
สวนล้อมบ้าน ‘ณัฐวัชร์ วรนพกุล’
บ้านหลังน้อย บนพื้นที่ 75 ตารางวา ขนาด 3 ห้องนอน ของ “ณัฐวัชร์ วรนพกุล” ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอชทีซี (ไทยแลนด์) และครอบครัว
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ วีระวงศ์ วงศ์ปรีดี
บ้านหลังน้อย บนพื้นที่ 75 ตารางวา ขนาด 3 ห้องนอน ของ “ณัฐวัชร์ วรนพกุล” ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอชทีซี (ไทยแลนด์) และครอบครัว เต็มไปด้วยความสดชื่นของสวน และความมีชีวิตชีวาของคนในบ้าน
พื้นเพของณัฐวัชร์ เป็นชาวภูเก็ต พ่อแม่เคยมีกิจการร้านอาหารประเภทติ่มซำที่นั่น เมื่อเข้าสู่โลกการทำงานเขาผ่านการเป็นพนักงานที่ฮัทช์ หนึ่งในบริษัทโอเปอเรเตอร์ใหญ่ในอดีต กระทั่งมาบริหารแบรนด์ เอชทีซี และสร้างครอบครัวอบอุ่นไปพร้อมกัน
“บ้านนี้ถือเป็นเรือนหอระหว่างผมกับภรรยา ตอนแรกผมอยู่กับพี่สาวและพี่เขยย่านลาดพร้าว แฟนอยู่ย่านบางนา ตอนนั้นไม่คิดจะลงทุนอะไร เก็บเงินไปก่อน เพราะทำงานวันธรรมดา และเรียนปริญญาโทด้านบริหารอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พอเราจะแต่งงานก็เริ่มดูย่านต่างๆ ว่าที่ไหนลงตัว ใช้เวลา 2 เดือนกว่า กำหนดพื้นที่ว่าแถวนี้ดีที่สุด เรามองว่าถ้ามีลูกล่ะ จะต้องเรียนที่ไหน อยู่แถวไหน ผมชอบย่านลาดพร้าว ใกล้บดินทรเดชา ใกล้หอวัง
การซื้อบ้านไม่ใช่แค่ถูกใจ เดี๋ยวนี้รูปแบบของการเรียนมันจำกัดว่าถ้าคุณอยู่บริเวณนี้จะได้โควตาเรียนแถวนี้ ส่วนเรื่องของตัวเราและภรรยา การเดินทางไปออฟฟิศ ถ้ามันไม่ได้ไกลเกินเหตุ ไม่ถึงขั้นเป็นวิบากกรรม ก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรค
การตกแต่งง่ายๆ สวนเยอะหน่อย ในบ้านเรียบๆ บ้านดูไม่ใหญ่มาก เข้ามาก็รู้สึกสบาย ตอนแรกอยากได้หลังใหญ่ 110 ตารางวามากกว่า แต่กำลังทรัพย์ ณ วันนั้นไม่พอ หลังนี้ 75 ตารางวา มี 2 ชั้น 3 ห้องนอน ก็โอเค
ปรับปรุงต่อเติมนิดหน่อย ทำห้องเก็บของเดิมไม่ได้เป็นอย่างนี้ ห้องรับประทานอาหารต่อเติมได้ 1 ปี จากที่เคยเป็นระแนงไม้ก็ต่อเติมทำพื้นที่ให้มากขึ้น เพราะเมื่อก่อนทำงานในห้องนั่งเล่น แต่ตอนนี้เป็นห้องของลูกไปแล้ว กลายเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง เวลากลับมาจากทำงานเร็วหน่อยก็นั่งเล่นจิ๊กซอว์ ต่อเลโก้ เล่นกับเขา
ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป จากเดิมตีกอล์ฟวันอาทิตย์ 6 โมงเช้า ตีกันมาต่อเนื่องสัก 6-7 ปี ตอนนี้ก๊วนหายหมดเลย เพราะไม่ได้ไปจอย ทำงานก็ล้ามาแล้ว พอมาช่วงที่มีลูก 34 เดือนแรกผมก็พยายามใช้เวลาเต็มที่ ก็มีแม่และน้องของแม่มาช่วย ตอนนั้นไม่มีพี่เลี้ยง 1-2 เดือนแรก ก็ต้องจัดการหลายอย่าง ช่วงที่เปลี่ยนงาน มาอยู่เอชทีซี มันเป็นช่วงของการเริ่มต้น เพราะเราเป็นพนักงานคนแรกของบริษัท ไม่เคยมีความรู้การตั้งบริษัท ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ศึกษาการทำบัญชี จ้างสำนักงานกฎหมาย การเซตอัพ วุ่นวายพอสมควร ช่วงนั้นยุ่ง แต่แฟนเขาก็เข้าใจ เป็นกำลังใจเสมอ เขาไม่เคยมาจุกจิกเวลากลับมา
หลังเลิกงานผมกับภรรยามีเวลาน้อย ถ้าถามว่าดารา ละคร แฟชั่น ไม่รู้อะไรมาก เวลาอยู่กับลูกโอกาสจะดูอื่นๆ ก็ยาก ก็ดูรายการสัตว์เลี้ยงหรืออย่างอื่นไป อย่างพวกเพลงจะฟังต่างคนต่างฟัง แฟนชอบ ยุคซิกซ์ตี ชอบหนังแดนซ์ แต่เราชอบป๊อป และคลาสสิก ส่วนใหญ่ผมจะฟังช่วงที่เช้าๆ ไปทำงาน ถ้าไม่เบื่อฟังข่าวก็ฟังในรถ เวลาทำงาน ผมจะไม่เปิด แต่บางจังหวะช่วงนั่งทำงานตอนค่ำ ชิลหน่อย จิบไวน์เล็กน้อย
หลายเดือนมานี้คุณแม่กลับภูเก็ต แม่จะทำอาหารเก่ง ธุรกิจที่บ้านดั้งเดิมเคยทำร้านติ่มซำ ทำขนมจีบ ซาลาเปา แล้วพอมาอยู่กรุงเทพฯ มีพักหนึ่งผมเคยทำร้านอาหารที่ปั๊มบางจาก ตอนช่วงปลายๆ ทำงานอยู่ฮัทช์ เหนื่อยมาก ตื่นจ่ายตลาดเอง ตี 4 ตี 5 ไปตลาดคู้บอน บางทีก็บางกะปิ ไปซื้อของเองกับภรรยา ขายข้าวแกงด้วย ทำผัดหมี่ฮกเกี้ยนด้วย ขายขนมจีบซาลาเปาด้วย แม่ช่วยทำกับข้าว ทำได้ปีหนึ่งก็หยุด ไม่คุ้มเท่าไร
เรื่องกินที่บ้าน ตอนนี้เลยไม่ค่อยได้ทำ พี่เลี้ยงจะเป็นคนทำให้ลูกสาว ผมกินกันง่ายๆ แฟนซื้อ หรือทำอะไรง่ายๆ กัน ผมไม่ค่อยกินมื้อเย็น ถ้าช่วงวันหยุดพี่เลี้ยงเราจะทำเผื่อให้ 1-2 อย่าง
วันนี้เรามีครอบครัวแล้ว บ้านคือทุกสิ่งทุกอย่าง ขอให้เป็นที่มีความสุข เติมเต็ม สนับสนุนคนอยู่บ้านด้วยกัน บ้านหลังนี้ ผู้ใหญ่ 4 คน และมีลูกสาวคนเดียว คงไม่คิดว่าจะมีคนที่สอง สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่จึงจะมีแต่การเติมเต็ม ทำให้ทุกคนมีความสุข เดินไปห้องไหนสบายตา เราไม่มีความอึดอัด เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ลำบาก ไม่ทุกข์ ไม่ต้องดิ้นรนมากมาย
ผมเองไม่ได้สบายตั้งแต่เด็ก ถึงขั้นคุณพ่อเอาทีวีไปจำนำ เราอยู่บนพื้นฐานของความลำบากหลายอย่าง มองกลับไปแล้ว นี่คือตัวอย่างให้ผมเห็นถึงความอดทน ไม่ยอมแพ้ เจ้านายเก่าผมบอกว่า พ่อคุณเหมือนนักมวยหลังพิงเชือก แล้วมาเต้นฟุตเวิร์กกลางเวที แม้ไม่ชนะน็อกแต่ชนะใจกรรมการ นี่คือสิ่งที่ที่เขาเป็น แม้ว่าวันนี้เขาจะไปสบายแล้วก็ตาม
ฉะนั้นแล้วทุกวันนี้จะระมัดระวังมากขึ้น การใช้ชีวิตในทุกวันต้องมีสติและปัญญา พ่อแม่ผมไม่ได้สอนอะไรมาก แต่ปฏิบัติให้เห็น ท่านจบแค่ ป.4 แต่ท่านทำให้เห็น ท่านไม่ได้มีความรู้มากมายที่จะสอนผม เราอยู่กับเขามาตลอด และเราเห็น รู้แต่ว่าเขาไม่อยากให้เราลำบาก แม้ว่าเขาจะมีหรือไม่มีก็ตาม ผมพูดแล้วผมก็จะร้องไห้
ชีวิตผมหลังแต่งงานก็ดีขึ้นเรื่อย อาจเป็นเพราะสิ่งที่เสริมกันกับภรรยา เขาเป็นนักบัญชีที่ทำการตลาด หัวมาร์เก็ตติง จะลงทุนอะไรเขาจะมองเรื่องของบัญชี และทำตลาด มันมองวิชันที่เห็นได้อยู่ สิ่งที่ภรรยาเสริมสร้างเสมอ”
&<2288;







