
บริหารอย่างไรให้โดนใจแรงงาน
เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กับศิษย์เก่าหลักสูตร HRM ของศศินทร์
โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กับศิษย์เก่าหลักสูตร HRM ของศศินทร์ รู้สึกดีใจที่ได้รับฟังข่าวคราวความเคลื่อนไหวในทางก้าวหน้าของพวกเขาที่หลายคน (กว่าครึ่ง) ได้โยกย้ายงานข้ามบริษัทกัน บางคนก็ย้ายไปทำงานบริษัทเดียวกันกับรุ่นพี่ บางคนก็ย้ายไปทำงานในบริษัทที่เพื่อนของตนเพิ่งย้ายออกมา อย่างไรก็ตามเมื่อสรุปในภาพรวมแล้ว พบว่านิสิต HRM ของศศินทร์ยังขายดีเป็นที่ต้องการขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่กันอยู่ แสดงว่าเรายังสามารถป้อนบัณฑิต HRM ที่มีความสามารถตามที่นายจ้างของบริษัทระดับชาติและนานาชาติต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว
คุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบกันสักพัก พวกเราก็อดไม่ได้ที่จะหันวกเข้าประเด็น HR ที่พวกเราถนัด หัวข้อที่พวกเราคุยกันคือ “เรื่องปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับล่าง” ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้เขียนได้วิเคราะห์เจาะลึกอย่างต่อเนื่องมาตลอด 2-3 สัปดาห์ติดต่อกัน
สัปดาห์นี้ขอคุยเรื่องนี้อีกเป็นครั้งสุดท้าย เหตุที่ยังอยากคุยเรื่องนี้ก็เพราะว่าได้ฟังความคิดเห็นดีๆ จากประสบการณ์ของลูกศิษย์จึงอยากนำมาแบ่งปันกับท่านผู้อ่านนะคะ โดยเฉพาะท่านที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็น HR ของบริษัท ที่ต้องใช้แรงงานระดับล่างเป็นหลักในการผลิตสินค้าหรือให้บริการ
ลูกศิษย์ทุกคนของผู้เขียนที่ทำงานกับธุรกิจการผลิตบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้านเราขาดแคลนแรงงานระดับล่างที่มีฝีมือมาหลายปีแล้ว และสถานการณ์จะแย่มากขึ้นถ้าเราเข้าถึงยุค AEC เพราะแรงงานชั้นดีที่พอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ก็แห่ไปทำงานประเทศอื่นกันเกือบหมด เหลือแต่พวกที่ไม่ค่อยมีฝีมือ แถมยังเลือกงาน ไม่ค่อยจงรักภักดีกับองค์กร มาทำงาน 2 วันหายไป 3 วัน ฯลฯ “แต่เราก็ต้องง้อพวกเขาอยู่ดี เพราะมันขาดคนจริงๆ...” นี่คือคำโอดครวญของพวกเราชาว HR อย่างไรก็ดีก็ยังมีลูกศิษย์ HR ฝีมือชั้นเซียนอีก 2–3 คนที่ฝากข้อคิดดีๆ ให้กับพวกเราไปลองใช้ดู หากยังไม่มีโอกาสลองใช้ ก็นำไปลองคิดดูก่อนยังได้ ลองมาฟังความคิดของพวกเราดูสิคะ
ประการแรก ต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์ของแรงงานระดับล่างเป็นปฐมบทก่อน ลูกศิษย์คนหนึ่งที่เคยเป็น HR ระดับเจ้าพ่ออยู่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า แรงงานไทยที่เป็นแรงงานจากชนบทจะเป็นคนรักพวกพ้อง ชอบอยู่กับพรรคพวกเพื่อนฝูง ชอบเฮฮาสนุกสนานกับพรรคพวก หากนายจ้างประสงค์จะจ้างแรงงานชนบท หากเป็นไปได้ควรจ้าง “ยกฝูง” คือ จ้างพวกเขาทีละหลายๆ คน เพราะเวลาต้องย้ายถิ่นฐานมาทำงานที่โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่อันไม่เคยคุ้นจะได้ไม่เหงา ขอบอกว่าความเหงาเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนงานอยู่ไม่ได้ หรืออยู่ไม่ทน แต่ถ้ามีเพื่อนพ้องน้องพี่มาอยู่ด้วยหลายๆ คนก็จะอุ่นใจ อย่างไรก็ตามก็มีทางเป็นไปได้สูงเช่นกันว่า เวลาออกก็อาจจะออกยกทีมได้ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมกลยุทธ์ป้องกันการออกยกทีมไว้ด้วย ดังจะนำเสนอในข้อต่อไป
ประการที่สอง ต้องรู้ว่าใคร คือ “ลูกพี่” ที่ทุกคนเกรงใจ เมื่อจ้างแบบยกทีมมาแล้วก็ต้องสังเกตดูว่า ใครคือบุคคลที่บรรดาแรงงานแต่ละกลุ่มให้ความรัก ความไว้วางใจและเกรงใจ ในโรงงานแห่งหนึ่งอาจมีคนงานถึง 100 หรือ 200 คน ในบรรดาคนงานทั้งหมดอาจมีบุคคลที่เปรียบเสมือนเป็น “ลูกพี่” ที่แต่ละกลุ่มให้ความเคารพอยู่สัก 10–15 คน เราก็ต้องยึดบุคคลเหล่านี้เป็นตัวหลักในการพัฒนาความสัมพันธ์และการสื่อสารกับแรงงานทั้งหมด ทำความเข้าใจที่ดีและชัดเจนกับหัวหน้ากลุ่มเหล่านี้ (ซึ่งไม่จำเป็นว่าพวกเขาจะต้องมีตำแหน่งเป็นหัวหน้างานก็ได้) พวกเขาจะเป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารทั้งหลายให้กับพรรคพวกของเขาได้ดีและเร็วกว่าหัวหน้างานโดยตรงเสียอีก ผู้บริหารและ HR จึงควร “เลี้ยงน้ำใจ” ให้เกียรติพวกรุ่นพี่ให้ดีๆ ลูกน้องจะอยู่หรือไปก็อยู่ที่พวกเขานี่เอง
ประการที่สาม ปรับสภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการให้น่าประทับใจ ตอนนี้ทุกคนคงตระหนักแล้วว่าแรงงานระดับล่างกำลังหายาก ลำพังจะสู้แต่เรื่องค่าแรงอาจไม่ใช่มาตรการเดียวที่จะเหนี่ยวรั้งให้อยู่นาน ควรดูแลสภาพความเป็นอยู่ของสถานที่ทำงานและที่พักคนงานให้สะอาด สะดวกสบาย อย่าคิดว่าพอเป็นคนงานระดับล่าง พวกเขาจะกินอยู่อย่างไรก็ได้ เคยมีคนรู้จักคนหนึ่งของผู้เขียนที่ดูแลสถานที่พักของคนงานเป็นอย่างดี น้ำไหล ไฟสว่าง สุขานั่งสบาย (เป็นแบบนั่งโถไม่ใช่แบบนั่งยอง) หมั่นทาสีห้องพักให้ดูดี มีพัดลมพัดเย็น อาหารสะอาด แม้จะมีกับข้าวเพียง 2 อย่างและมีผักมากกว่าเนื้อสัตว์ แต่มีรสชาติถูกปาก (เรื่องรสชาตินี่สำคัญ) ปรากฏว่าคนงานไม่อยากกลับบ้านและไม่อยากย้ายงานสักเท่าไหร่ เพราะว่าติดความสบายที่โรงงานและบ้านพักเสียแล้ว นอกจากนี้บางทียังเปิดเพลงลูกทุ่งให้ฟังเพลินๆ ระหว่างทำงาน (ที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เช่น งานซักรีด อบเสื้อผ้า เป็นต้น) ด้วยก็ยิ่งน่ารื่นรมย์
ประการที่สี่ สร้างชุมชน (Community) ล้อมโรงงานเสียเลย ในกรณีที่เป็นโรงงานใหญ่มีคนงานมากย่อมเป็นการง่ายที่ฝ่าย HR หรือเจ้าของกิจการจะชักชวนพ่อค้า แม่ขายให้มาขายอาหารและสินค้าต่างๆ ให้กับคนงานในราคาย่อมเยาเป็นพิเศษ พอมีคนมาค้าขายมากๆ มาทำงานมากๆ ก็จะมีผู้มาลงทุนสร้างอาคารที่พักอาศัยเอง ทำให้โรงงานเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเจริญมากขึ้น คราวนี้คนงานก็จะมีชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นไปเอง
แบบนี้ถ้ายังไม่โดนใจ ก็ให้รู้กันไป!!!







