posttoday
สังคมคาร์บอนต่ำกับอนาคตด้านพลังงานของอียู

สังคมคาร์บอนต่ำกับอนาคตด้านพลังงานของอียู

14 กรกฎาคม 2555

ปัญหาโลกร้อนเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเข้าใจดีว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนทั้งโลก

โดย...ทีมงานโลก 360 องศา

ปัญหาโลกร้อนเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเข้าใจดีว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนทั้งโลก แต่ก็ใช่ว่าทุกประเทศจะมีความจริงจังในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ นั่นก็อาจเป็นเพราะว่าบางประเทศยังไม่มีความพร้อมทั้งด้านกำลังทรัพย์ กำลังคน และขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ แต่สำหรับสหภาพยุโรปแล้ว เรื่องของสภาวะโลกร้อนถือเป็นประเด็นสำคัญ ที่มักจะมีผลทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และนโยบายด้านการค้า

สินค้าเกือบทุกชนิดที่จะส่งออกมายังสหภาพยุโรป มักจะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็มีอยู่มากมายหลายมาตรฐานด้วยกัน แต่เกือบทั้งหมดก็จะมีเป้าหมายมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน คือ พยายามให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภคจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในกระบวนการผลิต การขนส่ง และการจำหน่ายสินค้า โดยจะต้องดำเนินการในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ประเทศมหาอำนาจที่เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก ต่างแสดงบทบาทผู้นำในการร่วมป้องกันและลดปัญหาโลกร้อน เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีศักยภาพทางด้านเงินทุนที่จะสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งประเทศเหล่านั้นมีอำนาจต่อรองที่จะกำหนดให้ประเทศคู่ค้าของตนดำเนินตามนโยบายของตน โดยการกำหนดเป็นมาตรฐานการค้าหรือมาตรฐานอุตสาหกรรม เนื่องจากสหภาพยุโรปเป็นตลาดใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองสูงกับประเทศคู่ค้า ดังนั้นนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปจึงเป็นประเด็นสำคัญที่นานาประเทศต่างจับตามองและจำเป็นจะต้องปรับตัวตาม หรือเตรียมตัวรับมือกับการปรับเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้น

สังคมคาร์บอนต่ำกับอนาคตด้านพลังงานของอียู

สาเหตุสำคัญที่หลายฝ่ายจะต้องเตรียมตัวปรับตามนโยบายของสหภาพยุโรป นั่นก็เป็นเพราะอำนาจในการต่อรองกับผู้ผลิต ซึ่งบางครั้งจะส่งผลต่อกลไกการตลาด เช่น นโยบายส่งเสริมสินค้าเกษตรอินทรีย์ก็ทำให้เคมีต่างๆ ลดปริมาณลง ทำให้มีผลต่อวิธีทำการเกษตรของหลายประเทศ หรือแม้แต่นโยบายส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็ทำให้รถยนต์อีโคคาร์เป็นที่นิยม ซึ่งก็จะมีผลต่อธุรกิจของผู้ประกอบการรถยนต์ทั่วโลก จึงทำให้ทุกวันนี้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของสหภาพยุโรป ได้ส่งผลต่อนโยบายหลายด้านของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน และถึงแม้ว่านโยบายบางเรื่องจะเป็นเพียงแนวคิด แต่ก็มีความจำเป็นที่เราควรทำความเข้าใจและให้ความสำคัญ

สังคมคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Society คืออีกหนึ่งแนวคิดสำคัญในการกำหนดทิศทางให้ผู้คนในสังคมหันมาร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากกิจกรรมในการดำรงชีวิตปกติ ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกได้อยู่ร่วมกันในสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อสมาชิกมีความตระหนักถึงคุณภาพชีวิตที่เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำแล้ว ผู้คนก็จะเลือกใช้เทคโนโลยีและพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับระบบนิเวศมากที่สุด

ปัจจุบันแนวคิดสังคมคาร์บอนต่ำได้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาพลังงานของประเทศในสหภาพยุโรป ถึงแม้ว่าแต่ละประเทศจะมีนโยบายด้านพลังงานเป็นของตนเอง แต่ประเทศสมาชิกทั้งหมดก็จะถูกกำหนดด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวอย่างที่สำคัญ เช่น ประเทศเยอรมนีและโปแลนด์ เป็นประเทศที่มีทรัพยากรถ่านหินอยู่จำนวนมาก ก็พยายามพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่เรียกว่า เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอน ในขณะเดียวกันก็พยายามส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น พลังงานจากลมและแสงอาทิตย์ควบคู่กันไป แต่อย่างไรก็ตามที หลายๆ ประเทศก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนจากนิวเคลียร์ได้ในทันที อย่างเช่นกรณีของประเทศเยอรมนีที่เคยประกาศยุติการพึ่งพาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ก็ยังไม่สามารถปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกโรงได้ในทันที จึงต้องพิจารณายืดอายุโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ออกไปอีก 28 ปี จนกว่าพลังงานทางเลือกจะมีศักยภาพพอที่จะเข้ามาแทนที่พลังงานจากนิวเคลียร์ได้

สังคมคาร์บอนต่ำกับอนาคตด้านพลังงานของอียู

ในขณะที่ประเทศฝรั่งเศสยึดมั่นและพึ่งพาไฟฟ้าจากนิวเคลียร์มาโดยตลอด เพราะมีการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี อีกทั้งการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ก็ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนแม้แต่น้อย ซึ่งอันที่จริงแล้วการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ถือว่าเป็นกำลังสำคัญในการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เพราะ 1 ใน 3 ของปริมาณไฟฟ้าในสหภาพยุโรปก็ล้วนแล้วมาจากนิวเคลียร์ แต่ด้วยเหตุที่มีประชาชนบางกลุ่มยังไม่ยอมรับ ทำให้นิวเคลียร์มีบทบาทอยู่เบื้องหลังเท่านั้น ในขณะที่พลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติมักจะถูกนำเสนอได้อย่างเปิดเผยและภาคภูมิยิ่งกว่า

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปพยายามพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนแนวคิดของการลดปริมาณก๊าซคาร์บอน ซึ่งรัฐบาลของแต่ละประเทศก็ใช้งบประมาณสนับสนุนและวิจัยจำนวนมหาศาล ทำให้ได้ชนิดของพลังงานทางเลือกใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ตามพลังงานทางเลือกเหล่านั้นก็ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องมีการพัฒนาอีกมาก อีกทั้งรูปแบบของพลังงานทางเลือกบางชนิดยังไม่สามารถนำไปขยายผลต่อได้ในประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ต่างออกไป จึงเป็นสาเหตุทำให้การผลิตพลังงานไฟฟ้ายังคงต้องพึ่งพิงแหล่งพลังงานแบบเดิมๆ จำพวกก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ถ่านหิน และนิวเคลียร์ ดูเหมือนว่าแผนพัฒนาพลังงานของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ยังคงมีเป้าหมายหลักที่จะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนเหมือนเดิม และสังคมคาร์บอนต่ำก็ยังคงเป็นเป้าหมายปลายทางที่ประเทศกลุ่มนี้พยายามผลักดันไปให้ถึง แต่วิธีการอาจเปลี่ยนไปจากทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งในยุคนั้นคือการแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เพื่อมาแทนที่พลังงานแบบเดิม แต่ในวันนี้แผนพัฒนาพลังงานของสหภาพยุโรป เปิดกว้างสำหรับแหล่งพลังงานแบบเดิมๆ ที่มีการปรับเทคโนโลยีให้สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น รวมถึงพลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่เช่นเคย เพราะนิวเคลียร์ยังคงมีจุดเด่นที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอน และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในบรรดาแหล่งผลิตไฟฟ้าทุกชนิด

จากผลสำรวจเมื่อต้นปีของกลุ่มอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ “Forum Nucleaire” พบว่าชาวเบลเยียมกว่าร้อยละ 58 ต้องการให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในแผนพลังงานต่อไป และอีกร้อยละ 62 สนับสนุนให้ใช้พลังงานนิวเคลียร์ ดังนั้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์จึงได้มีการพัฒนาแผนแม่แบบ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ที่เรียกว่า SNETP หรือ Sustainable Nuclear Energy Technology Platform ทั้งยังมีการนำเสนอทิศทางด้านพลังงานของกลุ่มสหภาพยุโรป ภายใต้ชื่อว่า “Gnther Oettinger” ซึ่งเป็นแผนกำหนดทิศทางพลังงานฉบับล่าสุด ที่มีการเปลี่ยนเป้าหมายหลักในการลดก๊าซคาร์บอน ด้วยการใช้พลังงานที่หลากหลายร่วมกัน รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วยเช่นกัน ด้วยประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้ในระยะยาว

สังคมคาร์บอนต่ำกับอนาคตด้านพลังงานของอียู

อีกทั้งกระบวนการผลิตไฟฟ้าที่มีค่าการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ Zero Emission ทำให้สหภาพยุโรปยังไม่ตัดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกจากทางเลือก ณ เวลานี้

สังคมคาร์บอนต่ำเป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน แต่กว่าที่จะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องยอมรับว่าต้องอาศัยความร่วมมือแล้วก็ความร่วมใจของทุกๆ ฝ่าย ณ วันนี้อียูเองก็กำลังเผชิญกับความท้าทายระหว่างการผสมผสาน หรือว่าการสร้างสมดุลของการเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของโลก คงต้องติดตามกันต่อไปในอนาคตว่า อียูจะสามารถจัดการเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้สำเร็จและลุล่วงหรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท