวิตประจำวันทุกวันนี่แหละ) นำเราไปสู่ธงที่ปักไว้ ยกตัวอย่างผู้บริหารคนหนึ่ง เป็นคนมีความสามารถ แต่เวลาแสดงผลงานในที่ประชุมกลับทำได้ไม่ดี เมื่อถูกถามหรือขัดจังหวะก็ไปไม่เป็น ลืมเนื้อหาสำคัญๆ ที่เตรียมมาไปสิ้น ความตื่นเต้นทำให้การสื่อสารไม่ชัดเจน สื่อไม่ได้ตามใจประสงค์
แต่เมื่อเขาฝึกการรับรู้ร่างกายและอารมณ์ รวมทั้งการควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ ก็ทำให้การแสดงผลงานของเขาดีขึ้น นี่เป็นตัวอย่างของการแสดงศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น โดยอาศัยการฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น ด้วยสติ และสมาธิของตัวเองนั่นเอง







