
อินทรีเหล็ก ตีตั๋วเข้าชิงยูโร
อีกอึดใจเดียวแฟนบอลทั่วโลกก็จะทราบแล้วว่าคู่ชิงชนะเลิศศึกยูโร 2012 จะเป็นใคร
โดย... มิวโกโตะ
อีกอึดใจเดียวแฟนบอลทั่วโลกก็จะทราบแล้วว่าคู่ชิงชนะเลิศศึกยูโร 2012 จะเป็นใคร โดยเกมตัดเชือกคู่สุดท้ายจะเป็นการพบกันระหว่าง เยอรมนี กับ อิตาลี
“อินทรีเหล็ก” อดีตแชมป์ 3 สมัย เป็นทีมเดียวที่ชนะรวดในศึกยูโรหนนี้ โดยนัดแรกของกลุ่มบี ชนะ โปรตุเกส 1-0 นัดที่ 2 พิชิต ฮอลแลนด์ 2-1 และนัดสุดท้ายเฉือน เดนมาร์ก 2-1 ก่อนถล่ม กรีซ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ 4-2
ก่อนเกม โจอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่าสื่อในบ้านเกิดกระพือข่าวว่าแข้งเมืองเบียร์มุ่งมั่นเอาชนะอิตาลีเป็นพิเศษเพื่อล้างตาที่ “อัซซูรี” เขี่ยพวกเขาร่วงศึกฟุตบอลโลก 2006 คาบ้านในรอบเดียวกันนี้
“ทีมเยอรมันไม่เคยพูดถึงการแก้แค้น เพราะเกมฟุตบอลไม่มีการล้างแค้น การไปพูดถึงเกมในปี 2006 ไม่ได้ช่วยกระตุ้นอะไร และไม่ได้มีผลอะไรกับนักเตะรุ่นใหม่ชุดนี้ ผมยืนยันว่าทีมไม่เคยเอาเรื่องนี้มาพูดกัน” เลิฟ กล่าว
นอกจากนี้ กุนซือวัย 52 ปี ยังแสดงความเห็นว่า โอกาสของเยอรมนีมีมากกว่า เนื่องจากทีมชุดปัจจุบันมีประสบการณ์มาแล้ว ขณะที่อิตาลีเป็นชุดที่เพิ่งสร้างขึ้นมา
ด้าน เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์คนเก่ง มั่นใจว่าอินทรีเหล็กผ่านอัซซูรีได้แน่ หากเล่นกันได้ตามมาตรฐานในเกมที่ผ่านๆ มา
ด้านความพร้อมสภาพผู้เล่น บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ห้องเครื่องคนสำคัญหายจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า และจะกลับมาลงสนามทันฉะกับอิตาลีในนัดนี้ ส่วน อิลคาย กุนโดกัน ดาวเตะจาก โบรุตเซีย ดอร์ตมุนด์ เจ็บข้อเท้าระหว่างการซ้อม หมดสิทธิลงเป็นซูเปอร์ซับแน่นอน
เกมนี้เยอรมนีอาจจะปรับเปลี่ยนทีมบ้างเล็กน้อย โดยสื่อคาดว่าตำแหน่งเดียวที่ เลิฟ ยังไม่ฟันธง คือ ตำแหน่งศูนย์หน้า ว่าจะเลือกใช้งานประสบการณ์ของ มิโรสลาฟ โคลเซ หรือความร้อนแรงของ มาริโอ โกเมซ ที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู ขณะที่ ลาร์ส เบนเดอร์ มิดฟิลด์ตัวสำรองที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น อาจมีลุ้นเบียดลงเล่นตัวจริงเช่นกัน
ทางฝั่งอัซซูรี อดีตแชมป์ปี 1968 ยิ่งเล่นยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเกมรอบแรกกลุ่มซี อิตาลี เสมอกับ สเปน 1-1 นัดที่ 2 เสมอ โครเอเชีย 1-1 และนัดสุดท้ายชนะ ไอร์แลนด์ 2-0 ส่วนรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ด้วยการดวลจุดโทษ 4-2
เซซาเร ปรันเดลลี นายใหญ่ทีมชาติอิตาลี ออกโรงขู่ทีมชาติเยอรมนี ว่า ลูกทีมของเขาจะไม่เน้นเกมรับอย่างแน่นอน
“เกมตัดเชือกคราวนี้เราจะเสี่ยง เราจะไม่เล่นเกมรับในแดนเราเด็ดขาด ผมจะให้อินทรีเหล็กมีโอกาสพังประตูเราจากลูกสวนกลับเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่พับสนามบุกอย่างที่พวกเขาเคยทำ” ปรันเดลลี กล่าว
ขณะที่ อันเดรีย ปีร์โล เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอิตาลี ฟันธงตอนนี้เยอรมนีกำลังกลัวทัพมะกะโรนีจนขาสั่น หลังเคยต้องน้ำตาตกมาแล้วในเกมเวิลด์คัพ 2006
“พวกเขา (เยอรมนี) กำลังกลัวเรา เขารู้ว่าเราสร้างปัญหาได้เหมือนในปี 2006 ตอนนี้เราอยู่ในระดับเดียวกับสเปน เยอรมนีเป็นทีมที่แข็งแกร่งก็จริง แต่เรามั่นใจว่าเราเอาชนะพวกเขาได้ เราศึกษาเกมของพวกเขามาแล้ว และเราจะแสดงผลลัพธ์ออกมาในอีก 2 วันข้างหน้านี้” ปีร์โล กล่าว
ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่สตาร์ทีมยูเวนตุส เชื่อว่าทีมจะเด็ดปีกอินทรีได้สำเร็จ เป็นเพราะว่าขณะนี้เพื่อนร่วมทีมของเขาสามารถยกระดับการเล่นให้ขึ้นไปเทียบชั้นแชมป์เก่าอย่างสเปนได้แล้ว
สำหรับขุมกำลังอัซซูรีมีปัญหาพอสมควร เนื่องจาก จอร์จิโอ คิเอลลินี กองหลังตัวหลักมีอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์อิตาลีอนุญาตให้ปราการหลังคนสำคัญกลับมาลงซ้อมได้แล้ว เพื่อเตรียมสแตนด์บาย เลโอนาร์โด โบนุชชี หากมีอะไรฉุกเฉิน
ส่วนกรณี ดาเนียเล เด รอสซี ที่บาดเจ็บสะโพกมาจากเกมกับอังกฤษ เจ้าตัวยังหวังผ่านความฟิตลงช่วยทีม ขณะที่ อิกนาซิโอ อบาเต ส่ออดช่วยทีมเช่นกันจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ แถม ปรันเดลลี ยังไม่สามารถใช้งาน คริสเตียน มาจโจ จากโทษแบนอีกด้วย
ข่าวดีคือ ติอาโก มอตตา กองกลางจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หายจากบาดเจ็บต้นขาแล้ว และน่าจะกลับมาทวงตำแหน่งคืนจาก ริคาร์โด มอนโตลิโว
สิ่งที่น่าสนใจในเกมนี้อยู่ที่ทีเด็ดที่ทั้งสองมีอยู่ในมือ ทางฝั่งเยอรมนีมีอาวุธเด็ดคือเกมรุกอันดุดัน พร้อมสไตล์การเล่นที่ดูเฉียบคม รวมกับพรสวรรค์ของนักเตะ ขณะที่อิตาลีมีทีเด็ดอยู่ที่ความเขี้ยวในสนาม รวมถึงสถิติการพบกันที่ใช้ข่มขวัญทีมลูกหนังเมืองเบียร์ได้เป็นอย่างดี
ไม่น่าเชื่อว่าตลอด 7 นัดที่ทั้งสองพบกันในระดับทัวร์นาเมนต์ ทัพอินทรีเหล็กไม่เคยเอาชนะอัซซูรีได้เลย ด้วยการเสมอ 4 แพ้ 3
ถึงแม้สถิติจะดูเอนเอียงไปทางฝั่งอัซซูรี แต่เชื่อว่าความร้อนแรงของทัพอินทรีเหล็กในศึกยูโรหนนี้ จะพาเยอรมนีเอาชนะอิตาลีได้เป็นครั้งแรก
สกอร์ที่คาด : เยอรมนี ชนะ 2-1







