
ตำแหน่งมงคลของบ้านตามตำราจีน
คนไทยมีความเชื่อที่ยึดถือปฏิบัติติดต่อกันมาว่า หากใครจะทำการย้ายบ้าน
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
คนไทยมีความเชื่อที่ยึดถือปฏิบัติติดต่อกันมาว่า หากใครจะทำการย้ายบ้าน นอกจากจะต้องดูฤกษ์ดูยามวันมหามงคลแล้ว สิ่งของหรือสัมภาระแรกสุดที่จะถือข้ามธรณีประตู คือ พระพุทธรูปหรือตัวแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกการเลือกห้องหรือตำแหน่งที่จะเป็นห้องพระก็สำคัญไม่น้อย โดยกฎเกณฑ์ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้ว ถือเป็นสุดยอดทำเลมงคลที่สุดภายในบ้าน เป็นจุดแรกสุดที่จะต้องคำนึงถึงเมื่อจะทำการย้ายเข้ามา
ห้องพระหรือแท่นบูชา เป็นสัญลักษณ์แทนความอยู่เย็นเป็นสุขและความเจริญรุ่งเรือง การเลือกห้องหรือตำแหน่งวางหิ้งพระหรือแท่นบูชา จะต้องพิจารณาให้อยู่ในขอบข่ายที่ไม่ส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยโดยรวม ด้วยการเลือกเฟ้นและศึกษาตำแหน่งที่เป็นมงคลภายในบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วน ตามตำราจีนโบราณนั้นระบุว่า ตำแหน่งมงคลของแต่ละบ้านจะเคลื่อนย้ายตามปีนักษัตร ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เจ้าของบ้านจะต้องย้ายตำแหน่งตามทุกปีไปด้วย ซึ่งผิดหลักการฮวงจุ้ย เพียงแต่ให้พิถีพิถันกับการหาตำแหน่งมงคล
ในขั้นนี้อาจต้องอาศัยผู้รู้ชี้แนะ หรือใครที่มีมานะ จะศึกษาเองจากหนังสือปฏิทินโหราศาสตร์สำเร็จรูปก็ได้ จะมีรายละเอียดระบุฤกษ์ยามที่เป็นมงคลไว้อย่างละเอียด สำคัญคือต้องยึดถือเอาปีที่ทำการเข้าครั้งแรกเป็นเกณฑ์ว่า ปีนั้นๆ ตำแหน่งมงคลของบ้านอยู่ ณ ตำแหน่งใดตามปีนักษัตร
ตำแหน่งมงคลตามตำราโบราณ เป็นตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีความเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ปราศจากสิ่งรบกวน รอดพ้นจากความอึกทึกครึกโครม และต้องไม่อยู่ในจุดที่จะถูกเคลื่อนย้ายบ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่เป็นหัวข้อเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรระวังอย่างยิ่งสำหรับการตั้งหิ้งหรือแท่นบูชา หรือป้ายชื่อศักดิ์สิทธิ์ในสังคมจีน เช่น ห้ามตั้งไว้ด้านข้าง และด้านหน้าของประตูห้องครัว หรือตั้งพิงไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องส้วม
พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นของสูง ขณะที่ห้องส้วมถือเป็นสถานที่รวมความโสโครก มากด้วยสิ่งสกปรก การตั้งหิ้งหรือป้ายในตำแหน่งเหล่านี้ เปรียบได้กับการไม่เคารพ ลบหลู่ดูแคลน ขณะที่การวางตำแหน่งใต้ขื่อและภายในห้องนอน ก็ถือเป็นข้อห้ามเช่นเดียวกัน โดยหลักฮวงจุ้ยแล้ว ห้องพระ หิ้งพระ จะต้องอยู่ในตำแหน่งทิศทางที่ตรงกันข้ามกับห้องนอน โดยเฉพาะทิศทางของหัวนอน จะต้องไม่หันไปในทิศทางเดียวกับพระ เพราะถือเป็นทิศของภูตผีวิญญาณ
นอกจากนี้ ข้อห้ามอีกหนึ่ง คือ ห้ามไม่ให้หันหิ้งบูชาหรือป้ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ตรงกับประตูห้องเด็ก
ต่อไปจะขอให้ช่วยกันพิจารณาวิถีปฏิบัติของคนไทยกับคนจีนเปรียบเทียบกันกับหลักเกณฑ์ของฮวงจุ้ย จะพบว่าประเพณีนิยมที่ยึดถือปฏิบัติในสังคมไทยดูเหมือนจะเจ้าหลักเกณฑ์เป็นที่สุด เพราะการบูชาพระของคนไทยเน้นที่ตัวแทนของพระศาสดา คือ พระพุทธรูปและพระธรรมคำสั่งสอน ฉะนั้นคนไทยค่อนข้างให้ความสำคัญกับห้องพระและหิ้งพระเป็นพิเศษ (รวมทั้งศาลเจ้าด้วย) หากบ้านใดที่มีฐานะ ก็จะมีห้องพระเป็นสัดส่วน บางบ้านมีพื้นที่จำกัดอาจเลือกมุมสงบในตำแหน่งมงคลสำหรับตั้งหิ้งพระและมีพื้นที่พอที่จะให้กราบไหว้ทำวัตรสวดมนต์และนั่งสมาธิ
ส่วนการบูชาเจ้า คนไทยนิยมตั้งศาลพระภูมิไว้หน้าบ้าน หรือข้างบ้านแล้วแต่ชัยภูมิที่มงคลเหมาะสม ขณะที่คนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่มักตั้งหิ้งบูชาพระปะปนกับการบูชาเจ้า ส่วนใหญ่ตั้งไว้ตรงกับประตูใหญ่ของบ้าน เพราะหลงคิดว่าพระโพธิสัตว์ประทับอยู่ตรงกับประตู ซึ่งจะทำหน้าที่เฝ้ารักษาประตูบ้าน ป้องกันไม่ให้ภูตผีปีศาจร้ายรุกล้ำกล้ำกรายเข้ามา
หารู้ไม้ว่า การตั้งแท่นบูชาหน้าประตูใหญ่นั้น ผิดหลักฮวงจุ้ยอย่างแรง!
เพราะประตูนั้นเป็นทวารของการรับพลังปราณที่คอยดูดซับพลัง 4 ประเภทเข้ามาในบ้าน คือ พลังปราณกำเนิด พลังปราณแห่งโชค พลังปราณแห่งความเสื่อม และพลังแห่งความล้มเหลว สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กันกับเทพหรือพระโพธิสัตว์ ที่เจ้าของบ้านสักการบูชา บางองค์ที่ไม่เหมาะแก่การบูชาในบ้าน ไม่ควรวางไว้ในตำแหน่งหน้าประตู โดยเฉพาะในตำแหน่งการรับพลังปราณ เพราะแทนที่บ้านนั้นจะได้รับพลังปรานกำเนิดและพลังปรานแห่งโชค ก็อาจจะกลายเป็นว่าได้พลังปราณแห่งความเสื่อมหรือพลังแห่งความล้มเหลวแทน
หลักการวางตำแหน่งมงคลของบ้านที่ถูกต้องจะเป็นอย่างไร โปรดคอยติดตามในฉบับต่อๆ ไป







