
พุทธศาสน์...สู่ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาของประชาคมอาเซียน (ตอน ๖)
พระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ด้วยพระปัญญาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์แล้ว ทรงประกาศแก่ชาวโลกให้รู้ตาม
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
พระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ด้วยพระปัญญาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์แล้ว ทรงประกาศแก่ชาวโลกให้รู้ตาม เป็นแสงสว่างที่ชี้ทางบรรเทาทุกข์ ชี้สุขเกษมศานต์ และชี้ทางพระนฤพาน ให้มวลสัตว์ในโลกได้ละจากบาป มาบำเพ็ญบุญ เพื่อการพ้นจากวัฏฏะให้ได้ในที่สุดจึงได้ทรงบัญญัติและประกาศพระวินัยตลอดเวลา ๔๕ พรรษา เพื่อเป็นแนวทางให้สัตว์โลกตั้งตนโดยชอบ จนเกิดเป็นประชาคมวิถีพุทธขึ้นในชมพูทวีปสมัยนั้น ให้น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งต่อความสัมฤทธิผล ซึ่งยากที่ศาสนาใดๆ หรือศาสดาใดจะกระทำได้ โดยเฉพาะหลักการดำเนินชีวิตตามทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา เพื่อให้ถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดคือ การดับกิเลส จึงเป็นที่ยอมรับของมหาชน ปราชญ์ บัณฑิตในทุกองค์กร สืบเนื่องถึงสมัยปัจจุบันเราจึงเห็นบรรดาพุทธกษัตริย์นำหลักธรรมาธิปไตยไปใช้เป็นวิธีการบ้านเมืองที่เรียกว่า “รัฏฐาภิปาลโนบาย” โดยอ้างอิง ๓ หลักธรรมดังกล่าวที่เรียกว่า ธรรมประวัติ ธรรมวิธาน และธรรมานุศาสนีย์ ซึ่งทั้ง ๓ หลักจะเกิดการนำไปสู่ความสัมฤทธิผลต่อประชาคมในแต่ละภูมิภาค ในด้านความสุขอันมั่นคง และสันติธรรมแห่งประชาชนที่แท้จริง ซึ่งจะต้องเริ่มต้นที่ผู้นำผู้ปกครองประเทศหรือรัฐบาลเป็นสำคัญ ที่จะต้องถือประพฤติปฏิบัติให้เป็นแบบฉบับเยี่ยงอย่างต่อประชาชนภายในประเทศ หรือผู้นำชุมชน ผู้นำครอบครัวที่ต้องถือปฏิบัติในส่วนตนให้เป็นแบบฉบับตัวอย่างที่ดี เช่น ไม่ล่วงละเมิด คุรุธรรมหรือศีล ๕ มั่นคงอยู่ในธรรมปฏิบัติ ประกอบการกุศลอันควรดังที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงถือปฏิบัติตามหลักมงคลสูตรและสิงคาลกสูตร อันมีศีล ๕ และศีลอุโบสถ (ศีล ๘) เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตอย่างมีแบบแผนโดยธรรม ให้เห็นประโยชน์และความสุขที่เกิดจากการถือปฏิบัติตามหลักธรรมดังกล่าว เรียกว่า เป็นผู้ประกอบตนอยู่ในหลักธรรมประวัติ เมื่อมั่นคงในการประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้ประกาศนโยบายการปกครองโดยธรรม เพื่อนำพาประชาชนไปสู่ความสงบสุข มีพื้นฐานชีวิตมั่นคง อยู่ดี กินดี ดังทรงประกาศให้ประชาชนถือปฏิบัติตามหลักธรรมในมงคลสูตรและสิงคาลกสูตร มีการจัดระบบคุ้มครองสังคมโดยโปรดเกล้าฯ จัดตั้งหน่วยงานพิเศษ เพื่อตรวจระบบศาลยุติธรรมในเขตปกครองต่างๆ ให้สิทธิเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมได้ ดังที่ในประเทศไทยเรา พสกนิกรสามารถถวายฎีการ้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากพระเจ้าแผ่นดินได้ มีการตั้งระบบถวายฎีกา มีเจ้าพนักงานรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน มีการกำหนดพระราชทานอภัยโทษทุกปี ตลอดรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช มีการดูแลด้านสวัสดิการความเป็นอยู่ในทุกๆ ด้าน โดยมุ่งเน้นเป็นนโยบายการปกครองโดยธรรม เป็น ไปตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อประชาชนมีความกินดีอยู่ดี สังคมสงบสุขและมั่นคง ประชาชนจะได้มีกำลังในการปฏิบัติธรรม อันเป็นไปตามหลักธรรมวิธาน เมื่อประกาศนโยบายการปกครองโดยธรรมแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชยังได้ส่งเสริมให้มีการสอนธรรมะให้ประชาชนได้ปฏิบัติธรรม ที่เรียกว่า นโยบายธรรมานุศาสนีย์ โดยจัดเป็น ๒ รูปแบบ ได้แก่ ๑.ธรรมบัญญัติ คือ ข้อบัญญัติต่างๆ ที่อ้างอิงหลักพระธรรมวินัย เช่น ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อการบูชายัญ .เพื่อการมิได้นำมาเป็นอาหาร หรือห้ามล่าสัตว์ในวันสำคัญทางศาสนาทุกศาสนา ๒.ธรรมนิชฌาน คือ การชักชวนให้ประชาชนใส่ใจในธรรมะในรูปแบบปฏิบัติต่างๆ เพื่อเสริมสร้างศรัทธาให้มั่นคง และยิ่งขึ้นต่อการนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติตามสมควรแก่ธรรม เพื่อประโยชน์โดยธรรม นโยบายธรรมาธิปไตยดังกล่าว เกิดขึ้นตามหลัก “รัฏฐาภิปาลโนบาย” ที่ใช้อำนาจทางโลกเพื่อประโยชน์ในทางธรรม เพื่อนำอำนาจธรรมมาอภิบาลโลก เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ในอันที่จะได้ดำรงตนอยู่ในความสุขอย่างมั่นคงในชีวิต โดยอาศัยนโยบายตามที่กล่าวมา เพื่อจัดการบริหารภายในประเทศจนเกิดความเสมอภาค... มีความยุติธรรมเกิดขึ้น และได้ทรงใช้ “หลักธรรมวิชัย” เป็นนโยบายต่างประเทศ คือ การไม่เอาชนะด้วยการรบ แต่ชนะน้ำใจด้วยธรรม มีการส่งทูตออกไปประกาศนโยบายธรรมปฏิบัติ ธรรมวิธาน ธรรมานุศาสนีย์ ในประเทศต่างๆ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญชาให้พระสมณทูตจาริกออกเผยแผ่พระธรรมวินัยไปยังภูมิภาคต่างๆ ในชมพูทวีป ซึ่งการประกาศนโยบายธรรมวิชัยของพระเจ้าอโศกมหาราชในครั้งนั้น นับได้ว่าทรงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในศรีลังกาและสุวรรณภูมิ ตลอดจนในประเทศที่ผู้ปกครองตั้งมั่นอยู่ในธรรม ดังเช่น ความสืบเนื่องการปฏิบัติของพุทธกษัตริย์ทั้งหลายในแต่ละประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้ต่อมาราชวงศ์โมริยะของพระเจ้าอโศกมหาราชจะล่มสลายไป แต่มรดกธรรมดังกล่าวก็ยังคงมีการรับสืบทอดต่อกันไป โดยเฉพาะแนวทางที่ชาวพุทธในทุกประเทศทุกสมัยคงถือปฏิบัติ คือ การใช้อำนาจในทางโลกให้เป็นประโยชน์ในทางธรรม เพื่อความมั่นคง... เพื่อประโยชน์และความสุขของมหาชนและประชาคมโลก อันเป็นไปตามหลัก “รัฏฐาภิปาลโนบาย” ที่ทรงคุณค่า อันควรแก่การนำมาศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







