posttoday
ปุ๋ยชีวิต

ปุ๋ยชีวิต

08 กรกฎาคม 2555

ต้นไม้จะเติบใหญ่ เจริญงอกงาม ให้ดอกผลเป็นที่ชื่นใจ นอกจากเรื่องของสภาพอากาศแล้ว สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งก็คือ “ปุ๋ย”

โดย...วีรณัฐ โรจนประภา www.kidmai.com , www.facebook.com/kidmai

ต้นไม้จะเติบใหญ่ เจริญงอกงาม ให้ดอกผลเป็นที่ชื่นใจ นอกจากเรื่องของสภาพอากาศแล้ว สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งก็คือ “ปุ๋ย”

โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ที่ควรสนับสนุนให้ใช้กันให้มาก เพราะใช้แล้วทุกอย่างกลับคืนสู่สมดุล ไม่สร้างผลกระทบข้างเคียงตามมา ขณะที่ปุ๋ยอนินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมี แม้เบื้องต้นอาจดูเหมือนเป็นยาวิเศษ เสกให้ผลผลิตงอกเงยได้ทันใจ แต่ท้ายสุดแล้วผลที่กระทบต่อดิน ต่อน้ำ ต่ออากาศ ล้วนไม่คุ้มค่าต่อการใช้

โชคดีที่ปัจจุบันกระแสเรื่องนี้เหมือนจะพอปลุกขึ้น เหลือเพียงการบริหารปัจจัยด้านอื่น โดยเฉพาะด้านหนี้สินของเกษตรกรให้ดี อย่าให้เขาต้องตัดใจใช้ปุ๋ยเคมีเพียงเพื่อแก้ปัญหาหนี้เฉพาะหน้า

เคยอ่านงานวิจัยหลายชิ้น เคยคุยกับนักวิชาการหลายท่าน และเคยสัมผัสกับชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรโดยตรงอีกหลายโอกาส ผมมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรเพื่อนเรานั้น ล้วนรู้อยู่ว่าปุ๋ยอินทรีย์ดีอย่างไร ปุ๋ยเคมีแพงและทำร้ายพวกเขาแค่ไหน แต่ทั้งๆ ที่รู้ก็จำต้องใช้

ถามว่าเพราะอะไร ?.......

คำตอบตรงเป้าแบบเปรี้ยงแสกหน้าเลยก็ต้องบอกว่า เพราะ “ดอกเบี้ย” ที่โตเร็ว โตไว และงอกงามในทุกสภาพอากาศนั่นแหละครับ

ดอกทบต้น ต้นก่อดอก ทวีขึ้นจนพวกเขาไม่สามารถที่จะรอให้ปุ๋ยอินทรีย์ปรับสภาพดิน ซึ่งใช้เวลาหลายปีได้ ทั้งยังจำต้องเร่งรัดผลผลิตแบบฝืนธรรมชาติ ต้องปกป้องคุ้มกันภัยจากแมลงต่อพืชผลของพวกเขาด้วยยาฆ่าแมลงอย่างเด็ดขาด เพราะหากพืชโตไม่ทัน ออกมากไม่พอ มีแมลงมากัดกิน นั้นหมายถึงชีวิตของเขา ของครอบครัว อนาคตของลูกๆ เขาสูญสลายไปด้วย

สำหรับวิธีการแก้ปัญหานั้น ผมก็คงบอกว่าไม่ยากหาก “กล้า” ที่จะทำ กล้าที่จะทิ้งประโยชน์จากบริษัทผลิตปุ๋ยเคมีต่างๆ ที่บริษัทต่างชาติเขาพยายามผลักดัน พยายามผูกติดชีวิตประชาชนของเราให้พึ่งพิงสินค้าเขาจนดิ้นไม่หลุด ส่วนเรื่องเวลาที่ต้องให้ดินปรับตัวนั้น รัฐบาลเราสามารถออกนโยบายพักชำระหนี้ได้อยู่แล้ว เห็นหาเสียงกันทีก็มีนโยบายนี้ออกมาเรียกคะแนนอยู่บ่อยๆ จะใช้อีกสักครั้งเพื่อช่วยให้เกษตรกรของเราหลุดออกจากวังวนของเคมีอย่างยั่งยืนทำไมจะทำไม่ได้

เขียนถึงปุ๋ยชั้นดีตามธรรมชาติแล้ว ทำให้นึกย้อนถึงมนุษย์ที่ก็อยู่กับปุ๋ยชั้นดี แต่หลายคนกลับไม่รู้ค่าของมัน...

ของเน่าเสียเป็นปัจจัยชั้นเลิศในการเติบใหญ่ของต้นไม้อย่างไร ของเน่าเสียนี้เช่นกันที่เป็นปัจจัยสำคัญในความเจริญขึ้นของมนุษย์

ไม่ได้ให้คนไปบริโภคของบูดเน่านะครับ

กำลังสื่อของเน่าเสีย ของน่ารังเกียจ ที่มนุษย์ขยะแขยงอยากไปให้พ้น แต่เป็นในมิติของนามธรรมนั่นก็คือ “ความทุกข์”

ความทุกข์ อุปสรรค สภาพไม่น่าอภิรมย์ทั้งหลายทั้งปวงนี่เองที่เปรียบเสมือน “ปุ๋ยชีวิต” ที่จะช่วยให้ชีวิตเรางอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้าวกระโดด แข็งแรง ผลิดอกออกผลจำนวนมาก ขอเพียงเราใช้มันให้ถูกต้อง คือใช้มันเป็นปุ๋ย มองมันเป็นของมีประโยชน์

ชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายล้วนต้องประสบและผ่านความทุกข์ยาก ปัญหาอุปสรรคนานัปการมาทั้งนั้น ถึงกับเป็นสิ่งจำเป็นทีเดียว อาจพูดได้ว่าหากใครไม่เคยผ่านความยากลำบากมา อย่าได้ริทำการใหญ่เด็ดขาด

สิ่งเหล่านี้แหละที่มาช่วยให้เราพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพความเป็นมนุษย์ ให้เราเค้นสมอง คิดนอกกรอบเพื่อเอาชนะปัญหาที่รุมเร้าได้

ให้เราฝึกวางจิต วางใจให้ถูก ให้เราฝึกสติในทุกสถาน ให้เรามีสมาธิในการแก้ไขสถานการณ์...

สิ่งเหล่านี้จะเกิดไม่ได้เลยหากเราอยู่ในยามปกติ หรืออยู่ในภาวะแห่งความหลงสุข อันเป็นธรรมดาของผู้เสวยสุขอย่างไม่ประกอบด้วยปัญญา

ก็ขนาดเหล่าเทวดาเองยังมีข้อเสีย คือการที่มีความสุขมากเกินไปจนทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นทุกข์ ได้ใช้ความทุกข์ในการพัฒนาไปสู่สิ่งสูงสุด

ฉะนั้น จงดีใจเถิดครับหากคุณกำลังเผชิญปัญหาอยู่ เพราะเท่ากับคุณกำลังตีตั๋วเดินทางไปสู่การเป็นคนที่มีความสามารถมากขึ้น และจงอย่าด่วนได้ มักง่ายด้วยการไปหาปุ๋ยเคมีมาใช้แทน

ปุ๋ยเคมีนี้ก็คือการเร่งรัดให้มีสุขด้วยเหล้า เบียร์ ยาเสพติด หรือการทุจริต คอร์รัปชัน เช่นนี้แม้จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนชาวนาแก้ปัญหาดอกเบี้ยที่รัดคออยู่เฉพาะหน้านั้นได้ แต่ต้องแลกมากับดินที่เสีย หรือจิตที่พินาศไปกับความชั่วร้ายนั้น

และมากกว่านั้นจงยิ่งดีใจหากอุปสรรคนานัปการนั้นเหมือนไม่มีวันหมด ถาโถมเข้ามาไม่ได้เว้น เพราะนั่นคือสัญญาณแสดงถึงการเตรียมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้ที่มาทดสอบว่าคุณพร้อมจะผ่านไหม ถ้าพร้อมก็เอารางวัลไปเลย

รางวัลจากการเรียนรู้ทุกข์นั้น อาจทรงค่าสูงสุดในจักรวาลก็ได้ เพราะอาจส่งเราไปสู่จุดที่ไม่มีทุกข์อีกต่อไป เพราะเข้าใจทุกข์อย่างแจ่มแจ้งดีแล้วทุกแง่มุม

ยิ้มรับทุกข์ครับ ใช้มันให้เป็น ทำให้ได้เหมือนดั่งวลีที่เคยได้ยินว่า

แพ้ก็เป็นถ่าน ผ่านก็เป็นเพชร

หมายถึงถ่านกับเพชรก็มาจากธาตุคาร์บอนเหมือนกัน แต่โดนความร้อนต่างกัน เบาะๆ ก็กลายเป็นถ่านราคาถูกไว้หุงต้ม ถ้าโดนกระหน่ำจนผ่านได้ก็กลายเป็นเพชรเลอค่าหาประมาณมิได้

คุณละครับจะเลือกเป็นถ่านหรือเพชรดี !

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท