
อยากเจาะตลาดใหญ่ ทำไมต้องไปบรัสเซลส์
ท้องฟ้ามืดครึ้มการจราจรที่ติดขัดและผู้คนหลากเชื้อชาติหลายภาษาเดินอย่างรีบเร่งบนทางเท้า
ท้องฟ้ามืดครึ้มการจราจรที่ติดขัดและผู้คนหลากเชื้อชาติหลายภาษาเดินอย่างรีบเร่งบนทางเท้า อาจเป็นบรรยากาศที่ขัดกับฉากหลังอันสวยงามของสถาปัตยกรรมยุโรปของอาคารบ้านเรือน แต่บรรยากาศเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงแห่งสหภาพยุโรปและประตูสู่ตลาดการค้าที่มีขนาดใหญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นในการนำเสนอครั้งนี้ ขอพาไปเริ่มต้นรู้จักกับอีกเมืองหนึ่งในเบลเยียม เมืองที่ว่านี้ก็คือแอนต์เวิร์ปตั้งอยู่ไม่ไกลจากบรัสเซลส์ใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 45 นาที ความสำคัญของเมืองนี้คือการเป็นที่ตั้งของท่าเรือขนส่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรปรองจากท่าเรือรอตเทอร์ดัมของประเทศเนเธอร์แลนด์ นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของอุตสาหกรรมที่ขึ้นชื่อว่าสุกสกาวที่สุด นั่นก็คืออุตสาหกรรมเจียระไนเพชร ว่ากันว่าเพชรดิบปริมาณมากถึง 2 ใน 3 ของโลกถูกส่งมาเจียระไนที่นี่ ด้วยเหตุนี้แอนต์เวิร์ปจึงได้รับฉายาว่า “The diamond capital of the world” และในช่วงเวลาที่เราเดินทางไปเยือนแอนต์เวิร์ปนั้น ตรงกับการจัดงาน “Amazing Thai Weekend In Antwerp” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงบรัสเซลส์ โดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายในประเทศเบลเยียม ภายในงานได้มีการจัดแสดงเอกลัษณ์นาฏศิลป์ไทย มวยไทย ตะกร้อ การนวดแผนไทย และร้านจำหน่ายอาหารไทย ซึ่งจากการสังเกตภายในงานเราพบว่าอาหารไทยเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม เพราะทุกร้านจะแน่นขนัดไปด้วยผู้คน
ถึงแม้ว่าจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาก็ตามที คุณศรัณย์ เจริญสุวรรณ อัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ เล่าให้เราฟังว่าชาวเบลเยียมรวมถึงชาวยุโรปมีความชื่นชอบอาหารไทยมากเป็นพิเศษ สะท้อนได้จากการจัดงานที่ผ่านมารวมถึงงานในครั้งนี้ อาหารไทยคือสิ่งที่ดึงดูดผู้คนได้มากที่สุด นอกจากนี้ในบรัสเซลส์ยังมีร้านอาหารไทยจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จใน มากไปกว่านั้นธุรกิจส่งออกอาหารจากประเทศไทย ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจส่งออกที่มีมูลค่าการค้าสูงในตลาดสหภาพยุโรป ถึงแม้ว่าสหภาพยุโรปกำลังจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งในเรื่องของการส่งออกอาหารนี้ คุณพิมพ์ชนก วอนขอพร อัครราชทูต ฝ่ายพาณิชย์ สำนักงานพาณิชย์ในต่างแดน ประจำกรุงบรัสเซลส์ให้สัมภาษณ์กับเราว่า สินค้าอาหารถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สินค้าที่สหภาพยุโรปนำเข้าปริมาณสูงเป็นลำดับต้นๆ จากประเทศไทย แต่สินค้าอาหารหลายชนิดเราเป็นผู้นำในตลาดสหภาพยุโรป เช่น ไก่ปรุงสุก กุ้งสดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งเป็นสินค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดนี้ อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปถดถอย ทำให้พฤติกรรมการกินอาหารของชาวยุโรปเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนนิยมออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ปัจจุบันนิยมซื้อวัตถุดิบมาปรุงเพื่อรับประทานภายในครอบครัว จึงทำให้สินค้าจำพวกวัตถุดิบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารแช่แข็งหรืออาหารกระป๋องเป็นที่ต้องการอย่างมากในสหภาพยุโรป นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจไทยในสหภาพยุโรป
สหภาพยุโรป แบ่งโครงสร้างในการบริหารออกเป็น 4 ส่วน ประกอบไปด้วย สภายุโรป คณะมนตรียุโรป คณะกรรมมาธิการยุโรป และศาลยุติธรรมแห่งยุโรป ดังนั้นสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรปประจำกรุงบรัสเซลส์จึงเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานดังกล่าวเพื่อออกกฎระเบียบ กฎเกณฑ์และรวมไปถึงการตัดสินใจร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศสมาชิก ด้วยเหตุนี้คุณบราลี รัตนปิณฑะ ตัวแทนจากสำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์บอกกับเราว่า โดยปกติแล้วการออกกฎระเบียบหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ในสหภาพยุโรปจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งมีขั้นตอนและกระบวนการที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีการแจ้งถึงรายละเอียดล่วงหน้าเกี่ยวกับกฎระเบียบหรือกฎเกณฑ์เหล่านั้นอยู่เสมอ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจะต้องติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปอยู่เสมอ เพื่อที่จะมีเวลาในการเตรียมตัวปรับเปลี่ยนสินค้าและมีความพร้อมในการส่งออกมายังสหภาพยุโรปทันทีที่มีการประกาศใช้มาตรการต่างๆ เพราะต้องไม่ลืมว่าสหภาพยุโรป ประกอบไปด้วย 27 ประเทศ ซึ่งใช้ระบบตลาดร่วมที่เป็น Common Market และ Single Market นั่นหมายความว่า 27 ประเทศทั้งหมดจะต้องใช้กฎระเบียบหรือกฎเกณฑ์เดียวกันหมด
เว็บไซต์ thaieurope.net คือสื่อกลางที่สำคัญ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทุกมิติเกี่ยวกับสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองด้านเศรษฐกิจ ลู่ทางในการส่งออกและการลงทุนและรวมไปถึงการแจ้งเตือนล่วงหน้าประเด็นต่างๆ ในสหภาพยุโรปที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ยกตัวอย่าง กรณีของการประกาศยกเลิกการระงับนำเข้าไก่สดจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการก็สามารถเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์นี้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้ คุณตริตราภรณ์ โขมพัตร อัครราชทูตฝ่ายเกษตร สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพยุโรปบอกกับเราว่า ประเทศในสมาชิกสหภาพยุโรปส่วนใหญ่มีความกังวลเรื่องของสุขอนามัยทางด้านอาหารสูง ดังนั้นกฎระเบียบการนำเข้าอาหารจึงมีความเคร่งครัดสูงจนอาจกลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคทางการค้า ซึ่งกรณีของการระงับการนำเข้าไก่สดจากประเทศไทย ซึ่งระงับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ก็เกิดจากกรณีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีก แต่ล่าสุดนี้ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย เนื่องจากสหภาพยุโรปยกเลิกการระงับนำเข้าไก่สดจากประเทศไทยแล้ว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป
และด้วยความสำคัญของสหภาพยุโรปในการเป็นหนึ่งในตลาดการค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ดังนั้นบทบาทและหน้าที่อีกด้านหนึ่งของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ คือการทำหน้าที่เป็นคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรปตั้งอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ดังนั้นกรุงบรัสเซลส์จึงเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการของสหภาพยุโรป ซึ่งคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป มีหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างรัฐบาลไทยและสหภาพยุโรป ในการติดตามความเคลื่อนไหวตลอดจนเจรจาต่อรองด้านการค้าการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรปนั่นเอง ด้วยความสำคัญของบรัสเซลส์นี้ จึงไม่ต้องแปลกใจหากจะเห็นผู้คนหลากเชื้อชาติหลากภาษาอาศัยกันอยู่มากมายในกรุงบรัสเซลส์ เพราะพวกเขาเหล่านั้นต่างมีจุดหมายเดียวกันคือ การเข้ามาตั้งสำนักงานเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดสหภาพยุโรป หนึ่งในตลาดการค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก







