
ราชบุรีโฮลดิ้ง คืนธรรมชาติสู่สังคม
หากเราพูดถึงการสร้างโรงงานไฟฟ้า แวบแรกของความคิดก็คือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและชุมชน
โดย...โยธิน อยู่จงดี
หากเราพูดถึงการสร้างโรงงานไฟฟ้า แวบแรกของความคิดก็คือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและชุมชน แต่หากเรากำลังพูดในอีกแง่มุมในด้านความต้องการพลังงานไฟฟ้าของประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่กำลังผลิตมีอยู่อย่างจำกัด การสร้างโรงงานไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี ท่ามกลางการคัดค้านของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเกรงจะเกิดผลกระทบต่อธรรมชาติ จึงกลายเป็นความจริงสองด้านที่ว่า ทุกคนต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ไม่อยากให้สร้างโรงไฟฟ้าที่ทำลายสิ่งแวดล้อม
คำถามก็คือ หากไม่สร้างแล้วในอนาคตเรานำไฟฟ้ามาจากไหน และถ้าสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเราจะต้องลงทุนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอกับความต้องการของทั้งประเทศ เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ต่อให้ใช้พื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งจังหวัดก็มีกำลังผลิตไม่เท่ากับโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงเพียง 1 โรง แล้วเราจะทำอย่างไร
คำตอบหนึ่งที่เราเห็นได้จากความพยายามรักษาสิ่งแวดล้อมและคืนธรรมชาติสู่สังคมของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ก็คือ สิ่งเหล่านี้อยู่ที่การบริหารจัดการโรงงานไฟฟ้าทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำโดยใช้พลังงานให้คุ้มค่า ด้วยความรู้และเทคโนโลยี เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้ได้มากที่สุด
บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เป็นบริษัททางด้านธุรกิจโรงงานไฟฟ้าทั้งก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ถ่านหิน รวมทั้งโรงงานไฟฟ้าพลังงานทดแทนและพลังงานชีวมวล ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งประเทศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังงานสะอาดทีละเล็กละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
“บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยถือเป็นภารกิจหลักด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวะโลกร้อนที่ทุกภาคส่วนกำลังประสบอยู่ในปัจจุบันเกิดจากสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ที่ถูกบุกรุกทำลายได้ส่งผลกระทบโดยตรงกลับมายังมนุษยชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในรูปแบบของภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วทุกภาคของประเทศและทั่วโลกอยู่ในปัจจุบัน” นพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เผยวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่ต้องการเห็นป่าไม้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม
สิ่งเหล่านี้เห็นได้จากโครงการที่บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ได้เข้ามามีส่วนร่วมแต่แรกอย่างโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” จัดร่วมกับกรมป่าไม้ ตั้งแต่ปี 2551 โดยป่าชุมชนบ้านกลาง ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา เป็นป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2554 ป่าชายเลนแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูขึ้นจากพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากการสัมปทานเหมืองแร่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีวิตของชุมชน
ชาวชุมชนบ้านกลางจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจฟื้นฟูและพัฒนาระบบนิเวศชายฝั่งตั้งแต่ปี 2535 มีการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเข้มแข็งและพอเพียง โดยใช้หลักคำสอนทางศาสนาและกฎกติกาป่าชุมชนในการบริหารจัดการป่าชุมชน ทำให้ป่าชุมชนบ้านกลางในวันนี้มีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิมและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติ โดยพันธุ์ไม้ชายเลนชนิดต่างๆ เอื้อประโยชน์ในการดำรงชีพของชุมชน สามารถใช้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งดำรงชีวิต
นอกจากโครงการนี้แล้ว ยังมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการปลูกป่าซึ่งเป็นธรรมชาติอันสำคัญของมนุษย์ หากเรามองความสำเร็จของชาวชุมชนบ้านกลาง มาเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่ จะเห็นส่วนที่คล้ายกันอย่างหนึ่งก็คือ ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการปลุกจิตสำนึกลงในจิตใจของคนรุ่นใหม่ ว่าเราไม่ควรตักตวงผลประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเห็นแก่ตัว และเมื่อธรรมชาติอยู่ได้ ชาวชุมชนก็อยู่อย่างมีความสุข แนวทางธุรกิจของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ก็เช่นเดียวกัน การสร้างผลกำไรเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทอยู่ได้ แต่ต้องตอบแทนสิ่งดีงามแก่สังคมควบคู่ไปกับการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ที่มุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับชั้นในองค์กรเกิดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เพราะหากสิ่งแวดล้อมถูกทำลายมนุษย์ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน.







