
ดารา มหาสมุทร สยาม
เชื่อว่าวัยรุ่นกรุงเทพฯ เกือบทุกคนเคยไปสยามสแควร์ แหล่งรวมวัยรุ่นตั้งแต่ครั้งยังมีน้ำพุจนกระทั่งตอนนี้น้ำพุหายไป
โดย...นายท่องเที่ยว
เชื่อว่าวัยรุ่นกรุงเทพฯ เกือบทุกคนเคยไปสยามสแควร์ แหล่งรวมวัยรุ่นตั้งแต่ครั้งยังมีน้ำพุจนกระทั่งตอนนี้น้ำพุหายไป แต่มีน้ำทะเลใต้ดินที่สยามพารากอนแทน จำได้ว่าครั้งแรกที่สยามโอเชี่ยนเวิลด์เปิดให้บริการ สร้างความตื่นเต้นให้แก่คนไทยไม่มากก็น้อย เพราะมันเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมอยู่ใต้ศูนย์การค้าพารากอนที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้รักแบรนด์เนมไม่น้อยเช่นกัน
ใต้ตึกที่คุณกำลังช็อปปิ้งอยู่นั้น มีฉลามและสัตว์มีพิษอื่นๆ ในป่าดิบชื้นกำลังใช้ชีวิตในพื้นที่ส่วนตัวโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีชิ้นเนื้อนับร้อยกำลังเดินซื้อของอยู่ชั้นบน เหล่าสัตว์น้ำอาศัยอยู่ในน้ำที่มีปริมาณกว่า 4 ล้านลิตร หรือเทียบเท่ากับสระโอลิมปิก 3 สระ พื้นที่ทั้งหมดมีขนาดกว่า 1 หมื่นตารางเมตร หรือเท่ากับสนามฟุตบอล 2 สนามรวมกัน ภายในแบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ โซนแปลกประหลาดและมหัศจรรย์ ที่คุณจะเห็นปลาใช้หัวเดินต่างเท้า หรือปลารูปร่างประหลาดจนคนมองไม่รู้ว่ามันคือปลา โซนแนวปะการัง โชว์ปลาและปะการังในแทงก์ที่สูงถึง 8 เมตร โซนกฎเหล็กเพื่อการอยู่รอด โซนที่ทำให้เราเห็นสัจธรรมของชีวิต ถ้าเราไม่ปรับตัว เราก็จะอยู่ไม่รอด ดังเช่นสัตว์เล็กที่มีพิษรอบตัวเพื่อป้องกันตัวจากผู้ล่าขนาดใหญ่
โซนป่าดิบชื้น เรียนรู้ความซับซ้อนของระบบนิเวศวิทยาของป่าเขตร้อนชื้นและสัตว์น้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โซนชีวิตสุดขอบขั้ว สัตว์ขั้วโลกอย่างเพนกวินจะโชว์ลีลาเล่นกับมนุษย์อย่างเคยชิน โซนมหาสมุทรสุดกว้าง โซนไฮไลต์ด้วยอุโมงค์น้ำ 270 องศา ได้เห็นชีวิตผู้ล่าและเหยื่อที่อาศัยอยู่ร่วมกัน และโซนสุดท้าย แมงกะพรุน ที่นำเสนอผ่านเทคโนโลยีทำให้แมงกะพรุนเรืองแสงลอยอยู่ในน้ำทะเลสีดำ
สัตว์แต่ละชนิดอยู่หลังกระจกหนาพิเศษ ด้านในจัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงมากที่สุด บางตู้เป็นทรงยาวทำให้เห็นปลาที่อาศัยอยู่ตามน้ำลึก น้ำตื้น หรือตามแนวปะการัง แต่ละชนิดก็มีลักษณะต่างกันแล้วแต่สภาพที่มันอยู่ เห็นชีวิตของพวกปลาแล้วก็คิดถึง “คน” เกล็ดปลาต่างกันก็เหมือนสีผิวต่างกัน สีหางต่างกันก็เหมือนสีผมต่างกัน แต่ปลามันอยู่ร่วมกันได้ ไม่เหมือนคนที่ต้องฆ่าให้เหลือแต่พวกตน
นอกจากอะควาเรียมที่นำไปใส่ใต้ดินแล้ว ย่านสยามยังมีดาราฮอลลีวูดและบุคคลสำคัญของโลกยืนยิ้มจนเหงือกแห้งอยู่ใน มาดาม ทุซโซ่ (Madame Tussauds Bangkok) ในห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ สถานที่แสดงหุ่นขี้ผึ้งของมาดาม ทุซโซ่ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้ง เจย์โชว์ เพิ่มเติมจำนวนหุ่นที่มีอยู่แล้ว ทั้งท่านสุนทรภู่ อองซานซูจี โอบามา จอห์นนี เดปป์ เลดี้ กากา เคน ธีรเดช บี้ สุกฤษฎิ์ รวมทั้ง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยที่ข้อพระหัตถ์ได้สวมใส่สร้อยข้อพระหัตถ์ (สร้อยข้อมือ) ของจริงที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเคยใส่ด้วย
กระบวนการกว่าจะได้หุ่นหนึ่งตัวเป็นเรื่องยุ่งยาก โดยหุ่นทุกตัวถูกส่งมาจากฝรั่งเศส สร้างหุ่นจากรายละเอียดและรูปภาพทุกมุมของบุคคลที่จะปั้น ทั้งสีผิว ดวงตา ฟัน เส้นผม ริ้วรอย และตำหนิทุกจุดตามตัวจริงทุกประการ ส่วนสำนักงานในไทยจะเป็นส่วนซ่อมบำรุง ซึ่งมีให้ซ่อมแซมทุกวัน เพราะหุ่นทุกตัว (ยกเว้นหุ่นของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) สามารถจับและกอดได้ เพราะมาดามทุซโซ่เข้าใจว่าคนทั่วไปก็อยากถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดกับคนที่รักที่ชอบ แม้ว่าจะเป็นแค่หุ่นก็ตาม
ในมาดาม ทุซโซ่ จะมีห้องๆ หนึ่งซึ่งอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะทุกอย่างในห้องนั้นห้ามถ่ายรูปและบางอย่างเป็นความลับระหว่างมาดาม ทุซโซ่ และบุคคลที่เป็นแบบ พอดีฉันมีโอกาสเข้าไปในห้องนั้นในฐานะนักข่าว ซึ่งก็ไม่มีสิทธิถ่ายภาพ แต่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด
ภายในห้องจะมีอะไหล่อวัยวะ โดยหุ่นหนึ่งตัวจะมีแขนสำรองประมาณ 23 แขนรองรับการชำรุด มีผู้ชำนาญการด้านต่างๆ ซึ่งแต่ละคนก็มีหน้าที่เดียว อย่างคนลงสีผิวก็ทำแค่สีผิว คนทำเส้นผมก็ทำเพียงเส้นผม ซึ่งการทำเส้นผมนี้มีความน่าสนใจ เพราะคนซ่อมต้องแก้ด้วยการติดเส้นผมจริงๆ “ทีละเส้น” ลงบนศีรษะ
ส่วนรายละเอียดของแต่ละคนจะเก็บไว้ในแฟ้มที่เป็นความลับสุดยอด เพราะภาพในคัมภีร์นั้นคือหน้าตาจริงไร้เครื่องสำอาง และตำหนิต่างๆ ที่คนทั่วไปไม่ทราบ
สยามโอเชี่ยนเวิลด์ และมาดาม ทุซโซ่ สร้างความน่าประทับใจจากความคิดดั้งเดิมที่คิดไปเองเมื่อเดินผ่าน แต่การตัดสินใจเข้าไปชมมันต้องชั่งใจกับราคาตั๋วที่ถือว่าแพงสำหรับคนไทย วัยรุ่นสยามสแควร์จึงได้แต่อยาก แต่ไม่ได้ต่อคิวซื้อตั๋วเหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่คิดมากเวลาจับจ่าย
แต่อย่างไรก็ตาม ของดีในเมืองไทย คนไทยก็น่าหาโอกาสไปดู ลองติดตามว่าช่วงไหนมีโปรโมชันที่พอจ่ายได้ หรือช่วงไหนอยากให้ของขวัญตัวเอง ถ้าโอกาสประจวบเหมาะแล้วลองไปดูสักครั้ง







