
กัดกันเองซะแล้ว
แม้ว่าจะตกรอบรองชนะเลิศไปแล้ว แต่ควันหลงเรื่อง “จุดโทษ” ยังไม่จบตาม เพราะล่าสุด นานี ออกมาจวก คริสเตียโน โรนัลโด ว่าอยากรับบทฮีโร่ให้โปรตุเกสจนตัวสั่น
โดย...จาด้า
แม้ว่าจะตกรอบรองชนะเลิศไปแล้ว แต่ควันหลงเรื่อง “จุดโทษ” ยังไม่จบตาม เพราะล่าสุด นานี ออกมาจวก คริสเตียโน โรนัลโด ว่าอยากรับบทฮีโร่ให้โปรตุเกสจนตัวสั่น
ทว่า อย่างที่ทราบกันดีว่ากองหน้าซูเปอร์สตาร์จากเรอัล มาดริด ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ยิงด้วยซ้ำ เพราะสเปนดันคว้าชัยไปได้อย่างเด็ดขาดก่อน 42 ในการดวลจุดโทษตัดสิน ปล่อยให้โรนัลโดซึ่งถูกวางตัวว่าจะเป็นมือสังหารคนที่ 5 ได้แต่บ่นพึมพำว่าโชคไม่เข้าข้าง
แฟนบอลจำนวนมากแสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า หากกัปตันทีมชาติโปรตุเกสได้โอกาสยิงก่อน บรูโน อัลเวส เกมอาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปได้ เพราะยูฟ่าก็ยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้มีกฎว่าจะต้องยิงตามลำดับ ขอเพียงแค่มีรายชื่อตามที่กุนซือส่งมาเป็นใช้ได้
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลไม่มีคำว่า “ถ้า” ในเมื่อเกมมันจบลงไปแล้ว ทุกคนก็สามารถแสดงความเห็นไปได้ต่างๆ นานา แต่ถึงยังไงมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า โปรตุเกสพลาดโอกาสเข้ารอบชิงยูโร 2012 ทั้งที่พวกเขาเป็นฝ่ายเล่นได้เหนือกว่าในเวลาปกติ
หลังจบเกม โรนัลโด บอกว่า เปาโล เบนโต กุนซือของทีม “ฝอยทอง” ได้ขอให้เขายิงเป็นคนสุดท้าย พร้อมกับคร่ำครวญถึงความเจ็บปวดที่ไม่มีโอกาสได้ดวลเป้าตัดสิน หลังจากที่ เจา มูตินโญ และ อัลเวส ทำพลาดไปก่อนหน้านั้น
ทว่า นานี ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมของโรนัลโด สมัยที่ยังค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับบอกว่า จริงๆ ดาวเตะวัย 27 ปีอยากเป็นพระเอกของเกมต่างหาก
“คริสเตียโน ขอยิงเป็นคนสุดท้าย” นานี เผย “ผมบอกกับโค้ชว่าให้ผมยิงเป็นคนที่เท่าไหร่ก็ได้ มันไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับผม เพราะว่าเวลายิงจุดโทษตัดสิน มันขึ้นอยู่กับดวง และเราก็ไม่สมควรที่จะแพ้แบบนั้นด้วย”
จะว่าไปแล้ว ในกรณีของนานีเองก็เป็นประเด็นเช่นกัน ตอนที่อัลเวสกำลังจะยิงเป็นคนที่ 3 ให้โปรตุเกส แต่ปีกของ “ปีศาจแดง” ก็วิ่งไปขอบอลมายิงแทน
ดูเหมือนว่าความสับสนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออัลเวสไม่น้อย เพราะหน้าตาของเขาดูไร้ซึ่งความมั่นใจเมื่อต้องเดินมายิงอีกครั้งเป็นคนที่ 4 ก่อนที่จะยิงชนคานดังสนั่น และเปิดโอกาสให้ “กระทิงดุ” ได้เฮจากฮีโร่จุดโทษคนเดิมอย่าง เชส ฟาเบรกาส
แม้ว่าจะจอดป้ายแค่รอบตัดเชือก แต่ทั้งสื่อและแฟนบอลของทีมฝอยทองต่างก็ยกย่องในความพยายามของทีม และมองว่าการได้เข้ามาเป็น 4 ทีมสุดท้ายในศึกชิงแชมป์ยุโรปหนนี้ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจแล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อทัพ “เซเลเซา” เดินทางกลับถึงบ้านเกิดแล้วจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ส่วนเรื่องจุดโทษนั้น...
ลืมๆ มันไปมั่งก็น่าจะดีนะ







