
ธนาคารปู ปลา แหล่งอนุบาลลูกสัตว์ทะเล
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ เจียรนัย อุตะมะ
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ เจียรนัย อุตะมะ
กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกใบนี้มีสีเขียวไปอีกยาวนานนั้นคงไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพังอีกต่อไป แต่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการช่วยให้โลกใบนี้ให้สวยด้วยมือเราเพียงช่วยกันคนละนิดคนละหน่อย ค่อยๆ เติมเต็ม เพราะเพียงแค่คุณขยับโลกนี้ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ เพศหญิงหรือชาย ล้วนมีส่วนได้ทั้งสิ้น เริ่มจากตัวเรา ครอบครัวของเรา องค์กรของเรา
บริษัท ปตท. เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จึงเกิดมีโครงการต่างๆ มากมายขึ้นมา ล่าสุดทาง ปตท. ร่วมกับ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้พาสมาชิกสมาคมเกือบ 40 ชีวิตไปช่วยกันปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา พันธุ์หอย ลงสู่ป่าชายเลนในเขตเมืองระยอง ที่ว่ากันว่าเป็นป่าชายเลนในเขตเมืองผืนสุดท้ายของ จ.ระยอง นั่นเอง
อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ผู้นำคณะในครั้งนี้ กล่าวว่า แม้จะเป็นสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมก็ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มิอาจจะมองข้ามได้ ถ้าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมให้โลกนี้มีสีเขียวเพิ่มขึ้น ทางเราก็ยินดี ถือว่าช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันรักษา อย่าทิ้งให้เป็นภาระของใครเพียงลำพัง
ด้าน ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ชาว ปตท.รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาป่าชายเลนผืนสุดท้ายแห่งนี้ของจังหวัด และยังได้จัดทำทางเดินป่าเป็นเส้นทางที่ร่มรื่น ร่มเย็น ลมพัดสบายมาก ป่าแห่งนี้จะเป็นทั้งธนาคารปู ปลา แหล่งอนุบาลลูกสัตว์ทะเล เพื่อให้ขยายพันธุ์มีพอกินมากขึ้นในอนาคต และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งศึกษาของเยาวชน เพราะที่
อยู่ใกล้ในอำเภอเมืองแค่นี้เอง และอีกไม่นานทาง ปตท.จะพัฒนาทั้งทางด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นเพื่อความภาคภูมิใจของ
พี่น้องชาวระยอง
โรงงานกับชุมชนอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจ
เพราะสังคมต้องมีความหลากหลายในชุมชนหนึ่งๆ นั้นต้องประกอบด้วยโรงงาน บ้าน วัด โรงเรียน เช่นเดียวที่ชุมชนหาดตากวน อ่าวประดู่ ที่วิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงงานกับชุมชนประมงเล็กพื้นบ้านเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจที่เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงงานและชุมชนกว่า 60 ครัวเรือนของชาวบ้านประมง ที่มีความเป็นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง ด้วยการเลี้ยงหอยแมลงภู่เป็นอาชีพหลัก ด้วยการสร้างแพเลี้ยงหอยแมลงภู่ชนิดแขวนลอยในทะเล ที่อยู่ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรมรายใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่อยู่ติดกัน
อีกทั้งสำนักงานประมงจังหวัดระยองยังได้เข้าไปให้ความรู้และช่วยส่งเสริมการจัดทำโครงการธนาคารปูม้า โครงการธนาคารปูไข่ ภายใต้การสนับสนุนของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ สำนักงานเทศบาลเมืองมาบตาพุดยังได้ให้การช่วยเหลือ มีโครงการเข้าไปช่วยดูแลเรื่องน้ำ เรื่องการฝังกลบขยะอีกด้วย
แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
พระเจดีย์กลางน้ำตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ความสูงราว 10 เมตร ท่ามกลางป่าชายเลนที่ยาวเหยียด มีน้ำล้อมรอบเฉพาะบริเวณพระเจดีย์รอบนอกแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 52 ไร่ และเทศบาลนครระยองได้สร้างสะพานคอนกรีตเข้าไปสู่เจดีย์ บริเวณรอบๆ เจดีย์มีการปลูกป่าสน ทำให้ดูร่มรื่นสวยงาม จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในเวลาว่างอีกด้วย ปัจจุบันเทศบาลนครระยองได้ทำการบูรณะพระเจดีย์และบริเวณรอบองค์อย่างสวยงาม โดยการสร้างสะพานคอนกรีตให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมป่าชายเลนอีกด้วย พื้นที่ทั้งหมดบริเวณป่าชายเลนโดยรอบแห่งนี้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นเกือบ 300 ไร่นั้น มีสะพานเดินชมป่าชายเลนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ 1,300 เมตร ได้แบ่งพื้นที่เป็นโซน เช่น ด้านทิศตะวันออก มีการฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาระบบนิเวศศูนย์เรียนรู้ทางธรรมชาติ โดยจะสร้างสะพานเชื่อมความยาวหลายร้อยเมตรจากโซนที่ 1 ไปสู่โซนที่ 2 เพื่อให้เห็นต้นไม้ได้ใกล้ชิดตลอดทางเดิน โดยเริ่มเอาเศษไม้เหลือๆ จากโรงงานที่เขาบริจาคมาให้ ต่อมาภายหลังได้งบจากเทศบาล จึงได้ทำสะพานเดินคอนกรีตที่แข็งแรงมั่นคงยิ่งขึ้น รวมทั้งทำหอชมวิวขึ้นที่โซนนี้
โซนศูนย์รวมพันธุ์ไม้ชายเลน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ปตท. ในการให้งบในการสร้างศูนย์เรียนรู้พันธุ์ไม้น้ำตามธรรมชาติ ซึ่งรวบรวมพันธุ์ไม้น้ำจากทั่วประเทศมาไว้ที่นี่ เพื่อให้เด็กนักเรียนย่านนี้ใช้เพื่อการศึกษา อีกหนึ่งโซนจัดเป็นย่านที่สมบูรณ์ที่สุดในการปลูกป่า เพราะพันธุ์ไม้เก่าและที่ลงไว้ตั้งแต่ปี 2547 เริ่มมีความสมบูรณ์ขึ้น ส่วนโซนนี้จัดให้เป็นแหล่งประมงพื้นบ้าน ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา โดยเฉพาะหอยพอก ซึ่งเป็นหอยพันธุ์ท้องถิ่นของที่นี่
ป่าชายเลนเขตเมืองผืนสุดท้ายของระยอง
คิน นาวงษ์ คุณปู่วัย 75 ปี ปราชญ์ชาวบ้านและแกนนำในการฟื้นฟูป่าชายเลนให้กลับมา จึงได้ริเริ่มแนวคิดตั้งศูนย์
เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนชุมชนสมุทรเจดีย์ร่วมกับชาวบ้าน เริ่มแรกชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นปลูกต้นไม้ พร้อมทำแนวเขตอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันช่วยเพาะพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ ให้คืนมาใหม่ ทั้งยังสร้างเป็นธนาคารปู หอยพอก หลังจากนั้นสัตว์น้ำต่างๆ ก็เริ่มมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งปูก้ามดาบ ปูดำ ปลาตีน หอยพอก
ปู่คิน เล่าว่า เคยมีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาติดต่อกับเทศบาลระยอง จะขอมอบเงินให้ 400 ล้านบาท เพื่อแลกกับการ
ขอสัมปทานในการนำพื้นที่บริเวณป่าชายเลนไปจนถึงพระเจดีย์กลางน้ำ ในการทำเป็นตลาดน้ำท่องเที่ยว แต่ชาวชุมชนเรา
ไม่ยอม เพราะคิดว่าจะเป็นการทำลายมากกว่ารักษาอย่างสร้างสรรค์ และในที่สุดพวกเราก็จะเสียป่าชายเลนกลางเมืองผืนสุด
ท้ายของชาวระยองไป
“ระยะสั้นอาจจะดี มันฉาบฉวยไม่ยั่งยืนอะไร แต่ระยะยาวแล้วผลเสียมากกว่าผลดีอย่างแน่นอน เราต้องมองอะไรยาวๆ อย่าคิดสั้น เราช่วยกันฟื้นฟูอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2547 นั้น เรามีหอยพอกซึ่งเป็นหอยพื้นถิ่นที่นี่ชุกชุมขึ้น เรายังขอพันธุ์ปลากะพง พันธุ์กุ้งจากกรมประมงมาปล่อย จนเหมือนครัวของชุมชนใครอยากแกงอะไรก็มาหาเอาได้ คนในชุมชนก็สมบูรณ์พูนสุขกันมากขึ้น ไม่มีเงินก็ยังหากินกันได้ในผืนป่าแห่งนี้ ลูกหลาน คนแก่ก็ได้มีสีเขียวให้ได้เห็นร่มรื่นหัวใจ” ปู่คินกล่าวด้วยความมั่นใจในการที่จะรักษาผืนป่าแห่งนี้ไว้ให้ลูกหลาน
การทำงานอย่างทุ่มเทตั้งใจไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาเกือบ 10 ปีนั้นก็ไม่เสียเปล่า เพราะคุณปู่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา จากมูลนิธิโลกสีเขียวประเภทชุมชนในการอนุรักษ์ผืนป่าชายเลนในเขตเมือง ที่เป็นป่าชายเลนในเขตเมืองผืนสุดท้ายของ จ.ระยอง คุณปู่เป็นแบบอย่างที่ดีในทำงานเพื่อการอนุรักษ์ชุมชน







