posttoday
ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

23 มิถุนายน 2555

ไม่ง่ายนัก ที่ครั้งหนึ่งของชีวิตจะมีโอกาสได้เข้าร่วมกราบไหว้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์/นิธิ ท้วมประถม

ไม่ง่ายนัก ที่ครั้งหนึ่งของชีวิตจะมีโอกาสได้เข้าร่วมกราบไหว้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบบถูกต้องตามพิธีกรรมทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการขอพรในปีมังกร ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์ในเทพนิยาย ที่สามารถประทานพรให้กับผู้ที่ยึดถือปฏิบัติตนเป็นคนดีได้มีความสุขสมหวังกับทุกสิ่ง อ่านถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งนึกว่าเราจะพาท่านผู้อ่านหลงเชื่อในสิ่งที่งมงายไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ ลองเปิดใจแล้วเดินทางตามมากับ โครงการ สัญจรพยากรณ์ 5 ภาค เสริมบารมี ปีมังกร 2555 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.แพร่ แล้วจะรู้ว่า“มหัศจรรย์เมืองไทย”ของเรามีของดีของแปลกรอให้ค้นหาสิ่งที่สร้างความประทับได้อยู่ตลอดเวลา

โดยเฉพาะเส้นทางตามรอยมังกรแห่งภาคตะวันออกในครั้งนี้เริ่มจากการเดินทางไปยัง วัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลามาส ซึ่งเป็นวัดจีนเก่าแก่โบราณก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ปี พ.ศ. 2414 บนถนนเยาวราช โดยมีความเชื่อว่าวัดเล่งเนี่ยยี่ เป็นพื้นที่ที่เปรียบเป็นหัวมังกร ที่ๆมีความอุดมสมบูรณ์ จึงเห็นได้ว่าถนนสายทองคำแห่งนี้ไม่เคยหลับไหล และเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทางการท่องเที่ยว การค้าขาย การลงทุน ซึ่งสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาล รวมถึงอาหารการกินเจ้าดังก็ตั้งอยู่บริเวณนี้มากมายหลายร้าน

ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

 

การมาเยือนในครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง ซึ่งมักจะไปกราบไหว้ขอพรในวันขึ้นปีใหม่จีน หรือตรุษจีนนั่นเอง ส่วนใครปีชงก็ไปแก้ชงกัน แต่ครั้งนี้มีผู้รู้พาไป ณรงค์ศักดิ์ ฐิติวัฒนากร หรืออาจารย์บอย ที่ปรึกษา โครงการ สัญจรพยากรณ์ 5 ภาค เสริมบารมี ปีมังกร 2555 เป็นผู้นำทำพิธีต่างๆ ว่าแล้วก็เริ่มต้นจากการเบิกฤกษ์ เบิกชัย ณ เสาทีกง หรือเสาฟ้าดิน ผ่านการจุดธูป 12 ดอก เพื่อขอพรให้การเดินทางตามรอยมังกรร่วมกับคณะในครั้งนี้ แคล้วคลาดจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง

หลังจากนั้นคณะใช้เวลาการเดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ตลอดระยะการเดินทาง อ.บอยและคณะต่างหมุนเวียนสลับกันขึ้นมาบอกเล่าถึงที่มาและความสำคัญของมังกร พร้อมเกร็ดความรู้ต่างๆมากมาย ในเรื่องการไหว้พระ การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้คนที่ร่วมเดินทาง ช่วยเพิ่มระดับความอยากรู้อยากเห็น ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริงหรือไม่

การเดินทางถึงจ.ฉะเชิงเทราใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงดีนัก แว่บแรกที่เห็นยังเป็นภาพชินตาที่เห็นมานานตั้งแต่สมัยก่อนที่วัดยังไม่ได้ปรับปรุงสถานที่จนใหญ่โตเหมือนทุกวันนี้ กับบรรยากาศภายในวัดที่คึกคักไปด้วยผู้คนที่ศรัทธาในพุทธศาสนา หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศเบียดเสียดกัน เพื่อให้ได้เข้าใกล้องค์พระมากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนความเป็นคนไทย ที่นิยมกราบไหว้ขอพรพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต หรือแม้กระทั่งบนบานสานกล่าวก็ตาม แต่ถึงคนจะเยอะคณะเราไม่รอช้า เพราะทุกขั้นตอนต้องเร่งดำเนินการให้ตามกรอบเวลาฤกษ์ยามที่กำหนดไว้ เพื่อให้การขอพรด้านโชคลาภจากองค์หลวงพ่อโสธร สัมฤทธิ์พร หรือว่าใครจะปฏิเสธว่าไม่อยากเฮงๆรวยๆกัน ว่าแล้วก็ไม่รอช้าทุกคนในคณะรีบกุลีกุจอ นำแผ่นทองคำเปลวมาห่อหุ้มเหรียญบาทของตัวเองที่เตรียมไว้ พร้อมอธิฐานในสิ่งที่ต้องการด้านโชคลาภ หลังจากนั้นก็ให้นำเหรียญบาทไปวางไว้ที่องค์หลวงพ่อโสธร

ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

 

อ.บอย เล่าว่า การขอพรด้านโชคลาภที่วัดหลวงพ่อโสธรนั้น เป็นไปตามฮวงจุ้ย เพราะสถานที่ตั้งของวัด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตามหลักชัยภูมิไชย เป็นหลักชัยภูมินาคนาม และการใช้ทองประกอบพิธีกรรมนั้น จะช่วยเรียกเงินเรียกทองและสิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตได้ หลังจากนั้นคณะได้ร่วมลงเรือ เพื่อทำพีกรรมบูชาพญานาค โดยการล่องเรือขวัญนที แม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นอีกเส้นทางผ่านของสายน้ำแห่งมังกร การล่องเรือในบรรยากาศแห่งท้องน้ำที่ไหลเอื่อย พร้อมการลอยดอกบัว ที่ประพรมด้วยกำยานผง แล้วในช่วงการทำพิธีนี้ ก็มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นที่หลายๆ คนในคณะสัมผัสได้ถึงความอัศจรรย์ เพราะจากท้องฟ้าที่เจิดจ้าอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นฟ้าครึ้มลงในเฉพาะจุดที่เรือแล่น และมีแสงสีทองพาดผ่าน คล้ายกับว่าเป็นสัญญาณการรับรู้จากได้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวคณะบูชานั้นเกิดการรับรู้แล้ว อันนี้ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่วิจารณญาณของแบบนี้ต้องเจอกับตัวเองเท่านั้น...

และใช่ว่าทริปนี้จะอัดแน่นไปด้วยเส้นทางการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เพราะสิ่งที่เป็นของคู่กับคนไทยอีกอย่างก็คือ การช็อปปิ้งกระจายรายได้สู่ชุมชนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (เข้าคอนเซ็ปของททท.พอดีเลย) หลังแวะรับประทานอาหารร้านป้าหนู ที่เป็นร้านไม่ใหญ่โตมากนัก อยู่ในตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำโบราณของชุมชนคนจีน อายุกว่า 100 ปี ทำให้นึกถึงความทรงจำในวัยเด็กที่มีสินค้าแบบเก่าหมากฝรั่งกล่องแมวดำ จับฉลากหยอดเหรียญบาทเบอร์ลูกไข่ที่ของรางวัลมักจะเป็นแหวนหรือไม่ก็ลูกแล้วเท่านั้น และอีกสารพัดให้เพลิดเพลิน ก่อนที่จะย้อนกลับมาขึ้นรถที่วัดหลวงพ่อโสธรอีกครั้ง

ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

 

จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าไปยังวัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่ สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นส่วนท้องมังกร ซึ่งเป็นอีกสถานที่ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์ผู้ที่บำเพ็ญเพียรจนละสิ้นกิเลส ตามรอยพระพุทธเจ้า ซึ่งนิพพานมานานถึง 2,600 ปี วัดเล่งฮกยี่แห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2449 ตรงกับสมัยของรัชกาลที่ 5 โดยหลวงจีนชกเฮ็งผู้เป็นศิษย์วัดมังกรกมลาวาสหรือวัดเล่งเน่ยยี่ที่กรุงเทพฯ วัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนวัดที่ขยายมาจากวัดมังกรกมลาวาส โดยชื่อภาษาจีนของวัดเล่งฮกยี่นั้นแปลว่า มังกรแห่งวาสนา หรือ มังกรแห่งโชค จึงมีผู้นิยมมาสักการะวัดนี้เพื่อขอให้มีโชคลาภวาสนา

นอกจากการเดินศึกษาประวัติต่างๆ ยังมี 2 พิธีกรรมที่เรียกว่าเป็นจุดขายสำหรับวัดเล่งฮกยี่เลยก็ได้ คือ การขอพรจากพญามังกรไม้ มังกรของพระโพธิสัตว์กวนอิม ด้วยการลูบศรีษะมังกร ท้องมังกร และลูบตามเกร็ดมังกร โกยโชคลาภเข้ากระเป๋า และการบูชาเทพซิงเอี้ย การสวดคาถาพร้อมอธิฐานเรื่องโชคลาภ นอกจากนั้นที่วัดแห่งนี้ยังมีระฆังใบใหญ่น้ำหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งเป็น 1 ใน3 ใบในโลก ที่มีจารึกด้วยคาถามหาปรัชญาปรมิตาสูตรจารึกไว้โดยรอบองค์ระฆัง ถือกันว่าถ้าตีระฆัง 1 ครั้ง ก็เหมือนกับการสวดพระสูตรที่จารึกรอบองค์ระฆัง 1 จบ ถือเป็นบุญกุศลอย่างสูง

เมื่อเวลาการเดินทางมีไม่มากนัก แต่แน่นไปด้วยคุณภาพการเรียนรู้ การเดินทางในวันแรกจึงปิดเส้นทางที่วัดปากน้ำโจ้โล้ พระอุโบสถหนึ่งเดียวที่ทาสีทองทั้งหลัง สามารถเดินลอดใต้ฐานพระประทาน ขอพรและสะเดาะเคราะห์ สร้างความสบายใจให้กับผู้ที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

 

บ่ายๆแก่ หลังจากทัวร์สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแบบครบถ้วนใน จ.ฉะเชิงเทรา กันแล้ว คณะเราก็เดินทางต่อ ไปยังจ.จันทบุรี เพื่อตามหาส่วนหางมังกรในวันถัดมาที่วัดเล่งฮัวยี่ ก่อนเดินทางในวันสุดท้าย ผู้ร่วมทริปในครั้งนี้จะได้รับการตรวจดวงชะตากับคณะอาจารย์บอย ที่มีความหลากหลายในการทำนายทายทัก อย่าง อาจารย์โม ทิพพจักขุ วิชาดวงไทยโบราณ อาจารย์แพร ฟอร์จูน วิชาคัมภีร์มหาสัตตเลข และไพ่ยิปซี หรือ อ.สุวพณิชย์ แสดงสกุลสุนทร โหราศาสตร์ไทย เป็นต้น ซึ่งชั่วโมงนี้อาจเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมผู้เข้าร่วมทริป ต้องการพิสูจน์พร้อมไขปริศนาให้กับชีวิต เพื่อใช้เป็นเข็มทิศบอกเส้นทางเดินให้ถูกต้อง ตรงกับสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตาม อ.บอย แนะเคล็ดลับการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่า การขอพรในแต่ละสถานที่ ควรรู้ว่าที่แห่งใด ใดโชคในเรื่องใด เช่น ความรัก หน้าที่การงาน ครอบครัว เพื่อให้การขอพรสามารถสำเร็จลุล่วงด้วยดี

การเดินทางในวันที่สอง จึงเริ่มต้นจากอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นจุดพักทัพและสร้างเรือขนาดใหญ่ไว้ออกรบในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคณะได้จัดทำเรือบายศรีมังกร ประกอบพิธีถวายสักการะต่อองค์พญามังกร ซึ่งการทำบายศรีตามความเชื่อของคนไทยถือเป็นการบวงสรวงชั้นสูง โดยอ. บอยได้แนะนำให้การขอพรครั้งนี้ มุ่งในเรื่องความรักและเรื่องที่ต้องการให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว ก่อนนำบายศรีพญามังกรลอยออกท้องทะเล

ตามรอยเส้นทางมังกรเสริมพลังชีวิต

 

สำหรับการเดินทางเข้าวัดมังกรบุปผาราม หรือเรียกกันว่า“วัดเล่งฮัวยี่”ในภาษาจีน วัดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520 เป็นวัดในพุทธศาสนา มหายานฝ่ายจีนนิกาย มีประวัติเกี่ยวข้องกับ พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร(สกเห็ง) ปฐมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพฯ และวัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) จังหวัดฉะเชิงเทรา สถาปัตยกรรมเป็นลักษณะผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีน ศิลปะแบบสถาปัตยกรรมจีนภาคใต้ วัดเล่งฮัวยี่เป็นเส้นทางหางมังกร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐ์ฐานของเหล่าทวยเทพ มีเซียนต่างๆของคนจีน ให้กราบไหว้จำนวนมาก รวมถึงองค์พระแม่กวนอิมพันมือ ที่เปรียบเหมือนว่าคิดสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ

การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเสริมบารมีในครั้งนี้ ได้สิ้นสุดลงที่วัดกองดิน เป็นสถานที่ตั้งจุดเชื่อมต่อการเดินทางออกรบของกองทัพพระเจ้าตากสิน ระหว่าง จ.ระยองและ จ.จันทบุรี เพื่อร่วมจุดธูปพร้อมกรวดน้ำบนใบไม้ อุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมเจ้ากรรมนายเวร แบบพิธีดั้งเดิมใต้ต้นโพธิ์ 3 ต้น ในวัดภายใต้บรรยากาศโพล้เพล้ที่ชวนขนลุกเล็กน้อย แต่ก็สร้างความอิ่มบุญอิ่มใจให้กับผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

โครงการสัญจรพยากรณ์ 5 ภาคฯ ของททท. รอให้นักท่องเที่ยวที่สนใจและพร้อมสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างจากการเดินทางท่องเที่ยวแบบเดิมๆ มีรอให้เลือกเดินทางตามรอยเส้นทางมังกร ทั้ง5ภูมิภาค ได้แก่1มังกรแห่งทิศบูรพา(ภาคตะวันออก)กรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา2มังกรแห่งทิศอุดร(ภาคเหนือ)กรุงเทพ-อุตรดิตถ์–แพร่-น่าน3มังกรแห่งทิสประจิม ผภาคกลาง)กรุงเทพ-สุพรรณบุรี4มังกรแห่งแดนอีสาน(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)กรุงเทพ-นครพนม และ5มังกรแห่งทิศทักษิณ (ภาคใต้) กรุงเทพ-ภูเก็ต

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ลองหาโอกาสเดนทางเรียนรู้เปิดรับกับสิ่งๆใหม่ที่ซ่อนเร้น รอคอยการค้นหา และพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่า การท่องเที่ยวเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท