
ลักษณ์สุรีย์ เดชฤกษ์ปาน ปรับตัวบ้างเพื่อสิ่งแวดล้อม
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
กระแสโลกร้อน อากาศแปรปรวน เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก จากข่าวคราวที่เห็นตามสื่อต่างๆ แม้แต่ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน จากการที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน เธอคนนี้ ลักษณ์สุรีย์ เดชฤกษ์ปาน พนักงานบริการบนเครื่องบินสายการบินฟินแอร์ และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด ดีวานา สปา
เธอรู้สึกเป็นห่วงกับภาวะโลกร้อนในตอนนี้ เพราะโลกกำลังป่วยหนัก ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนควรจะพยายามช่วยกันอย่างจริงจัง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบางเรื่องให้สอดคล้องกับภาวะโลกร้อน
“เชื่อว่าทุกคนรู้ดีถึงภัยพิบัติที่เกิดขึ้น รู้กันเยอะแล้วว่าทำอะไรแล้วจะดีต่อโลก ดีต่อสิ่งแวดล้อม ทุกคนรู้กันหมด ในโรงเรียนเด็กเล็กๆ เขาก็สอนกันหมดแล้ว คนส่วนใหญ่รู้กันเยอะแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงแต่แค่ลงมือทำกันอย่างจริงจัง ปรับกันคนละนิดคนละหน่อย ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นได้บ้าง” เธอกล่าวอย่างมีความหวัง
ลักษณ์สุรีย์ กล่าวว่า ความเห็นต่อกระแสโลกร้อนของเธอนั้น เธอเชื่อว่าโลกร้อนขึ้นเป็นเพราะพวกเราหลายคนใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกันน้อยเกินไป ส่วนใหญ่จะคิดถึงแต่ความสะดวกสบายของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคประจำวัน การใช้กล่องโฟม การใช้ถุงพลาสติกเกินความจำเป็น การดำเนินชีวิตที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรารวมถึงธรรมชาติลุกขึ้นมาปฏิวัติบ้าง ย้อนกลับมาเป็นปัญหาให้เราทุกคนต้องแก้ไข ตั้งแต่ปัญหาอุณหภูมิสูงขึ้น ขยะล้นกำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมด และอีกมากมาย
เธอว่าโดยส่วนใหญ่มนุษย์เรามักจะไม่ค่อยใส่ใจอะไรที่ไกลตัว เราจะมองแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลัก เลยทำให้ปัญหาเหล่านี้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวคิดว่ามันยังไม่สายเกินไปถ้าเราจะลุกขึ้นมาแก้ไขหรือปรับปรุงกับสภาพแวดล้อมที่เราเป็นอยู่ เราสามารถช่วยต่ออายุให้กับโลกและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้ ด้วยการใส่ใจขึ้นอีกนิด ใช้เวลากับสิ่งรอบกายขึ้นอีกหน่อย อย่างเช่น การแยกขยะ ลดปริมาณการบริโภคถุงพลาสติก การใช้ซ้ำกับสิ่งของหลายๆ อย่างที่ใช้อยู่เป็นประจำ ใช้ของให้คุ้มค่า เลือกที่จะรีไซเคิลของใช้ดูบ้าง ฯลฯ แม้ว่าอาจจะเพิ่มความยุ่งยากและลำบากให้ตัวเองอีกสักนิดนึง แต่เพื่อโลกที่น่าดูที่ยาวนานขึ้นมันจะดีขึ้นในระยะยาว ดีกับโลกและดีกับสังคมของเราเอง
สำหรับตัวเธอเองนั้น เริ่มมีการปรับตัวเพื่อรับกระแสโลกร้อนอย่างจริงจังมา 23 ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะ เลือกใช้ของที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เธอบอกว่า “จะเป็นคนที่ชอบแยกขยะเป็นเป็นชีวิตจิตใจ ที่บ้านจะแยกขยะจำพวกกระดาษส่วนหนึ่ง กระป๋องน้ำอัดลมส่วนหนึ่ง ขวดพลาสติกขวดแก้วส่วนหนึ่ง แยกแล้วนำไปบริจาคให้คนเก็บขยะเพื่อเป็นรายได้ให้เขาอีกต่อหนึ่ง ได้ทั้งทำบุญ ได้ทั้งช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม หลานๆ มาที่บ้านจะปวดหัวกับการเดินแยกขยะของคุณอามากค่ะ” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นอกจากนี้ ด้วยอาชีพแอร์โฮสเตสของเธอที่ต้องเดินทางไปในประเทศแถบยุโรปอยู่บ่อยๆ ส่วนหนึ่งเพราะติดมาจากการใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับชาวยุโรปและการทำงานบนเครื่องบิน เพราะบนเที่ยวบินทุกครั้งที่บินเข้ายุโรปจะมีการแยกขยะกัน คนที่นั่นจะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกขยะและลดการบริโภคพลาสติกมากๆ โดยขยะจะแยกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน คือ Bio Waste พวกเศษอาหารหรือสิ่งที่ย่อยสลายได้ เหล่านี้เขาจะนำไปฝังดินเพื่อให้ย่อยสลายไปเอง Energy Waste ขยะที่สามารถนำกลับมาเผาผลาญเป็นพลังงานต่อได้ เช่น กระดาษ กล่องนม พาสเจอไรซ์ ขวดน้ำดื่มพลาสติก เหล่านี้เขาจะนำไปเผาเพื่อใช้เป็นพลังงานต่อไป และ Tin / Can / Glass พวกกระป๋องน้ำอัดลมหรือแก้ว พวกนี้จะนำมาใช้ซ้ำหรือผลิตใหม่เป็นวัสดุอื่นๆ ต่อไป
เธอบอกว่า แต่เสียดายที่ไฟลต์ที่บินเข้ากรุงเทพฯ ไม่มีการทำแบบเดียวกัน เนื่องจากทางกรุงเทพฯ ไม่มีนโยบายการแยกขยะ ปริมาณขยะของแต่ละเที่ยวบินจัดว่ามีปริมาณสูงมากๆ หากเราเริ่มสร้างนิสัยในการแยกขยะให้กับตัวเองและคนรอบข้าง และใส่ใจกับสิ่งที่จะมาเพิ่มการเกิดขยะ จะทำให้บ้านของเราเบาสบายขึ้นมากเลย รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นมิตรและเย็นสบายขึ้นมากด้วย เพื่อโลกเราจะได้น่าอยู่ได้อีกนานๆ ค่ะ ลักษณ์สุรีย์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย







