
วิมเบิลดันไร้สตรอเบอร์รี
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ ศึกเทนนิส “วิมเบิลดัน” ก็จะเปิดฉากแล้ว แต่ปีนี้มีความกังวลกันว่า “สตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม” ของหวานประจำทัวร์นาเมนต์อาจจะหายไป
โดย...จาด้า
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ ศึกเทนนิส “วิมเบิลดัน” ก็จะเปิดฉากแล้ว แต่ปีนี้มีความกังวลกันว่า “สตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม” ของหวานประจำทัวร์นาเมนต์อาจจะหายไป
เรื่องของเรื่องก็คือสภาพอากาศของสหราชอาณาจักรในปีนี้มีความแปรปรวนอย่างมาก จนทำให้สตรอเบอร์รีสุกไม่ทันตามฤดูกาล
ปกติแล้วผลไม้อันอุดมไปด้วยวิตามินซีประเภทนี้จะออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือน มิ.ย.ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแข่งขันวิมเบิลดันพอดี
อย่างไรก็ตาม การที่เดือน มิ.ย.ปีนี้มีปริมาณฝนมากที่สุดในรอบ 5 ปี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน และสถิติฝนตกมากที่สุดในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ทำให้เหล่าเกษตรกรผู้ปลูกสตรอเบอร์รีเกรงกันว่าแสงแดดที่น้อยกว่าปกติจะทำให้ผลไม้ของพวกเขาสุกช้ากว่าที่ควรจะเป็น
คนไทยเราอาจจะคิดว่าชาวเมืองผู้ดีจะซีเรียสอะไรกันนักกันหนาเพราะสตรอเบอร์รีไม่มี ก็เปลี่ยนไปกินผลไม้หรืออะไรอย่างอื่นแทนก็ได้
ทว่า สำหรับแฟนลูกสักหลาดที่นั่นเขามองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ เพราะว่า “สตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม” ไม่ใช่แค่ของหวานเท่านั้น หากแต่ยังเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ที่อยู่คู่กับวิมเบิลดันมาอย่างยาวนาน
เดิมทีฝ่ายจัดการแข่งขันที่ออล อิงแลนด์ ลอน เทนนิส แอนด์ โครเกต คลับ ได้นำแค่สตรอเบอร์รีมาเสิร์ฟให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ปี 1953 ก่อนที่จะมีการนำครีมมาราดเพิ่มตั้งแต่ปี 1970 จนกลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของทุกคนซึ่งรวมถึงแฟนๆ ด้วย
สตรอเบอร์รี 10 ลูก ราดด้วยครีมสดในถ้วยเล็กๆ มีราคาราว 4 ปอนด์ (ประมาณ 200 บาท) โดยปีที่แล้วมีการบริโภคสตรอเบอร์รีในศึกวิมเบิลดันรวมกันถึง 5.5 หมื่นปอนด์ (ประมาณ 1.21 แสน กก.) และครีมสดอีก 2,000 แกลลอน
นอกจาก “สตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม” แล้ว อีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนเทนนิสที่ SW19 (ที่ตั้งของสนามในย่านตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน) ก็คือ เครื่องดื่มที่เรียกว่า “พิมม์ส” (ค็อกเทลที่ใส่ผลไม้หลายอย่างลงไปด้วย) ซึ่งปีที่แล้วขายไปได้ถึง 2 แสนแก้วเลยทีเดียว (ราคาประมาณ 5 ปอนด์)
ถ้าใครมีโอกาสได้ไปชมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกก็อย่าลืมลองหาซื้อมากินและดื่มกันดู รับรองจะได้ฟีลในการชมเทนนิสเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน







