
ถนนนี้...กลับบ้าน
เรื่อง : แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปประเทศพม่าเพื่อร่วมอนุโมทนาในพิธีบวชภิกษุ สามเณร 3,000 รูป และแม่ชี 500 ท่าน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ในปี พ.ศ. 2555 นับเป็นการบวชที่เหมือนในครั้งพุทธกาล คือบวชใต้ต้นไม้ และมีเครื่องอัฐบริขารน้อยชิ้น โดยมีพระอาจารย์ไจ๊ทีเซา (Abhidhaja Agga Maha Satdhamma Jotika Kyaikhtisaung Matha Thera Bhaddanta Panna Dipa) เป็นประธานสงฆ์ในการบวช และ ดร.คินฉ่วย (Aggamahasiri Thudhamma Manijawtadhara Wunna Kyawhtin Dr. Khin Shwe ซึ่งเป็น Chairman of Myanmar Buddhist Association) เป็นเจ้าภาพการบวช ทำให้ข้าพเจ้าหวนนึกถึงการบวชพุทธสาวิกาของเสถียรธรรมสถานที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 919 เม.ย. นี้ เป็นอย่างยิ่ง ด้วยว่ามันยิ่งทำให้สิ่งที่เราคิดมีความเป็นจริง โดยเฉพาะวิธีการเตรียมตัวที่จะสร้างกระบวนการการเรียนรู้ร่วมกัน โดยฝึกให้มีแม่ชีพี่เลี้ยง ซึ่งนับเป็นการทำงานที่พวกเราทุกคนต้องร่วมกันอุทิศให้เห็นเป็นงานคานงัดที่สำคัญ ที่จะทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาน่าอยู่อีกครั้ง ผ่านการนำธรรมะกลับมาอยู่ในหัวใจของคนไทย
วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันโรงเรียนพ่อแม่ และเป็นวันแรกของการสาธยายพระไตรปิฎก ซึ่งเสถียรธรรมสถานได้จัดให้มีขึ้นเนื่องในการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในปี 2555 ข้าพเจ้าได้นัดหมายให้เด็กๆ ที่แจ้งความจำนงด้วยความมั่นใจของตนเองที่จะบวชพุทธสาวิกาศีล 10 ได้มาทำความรู้จักกัน และว่าที่พุทธสาวิกาน้อยๆ จำนวน 26 ชีวิต ก็เดินทางมารายงานตัวโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งภาพอนาคตพุทธสาวิกาที่นั่งเรียงแถวกันสลอนก็เรียกรอยยิ้มเอ็นดูของบรรดาผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ในวันนั้น ข้าพเจ้าได้กระเซ้าเด็กๆ ว่า วันนี้เป็นวันสอบเอนทรานซ์แบบปากเปล่า ขอให้เด็กๆ ตั้งใจในการตอบคำถาม และคำถามที่ป้อนให้เด็กๆ เป็นคำถามแรกและคำถามเดียวก็คือ
“เด็กๆ บอกคุณยายซิคะว่าเด็กๆ มีเหตุผลอะไรในการบวชครั้งนี้”เด็กคนที่ 1
“หนูอยากบวชเพื่อหนูจะได้มีสมาธิ เรียนหนังสือเก่งๆ”“
ถ้าหนูอยากทำสมาธิเพื่อให้เรียนหนังสือเก่ง หนูไม่ต้องบวชหรอกลูก เพราะคุณยายสามารถทำให้หนูมีสมาธิและเรียนเก่งได้โดยไม่ต้องบวช เอาไหมคะ”เหมือนได้ยินคล้ายๆ ว่ากำลังจะถูกปฏิเสธ เด็กคนที่ 1 จึงอ้าปากค้างพลางมองหน้าข้าพเจ้า ถ้ามี Sound Effect ได้ เราคงจะได้ยินคำว่า
“แป่ววว” แน่นอน ทว่าเสียงมุ่งมั่นที่ทุกคนในที่นั้นได้ยินก็คือ “แต่หนูก็จะบวชค่ะ”เด็กคนที่ 2
“หนูอยากบวชเพื่อให้พ่อแม่หนูรวย” เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆเด็กคนที่ 3
“หนูจะบวชเพื่อให้แม่หนูมีความสุข” นัยน์ตาของผู้เป็นแม่ก็แดงเรื่อขึ้นมาทันทีนอกจากนี้ เด็กๆ ยังได้การบ้านไปทำด้วย คือ ต้องฝึกลุกขึ้นมาใส่บาตร เพื่อเมื่อถึงวันที่ต้องบิณฑบาตแล้ว ความรู้สึกของเด็กๆ ตอนการใส่บาตรกับการรับบาตร...ระหว่างการให้กับการรับนั้น ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร ก่อนนอนก็ให้ฝึกทำวัตรสวดมนต์ ตื่นมาก็ฝึกเก็บที่นอนเอง กินข้าวแล้วฝึกล้างจานเอง เพราะเมื่อบวชแล้ว เมื่อพิจารณาอาหารเสร็จแล้วก็ต้องล้างบาตรเอง แม้แต่เรื่องเครื่องแต่งกาย ก็ต้องหัดเรียนรู้ที่จะดูแลเอง นอกจากนี้ เด็กๆ ยังเรียนรู้เรื่องสาธยายมนต์ โดยในวันนั้นซึ่งตรงกับวันสาธยายมนต์ เด็กๆ ก็เริ่มไถ่ถามถึงวิธีการอ่านภาษาบาลีว่าอ่านออกเสียงอย่างไร
จาก 26 คนในวันนั้น เป็น 50 คนในวันนี้ และยังคงทยอยกันมาเรื่อยๆ โดยมีเด็กๆ วัยตั้งแต่ 5 ขวบ จนถึงผู้ใหญ่และมีคู่แม่ลูกแจ้งความจำนงที่จะบวชด้วยกันถึง 3 คู่ ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิต
“นักบวช” ด้วยกัน 10 วัน เป็นอย่างน้อยคำว่า
“บวช” มาจาก “ป + วช” “ป” แปลว่า ทั่วหรือสิ้นเชิง “วช” แปลว่า ไป หรือเว้น คำว่า “ป + วช” จึงแปลว่า ไปโดยสิ้นเชิง หรือเว้นโดยสิ้นเชิง หมายถึงไปหรือเว้นจากความเป็นฆราวาส คือจากการครองเรือนไปสู่ใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา...“
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนมหาสมุทรเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใหญ่ๆ สัตว์ใหญ่ๆ ในมหาสมุทรนั้นเหล่านี้ คือ ปลาติมิ... อสูร นาค คนธรรพ์ มีอยู่ในมหาสมุทร มีลำตัวตั้งร้อยโยชน์ก็มี สองร้อยโยชน์ก็มี สามร้อยโยชน์ก็มี สี่ร้อยโยชน์ก็มี ห้าร้อยโยชน์ก็มีธรรมวินัยนี้ก็เหมือนกัน เป็นที่อยู่อาศัยของคนใหญ่ๆ คนใหญ่ๆ ในธรรมวินัยนั้นเหล่านี้ คือโสดาบัน ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกิทาคามี ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกิทาคามิผล อนาคามี ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล อรหันต์ ผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์
ข้อที่ธรรมวินัยนี้เป็นที่อยู่อาศัยของคนใหญ่ๆ คนใหญ่ๆ ในธรรมวินัยนั้น เหล่านี้ คือ โสดาบัน...ผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ แม้นี้ก็เป็นความอัศจรรย์ ไม่เคยมีในธรรมวินัยนี้ ภิกษุทั้งหลายพบเห็นแล้วพากันชื่นชมในธรรมวินัยนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความอัศจรรย์ไม่เคยมีในธรรมวินัยนี้แล ที่ภิกษุทั้งหลายพบเห็นแล้วพากันชื่นชมในธรรมวินัยนี้ฯ
”เมื่อพระพุทธศาสนาเปรียบเหมือนบ้าน การบวชพุทธสาวิกาจึงเป็นประหนึ่งการแนะนำให้เด็กรู้จักบ้าน ให้เด็กมีบ้านหลังนี้เป็นที่พึ่ง
ล้อมกรอบ
ขอเชิญกุลธิดาร่วมบวชพุทธสาวิกา ภาคฤดูร้อน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมัครด้วยตัวเองที่เสถียรธรรมสถาน หรือ www.sdsweb.org







