posttoday
น่ารักอบอุ่นแบบครอบครัววรกิจโภคาทร

น่ารักอบอุ่นแบบครอบครัววรกิจโภคาทร

08 กรกฎาคม 2555

เห็นจากภาพแล้วดูเหมือนว่าเขาทั้งคู่น่าจะเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน

โดย...กันย์

เห็นจากภาพแล้วดูเหมือนว่าเขาทั้งคู่น่าจะเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน แต่แท้ที่จริงแล้วหนุ่มสาวคู่นี้เขาแต่งงานกันมานานถึง 10 ปีแล้ว แต่บังเอิญยังไม่มีลูกก็เลยเป็นครอบครัวขนาดเล็กๆ ที่มีเพียงเขาและเธอสองคน ฝ่ายสามี ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร เป็นรองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารความเสี่ยง กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ส่วนภรรยาคือ กิติยา ทำธุรกิจส่วนตัว

บทแรกเริ่มของความสัมพันธ์ของเขาและเธอนั้น เริ่มจากที่ทั้งคู่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ เป็นเพื่อนร่วมสถาบัน ความสัมพันธ์จากเพื่อนค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาอย่างแนบแน่น จนถึงวันนี้กว่า 13 ปีแล้ว ดร.รักษ์ บอกว่า การที่เรารู้จักเป็นเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาก่อนเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราไม่ต้องสร้างภาพ ทุกอย่างแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง อะไรดี อะไรไม่ดี เราได้รับรู้กันมาก่อน ไม่ต้องเสแสร้งต่อกัน

“เพราะความเป็นเพื่อนมันเป็นบทเริ่มต้นที่ดี พอเปลี่ยนมาเป็นคู่ชีวิต เราก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรกันมาก เพราะเราเรียนรู้กันมาแล้ว รู้นิสัยใจคอกันดี ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เริ่มจากความเป็นเพื่อนแล้วมาเป็นแฟน ผมคิดว่าดีนะครับ แล้วเราแต่งงานกันมา 10 ปีนี่ก็ถือว่ามีแต่เรื่องดีๆ กันมาตลอด ยังหวานกันอยู่เลย” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

น่ารักอบอุ่นแบบครอบครัววรกิจโภคาทร

 

แม้ว่าเขาทั้งคู่จะยังไม่มีลูก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ขาดหายอะไรไป เพราะทั้งคู่สามารถเติมเต็มกันได้ตลอดเวลา เราอยู่กันได้อย่างดี สองคนต่างคนต่างมีงานทำ มีกิจวัตรประจำวันที่แน่น ไม่มีเวลาว่างมาให้เสียดายอะไร ดร.รักษ์ บอกว่า เขาอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้คุมอะไร ถ้ามาก็มาเอง เรายินดีต้อนรับเสมอ แต่ถ้ายังไม่มาก็รอได้ ไม่ได้ไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไร ก็มีผู้ใหญ่ที่นับถือถามด้วยความห่วงใยว่าไม่มีลูกแก่ตัวจะลำบากไม่มีใครดูแล แต่เขาและภรรยาก็เตรียมรับมือเรื่องนี้ไว้อย่างดี ด้วยการเก็บออมลงทุนวางแผนหลังเกษียณไว้อย่างรัดกุม ถึงแม้ว่าจะมีลูกเราก็ไม่หวังจะพึ่งเขาอยู่แล้ว คนเราควรจะยืนด้วยขาของตัวเองให้มากที่สุดดีกว่า ด้วยการเก็บเงินไว้ใช้ยามแก่ ยามเจ็บป่วยให้เพียงพอ

เขากล่าวว่า ทุกวันนี้เราให้เวลากว่า 80% ไปกับเรื่องงาน อีก 20% ให้กับครอบครัว ถ้าวันหยุดเราก็แบ่งให้เป็นเวลาของครอบครัวอย่างเต็มที่ไปเที่ยว ไปกินข้าวนอกบ้าน ไปเดินเล่น ไปบ้านพ่อแม่ เราชอบไปแสวงหาของอร่อยรับประทานกัน และปีละครั้งที่เราจะมีวันหยุดยาวๆ ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ดูแลกันไปตามอัตภาพ อะไรที่เขาไม่ชอบก็พยายามไม่ทำ ไม่ขัดใจกันโดยไม่จำเป็น

ที่สำคัญปีละ 1 ครั้งที่เราจะเก็บเวลาไปทำบุญด้วยกันยาวๆ 78 วัน เช่น ไปปฏิบัติธรรม หรือเดินสายทำบุญในต่างจังหวัดด้วยกัน เพราะคิดว่าชาวพุทธที่ดีควรจะได้ทำบุญปฏิบัติธรรมบ้าง เพื่อบุญจะได้รักษาและเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาต่อไป การที่เรามีธรรมะในหัวใจจะทำให้เราอ่อนโยน ใจเย็น รู้จักให้อภัยมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อชีวิตการทำงานและชีวิตคู่ของเราทั้งสองคน อย่างน้อยก็ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น แบบว่าทางโลกก็ไม่ให้ช้ำ ทางธรรมก็ไม่ให้เสื่อม ให้ชีวิตราบรื่นเดินสายกลางแบบที่พุทธองค์สอนไว้

“ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาใด หากมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เราก็จะมีไม้ค้ำชีวิตให้มั่นคงแข็งแรงในจิตใจ” ดร.รักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท