
พ่อผู้ดีตกงานจนตรอก ‘ขายตัวเอง’ผ่านอีเบย์
เรียกว่าต้องขอยกตำแหน่งบุคคล “ท้อแต่ไม่ถอย” แห่งปี ที่ทุกคนควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกประเทศ
เรียกว่าต้องขอยกตำแหน่งบุคคล “ท้อแต่ไม่ถอย” แห่งปี ที่ทุกคนควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกประเทศ
กำลังเผชิญกับภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง และคนตกงานล้นโลกเช่นนี้ ให้กับ แอนดี มาร์ติน คุณพ่อลูกสามชาวอังกฤษวัย 45 ปี เสียจริง
เพราะทันทีที่ แอนดี ได้รับจดหมายถูกเลิกจ้างล่วงหน้าที่บอกให้รู้ว่า อีก 30 วันต่อจากนี้ เจ้าตัวจะถูกเฉดหัวส่งจากการเป็นนักวางแผนการขนส่งของบริษัทผู้จัดการของเสียครบวงจรอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แอนดี ไม่มานั่งเสียเวลาตีโพยตีพาย เสียใจที่จะต้องเป็นคนตกงานในไม่ช้านี้
ทว่า แอนดี เลือกที่จะพลิกวิกฤตใช้ความรู้ความสามารถที่มีในโลกไซเบอร์ จากการพยายามโพสต์จดหมายแนะนำตัวในเว็บไซต์สมัครงานอยู่วันแล้ววันเล่าจนชำนาญ เปลี่ยนมา “โพสต์ขายตัวเอง” ดุจดังเป็นสินค้าชนิดหนึ่งสูงถึง 2 หมื่นปอนด์ (ราว 1 ล้านบาท) ผ่านทาง อีเบย์ เว็บไซต์ประมูลสินค้าอันดับ 1 ของโลกที่มีผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 241 ล้านคน โดยที่มีสินค้าที่วางขายกว่า 80 ล้านรายการเสียเลย
“โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ผมก็ต้องปรับตัวให้ทัน เพราะในเมื่อผมอยู่บนโลกไซเบอร์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ทำไมไม่ขายตัวเองในเว็บไซต์เลยล่ะ” แอนดี เปิดใจ
ถึงแม้ว่าเว็บไซต์อีเบย์ได้ติดต่อกลับมาว่า สิ่งที่แอนดีกระทำนั้น เป็นสิ่งที่ผิดเงื่อนไขของทางเว็บไซต์ที่ประกาศห้ามไว้อย่างชัดเจนว่า การประกาศซื้อขายใดๆ ในบนเว็บไซต์ จะต้องไม่ใช่การค้ามนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตโดยเด็ดขาด
ทว่า ครอบครัวมาร์ตินยังไม่หมดหวัง โดยยังมีความเชื่อมั่นว่าความพยายามในการขายตัวเองของผู้เป็นพ่อ เพื่อแลกเงินเหยียบล้าน มาต่อลมหายใจให้กับครอบครัวจะประสบความสำเร็จในเร็วๆ นี้
“แม้ว่าจะไม่มีใครสนใจติดต่อซื้อผม แต่ผมก็เชื่อว่า การโพสต์ขายตัวเองในครั้งนี้ สอนบทเรียนสำคัญให้ลูกชายวัย 10 ปีของผมว่า งานจะไม่เดินมาหาเรา” แอนดี กล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม แอนดี แย้มว่า แม้ว่าจะไม่มีใครยอมทุ่มทุนซื้อตัวเขาในขณะนี้ แต่ภายหลังจากที่โลกรู้จักเขามากขึ้น ว่าเป็น “บุคคลขายตัวเอง” ส่งผลให้มีผู้ติดต่อเข้ามาเสนองานให้อย่างต่อเนื่อง
อย่างนี้สิถึงเรียกว่า “ต้องสู้ถึงจะชนะ” ของจริง







