
คอสโมโพลิแทนฟู้ด เมนูหรูคู่คนเมือง
ความเป็นเมืองใหญ่ หรือที่ใครๆ เรียกว่า “มหานคร” (Cosmopolitan City) ได้แผ่ขยายไปทั่วทุกแห่งหน
โดย...อัคร เกียรติอาจิณ
ความเป็นเมืองใหญ่ หรือที่ใครๆ เรียกว่า “มหานคร” (Cosmopolitan City) ได้แผ่ขยายไปทั่วทุกแห่งหน จนบัดนี้แทบไม่เหลือเค้าความเป็นเมืองเล็ก หรือชนบทไกลปืนเที่ยงอีกแล้ว
กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ก็ถูกขับเคลื่อนด้วยความเป็นมหานครตามกระแสโลกที่เกี่ยวรัดกันไว้ เชื่อมด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติและความต่างด้านวัฒนธรรม
สิ่งหนึ่งที่พอจะสัมผัสได้และกำลังกลายเป็นเรื่องน่าสนใจไม่แพ้แฟชั่น ดนตรี ภาพยนตร์ ศิลปะ เทคโนโลยี และวิถีผู้คน นั่นก็คือ อาหาร
ใช่--- อาหารที่เราๆ กินกันทุกวี่วันนี่แหละ เพียงแต่อาหารที่จะเสิร์ฟในยุคสมัยความเป็นมหานครครอบงำย่อมจะเปลี่ยนไป
“ส้มตำ” อาจไม่ได้มาในรูปส้มตำ “ต้มยำกุ้ง” “แกงเขียวหวาน” “ผัดไทย” “ข้าวผัด” “ไข่เจียว” “ผัดกะเพรา” “ขนมจีน” กระทั่งเมนูฮอตฮิตบันลือโลก “แกงมัสมั่น” ก็คงไม่ได้มาในจานที่คุ้นเคย โดยทั้งหมดจะเสิร์ฟมาในฐานะ “คอสโมโพลิแทนฟู้ด”
มีความเป็นไปได้สูงที่เมนูเหล่านี้จะถูกจัดหมวดใหม่ให้กลายเป็นคอสโมโพลิแทนฟู้ด เพื่อรองรับรสนิยมและความกระหายอยากของเหล่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในมหานคร
แน่นอน--- อะไรเดิมๆ จะไม่ปรากฏบนจานคอสโมโพลิแทนฟู้ด ยิ่งเฉพาะหน้าตาและการตกแต่ง ภาพสะท้อนของคอสโมโพลิแทนฟู้ด คือ ความเก๋กู๊ด หรูหราไฮโซ ดูดีและทันสมัย ขาดไม่ได้ศาสตร์แห่งการผสมผสานที่เชฟประดังใส่เข้ามา ประมาณว่าเมื่อพลันที่วางจานอาหารลงตรงหน้า ทุกคนต้องเกิดอากาตื่นตะลึง ร้องว้าว!!!
“ผมขอเรียกมันว่าอาหารผสมผสานที่หลากหลายและทันสมัย” ชวลิต ยิ้มประเสริฐ เชฟอาหารไทย จากยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชันส์ (ชั้น 4 ไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า) นิยามถึงคอสโมโพลิแทนฟู้ด โดยเชฟยังบอกอีกว่า การผสมผสานความหลากหลายเพื่อให้เกิดความทันสมัยนั้นทุกอย่างต้องลงตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาอาหาร การตกแต่งจาน เรื่อยไปเรื่องรสชาติ ก็ต้องคงความดั้งเดิมไว้ ไม่ใช่สักแต่หน้าตาสะสวยน่ากิน ทว่ารสชาติกลับไม่อร่อย ไม่พอยังบิดเพี้ยนรสชาติต้นตำรับ จนไม่เหลือเอกลักษณ์เก่าก่อน
คอสโมโพลิแทนฟู้ดไม่ใช่เรื่องใหม่ล่าสุด แต่ก็ไม่เก่าเกินที่จะหยิบมาพูด ถ้าจำย้อนกลับไปราวๆ 5 ปี เทรนด์อาหารได้เกิดคอสโมโพลิแทนขึ้นมา ตอนนั้นผู้คนก็ยังงงๆ ตกลงมันคืออะไรกันแน่ ทายาท “ฟิวชันฟู้ด” เหรอ? เอ๋---หรือจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของ “คอมฟอร์ตฟู้ด”
คำตอบสั้นๆ คอสโมโพลิแทนฟู้ด ไม่ได้เป็นญาติกับฟิวชันฟู้ด แล้วก็ไม่เกี่ยวดองกับคอมฟอร์ตฟู้ด จริงอยู่คอสโมโพลิแทนฟู้ดอาจว่าด้วยการผสมผสาน เป็นการผสมผสานที่มีรากเหง้าของความจริง ความดั้งเดิม และความเป็นไปได้ ไม่ใช่ทำเพื่อความสนุกของเชฟ หรือเจ้าของร้านที่อยากเปิดธุรกิจให้ดูหวือหวา
นี่คือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและแนวคิดของคอสโมโพลิแทนฟู้ด ไม่หมดแค่นี้ ประสบการณ์ของเชฟ ตลอดจนไอเดียสร้างสรรค์ที่เชฟแต่ละคนมี ก็บอกถึงแรงบันดาลใจอันท้าทาย ในการเลือกจับคู่ความต่างด้านวัฒนธรรมอาหารจากแต่ละภูมิภาคได้ไม่น้อย ซึ่งก็นำไปสู่ความอร่อยและทันสมัยที่ทุกคนรอคอย
“ส่วนตัวผมนะครับ ผมไม่คิดว่าทุกอย่างจะสามารถเอามาจับรวมกัน เพื่อทำเป็นคอสโมโพลิแทนฟู้ดได้ เพราะบางอย่างมันก็ไปด้วยกันไม่ได้ แต่มีบางอย่างที่ไปกันได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่การตีความของเชฟแต่ละคนในการเลือกจับคู่วัตถุดิบ แต่ผมเชื่อว่าคอสโมโพลิแทนฟู้ด หัวใจของมันนอกจากการผสมผสานอาหารจากต่างที่แล้ว มันยังทำให้เกิดสตอรี หรือเรื่องราว ซึ่งไอ้เรื่องราวนี่ละจะสร้างความเข้าใจในจานอาหารที่คุณกำลังกินว่าที่มาที่ไปเป็นยังไง” วัชรันต์ เอี่ยมอร่ามศักดิ์ เชฟอาหารญี่ปุ่น จาก In the Mood for Love (สุขุมวิท ซอย 36) เล่าอย่างอารมณ์ดี
สำหรับจานเด็ดคอสโมโพลิแทนฟู้ดที่เชฟชวลิตทดลองทำนั้นมีหลายจานน่าลิ้มลอง แต่ที่ขอยกให้เป็นนัมเบอร์วัน ได้แก่ “เครปเค้กกับส้มตำ” เป็นการผสมผสานระหว่างอเมริกัน ไทย ฝรั่งเศส ตัวแทนอเมริกันก็คือ เครปเค้ก ของกินเล่นยอดนิยม แต่เชฟชวลิตนำมาเพิ่มความเผ็ดด้วยพริกแกงเผ็ดของไทยเพื่อไม่ให้เลี่ยน เนื้อสัมผัสก็ปรับให้ใกล้เคียงกับทอดมัน เสิร์ฟคู่ทาร์ทาร์ซอสแบบคนฝรั่งเศส เข้มข้นด้วยรสซอสที่ดึงความอร่อยของเครปเค้กออกมาได้โดดเด้ง ก่อนจะต่อด้วยความแซบฉ่ำลิ้นสไตล์ไทยๆ ส้มตำที่มีเส้นมะละกอคล้ายริบบิ้น ราดน้ำยำรสแซบถึงใจ
อีกจานก็ “มัสมั่นฟรุตตี” กินมัสมั่นมาก็เยอะ พอลองจานมัสมั่นใส่ผลไม้ แอปเปิล องุ่น สับปะรด ก็แทบละลายคาจาน มัสมั้น---มัสมั่น เพิ่มผลไม้แค่นั้นจริงๆ เพราะรสชาติก็ยังเหมือนเดิม จานนี้ผสานความเป็นไทย อินเดีย และบราซิลเข้าด้วยกัน ถูกใจชาวคอสโมโพลีแทนมากๆ
ฟากเชฟวัชรันต์ก็ไม่น้อยหน้า ขนเมนูคอสโมโพลิแทนฟู้ดมาให้ชิม 3 จาน เป็นซูชิโมเดิร์นที่เห็นแค่หน้าตาก็ทำเอาน้ำลายไหลแล้วววววว “C4” ซูชิทอดกรอบสอดไส้ปลาไหล มอซซาเรลลาชีส ท็อปด้วยแตงกว่าซอยกับแซลมอนสไปซี กินร้อนๆ อร่อยนัก ทิ้งไว้เย็นลูกผสมระหว่างฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อิตาเลียน อเมริกัน จะทำให้เคี้ยวลำบาก
“175 Degree” ซูชิเสิร์ฟมาในโบสีดำ ชิ้นพอคำ แต่ไส้ในนั้นไร้ข้าว ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเป็นซูชิเพื่อคนกลัวอ้วน ไม่มีข้าว แต่แทนด้วยไส้อัดแน่น สไปซีทูน่า อโวคาโด ครีมชีส เทมปุระ สมราคาคอสโมโพลิแทนฟู้ดที่ผสานหลายชาติ อเมริกัน ญี่ปุ่น เม็กซิกัน
“Sweet 16” จานนี้จะพาคุณย้อนกลับไปเป็นเด็กรุ่นอายุ 16 อีกครั้ง โดยได้ความหวานหอมจากสตรอเบอร์รีแดงสดฉ่ำวางท็อปบนซูชิ ไส้ในก็มีปลาไหล สไปซีทูนา อโวคาโด เป็นการรวมกันของวัฒนธรรมอาหารจากหลากซีกโลก ญี่ปุ่น เม็กซิกัน อเมริกัน
อะ!!! ชาวคอสโมโพลิแทนคนใดที่อยากลิ้มรสเมนูอร่อยสไตล์คอสโมโพลิแทนฟู้ด ห้ามพลาด เฉพาะในกรุงเทพฯ ก็มีหลายร้านน่าลอง หรือถ้ามีโอกาสไปเยือนมหานครใหญ่ๆ คอสโมโพลิแทนฟู้ดก็พร้อมเสมอที่จะเสิร์ฟให้คุณได้อิ่มแปล้







