posttoday
พลังแห่งความคิดที่ดี

พลังแห่งความคิดที่ดี

15 กรกฎาคม 2555

โดย...คุณสลิต

โดย...คุณสลิต

สังคมปัจจุบันมักเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญในเรื่องของวัตถุ การจะทำอะไรๆ แก้ปัญหาใดๆ ในชีวิต ก็คิดไว้ก่อนเลยว่าต้องใช้เงิน ตั้งแต่เรื่องผิดๆ เช่น การติดสินบนต่างๆ ไปจนถึงเรื่องดีๆ เช่น การทำบุญทำทาน แล้วผู้ที่ยากไร้จะดำเนินชีวิต จะทำความดีได้อย่างไร? ถ้าไม่มีเงินทอง

MQ วันนี้ จึงขอนำเรื่องราวในพระไตรปิฎก (ทฬิททสูตร) ซึ่งเป็นเรื่องบุพพกรรมของเทวดา ผู้ซึ่งเคยเป็นมนุษย์ที่จนลำบากอย่างมาก มาเล่าเป็นอุทาหรณ์ดังนี้

เมื่อครั้งเป็นมนุษย์เขาเกิดที่กรุงราชคฤห์ มีชื่อว่า สุปปพุทธะ ซึ่งแปลว่า “ทำคนนอนสบายให้ตื่น” เพราะเขาเป็นขอทาน พิการหูและจมูกแหว่งวิ่น ผมหงอกขาว เป็นโรคเรื้อน มีน้ำเหลืองไหล เนื้อตัวเป็นแผลอยู่เสมอ ตั้งแต่เป็นทารก เขาเป็นลูกของขอทาน ซึ่งเมื่อเกิดมามีความน่าเกลียดปานนั้นและยังนำความลำบากให้เกิดขึ้นแก่มารดา เพราะตั้งแต่เขามาเกิดก็ขอทานได้น้อยลง จนมากยิ่งขึ้น เมื่อโตพอจะอยู่เองได้มารดาจึงให้กระเบื้อง ถ้าเป็นแบบไทยๆ คงจะเป็นกะลาหรือขัน แล้วทิ้งไป ให้เขาอยู่ขอทานเลี้ยงชีพเอง เขานอนอยู่ตามตรอกร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดตลอดคืน ใครๆ ที่อยู่ในถนนนั้นเป็นไม่ได้นอน เพราะเสียงร้องคร่ำครวญของเขา

ความน่าสงสารและความยากจนของสุปปพุทธะ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่เกิดนั้น ก็เป็นเพราะอดีตกรรมของเขานั่นเอง ความจริงอดีตชาติเขาเกิดเป็นถึงพระราชา นับว่าเป็นผู้มีบุญผู้หนึ่งทีเดียว เขาเป็นพระราชาที่มีความรุ่งเรือง มีลาภยศไพร่พล แต่ครั้งหนึ่งมีพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง เขามาบิณฑบาตในเมืองนั้น มหาชนต่างก็ละความยำเกรงในพระราชา มองดูพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยความเคารพเลื่อมใส พระราชาเกิดความไม่พอพระทัย เพราะพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น ก็สวมจีวรคร่ำคร่า ทั้งยังชราภาพแล้ว แต่มหาชนกลับไม่สนใจเรา ไปสนใจท่าน ด้วยความริษยาและโกรธ พระราชาจึงทรงดำริว่า นี่ใครห่มผ้าขี้เรื้อนแล้ว ทรงถ่มเขฬะ (น้ำลาย) แล้วเสด็จหลีกไป

ด้วยกรรมอันนั้น ซึ่งเขาได้กระทำต่อพระปัจเจกพุทธเจ้า เขาตายจากมนุษย์แล้ว ไปเกิดในมหานคร และมารับวิบากกรรมที่เหลือ เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ คือ เป็นสุปปพุทธะ จึงได้ลำบากเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม แม้สุปปพุทธะจะไม่มีทรัพย์สินที่จะทำบุญได้ ทั้งยังเจ็บป่วยได้รับทุกขเวทนาตลอดเวลา เขาก็มีโอกาสทำความดี เมื่อวันหนึ่งพระพุทธเจ้า เสด็จมากรุงราชคฤห์ ชาวเมืองต่างนิมนต์พระศาสดาเพื่อถวายทานและฟังธรรม มีการสร้างมหามณฑปกลางเมือง ตั้งโรงทาน สุปปพุทธะก็ได้อานิสงส์ไปกับเขาด้วย เข้ามารับประทานข้าวต้มและอาหารต่างๆ เมื่อสุปปพุทธะได้รับประทานอาหารอันประณีต จิตใจก็มีอารมณ์เป็นหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าทรงกระทำอนุโมทนาแล้ว ทรงแสดงธรรม นายสุปปพุทธะซึ่งก็นั่งอยู่แถวนั้น ส่งจิตไปตามกระแสพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ณ ที่นั้นเอง

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จกลับ สุปปพุทธะก็ถือกระเบื้อง ยันไม่เท้า เดินกลับที่อยู่ของตน ระหว่างทางถูกแม่โคขวิดตาย

เขาไปเกิดเป็นเทวดาชั้นดาวดึงส์ มีความรุ่งเรืองอย่างยิ่งด้วยรัศมีและยศ เป็นที่กล่าวขวัญของเทวดาทั้งหลาย ว่า เทพบุตรนี้เมื่อเป็นมนุษย์ เป็นผู้ขัดสนยิ่งนัก จึงมาถามท้าวสักกะว่า เพราะเหตุใดเขาจึงรุ่งเรืองเช่นนี้ ท้าวสักกะจึงได้อธิบายถึงเหตุผลว่า เพราะเมื่อเป็นมนุษย์ได้ฟังธรรมแล้ว เขามีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ในพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าประกาศแล้ว (เขามีความมั่นคงยิ่งในธรรมเหล่านั้น เพราะท่านได้บรรลุเป็นพระโสดาบันแล้ว) เมื่อตายจึงอุบัติในสวรรค์ได้รับความรุ่งเรืองเช่นนี้ เพราะผลบุญนั้น

เทวดา (อดีต คือ สุปปพุทธะ) นั้น ได้กล่าวคาถาไว้ต่อเทวดาทั้งหลายว่า

บุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระตถาคต

มีศีลงามที่พระอริยเจ้าพอใจสรรเสริญ

มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์และมีความเห็นตรง

บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคลนั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน

ชีวิตของบุคคลนั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะเหตุนั้น

บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

พึงประกอบเนืองๆ ซึ่งศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และความเห็นธรรมเถิด

ความดีของสุปปพุทธะนั้นไม่ได้ใช้เงินทองเลย ใช้แต่ความคิด ความตั้งใจที่ดีเท่านั้น...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท