
ชั่วโมงพักร้อนกับ เจสัน มราซ
เที่ยงวันก่อนถึงเวลานัด เจสัน มราซ เดินทางมาถึงแบบง่ายๆ สบายๆ ในชุดเสื้อยืดพอดีตัว กางเกงยีนส์ซีดมีรอยขาดตรงหัวเข่า
โดย...เพ็ญแข
เที่ยงวันก่อนถึงเวลานัด เจสัน มราซ เดินทางมาถึงแบบง่ายๆ สบายๆ ในชุดเสื้อยืดพอดีตัว กางเกงยีนส์ซีดมีรอยขาดตรงหัวเข่า รองเท้าแตะฟองน้ำและหมวก ซึ่งเป็น “ไอเท็ม” ที่ขาดไม่ได้สำหรับหนุ่มคนนี้
ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในวาระดีที่ได้เดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เจสัน มราซ ถอดรองเท้าแตะเดินไปมาในห้องด้วยเท้าเปลือยเปล่า เขาอยู่ในอารมณ์สดชื่นและเป็นกันเอง แม้ว่าจะเพิ่งเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ แต่ก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมได้ออกกำลังกายด้วยโยคะในตอนเช้าอีกด้วย
ก่อนเริ่มต้นพูดคุย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาขอถ่ายรูป “แกดเจ็ต” ของนักข่าวที่วางบนโต๊ะตรงหน้า ซึ่งมีหลากหลายทั้งไอโฟน ไอแพด แบล็คเบอร์รี่ และเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอล เพื่อเก็บภาพนั้นไว้ในคอลเลกชันส่วนตัว และสักวันเราอาจจะเห็นภาพนั้นบนเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ของเขาก็เป็นได้
กับทุกคำถาม ศิลปินหนุ่มครุ่นคิดอย่างจริงจังกับทุกคำถาม เมื่อถึงเวลาตอบเขาจะให้รายละเอียด หนุ่มวัย 34 ปีจากรัฐเวอร์จิเนียคนนี้ เริ่มทำงานเพลงเมื่อปี 2002 ก่อนจะมาโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในปี 2008 ด้วยอัลบั้ม We Sing, We Dance, We Steal Things ซึ่งมีเพลงฮิตอย่าง I’m Yours รวมอยู่ด้วย ตามด้วยอัลบั้มขายดีอีกหลายชุด จากเด็กหนุ่มธรรมดาเขากลายเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จทางด้านการขาย เป็นเจ้าของหลายรางวัลแกรมมี่
ทุกวันนี้ เจสัน มราซ อาศัยอยู่ในซานดิเอโก เขามีไร่อโวคาโดของตัวเอง เป็นไร่ซึ่งใช้พลังงานอาทิตย์ สวนหลังบ้านในไร่แห่งนี้ให้กำเนิดหลายบทเพลง ทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งทำให้เจ้าของรู้สึกดีเมื่อได้เห็นพืชพันธุ์ในไร่เติบโตงอกงามและให้ผลผลิต
กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ เจสัน บอกว่า เขาได้รับการช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย ในวันที่เขาเองมีพร้อมแล้วทุกอย่าง จึงอยากจะช่วยเหลือผู้คน สิ่งแวดล้อมและโลก โดยผ่านหลายมูลนิธิที่ตั้งขึ้น ที่ผ่านมา เจสัน ร่วมกับองค์กรไม่หวังผลกำไรเดินทางไปแอฟริกาเพื่อช่วยเหลือปลดปล่อยเด็กๆ จากการค้ามนุษย์และใช้แรงงานทาส ทุกวันนี้เขาและทีมงานต้องเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยมาก นั่นทำให้เขายิ่งต้องรักโลกและช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
10 ปีในวงการเพลง เจสัน มราซ บอกว่า เขาได้พัฒนาฝีมือการเขียนเพลงและปรับเปลี่ยนสไตล์ทางดนตรีให้ดีขึ้น เขาเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า งานชุดหลังๆ ของเขาเป็นคอมเมอร์เชียลมากกว่าเก่า ด้วยการเป็นศิลปินในค่ายใหญ่และมีคนฟังอยู่ทั่วโลกก็คงจะหนีตรงนี้ไม่พ้น แต่ถึงอย่างไรงานก็ต้องมีมาตรฐานคุณภาพ กับอัลบั้มล่าสุด Love Is A Four Letter Word เป็นงานที่มีภาคดนตรีสนุกสนาน เนื้อหาเกี่ยวกับความรักและการใช้ชีวิต ทั้งหมดมาจากประสบการณ์ตรงของศิลปิน บางครั้งมาจากการเรียนโยคะ ซึ่งสอนหลายๆ อย่างให้กับเขา
ทุกวันนี้ เจสัน มราซ ใช้เวลาในการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ ระหว่างนั้นเขาได้เรียนรู้ว่า สถานที่ซึ่งเดินทางไปเยือนขณะนั้น คือ “บ้าน” สำหรับเขา “เมื่อมาเยือนประเทศไทย ที่นี่ก็คือ บ้าน เพราะถ้าเราคิดว่า บ้านอยู่ที่อื่น เราก็จะไม่มีความสุข”
แม้จะผ่านเวทีคอนเสิร์ตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกวันนี้เขายังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อออกแสดง สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นและหายตื่นเต้นได้ก็คือ... การตอบรับจากคนฟัง และสิ่งที่เขาทำได้คือ ... ปล่อยให้มันเป็นไป
ปัจจุบัน เจสัน มราซ คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานพอสมควรแล้ว และเป้าหมายต่อไปของชีวิตเขาคือ สร้างครอบครัว สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือ การเป็นสามีและพ่อของใครสักคน!!!
หลังจากให้สัมภาษณ์และแถลงข่าว ค่ำวันเสาร์ที่ 16 มิ.ย. เจสัน มราซ เปิดคอนเสิร์ต TOUR Is a Four Letter Word ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คอนเสิร์ตที่บัตรขายหมดเกลี้ยงและนำผู้คนกว่าหมื่นมารวมตัวกัน
ราวสองทุ่ม เจสัน มราซ ขึ้นเวที (ในชุดเดิมที่เราพบเมื่อตอนกลางวันและเปลือยเท้าอีกแล้ว) พร้อมกับเพื่อนร่วมวง 9 ชีวิต รวมถึงกลุ่มเครื่องเป่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในดนตรีของเขาและสมาชิกใหม่ของวงคือ นักไวโอลินและนักร้องสาวคนสวย
ประเดิมเวทีด้วยเพลงคึกคักเกี่ยวกับครอบครัวและบ้านอย่าง 93 Million Miles บทเพลงส่วนใหญ่ที่เขานำเสนอบนคอนเสิร์ตเป็นงานจากอัลบั้มล่าสุด Love Is a Four Letter Word และมีเพลงเก่ามาเสริม ไม่ว่าจะ Lucky, Make It Mine, The Remedy (I Won’t Worry), I Won’t Give Up ก่อนจะจบด้วย Butterfly หลังจากเสียงเรียกร้องดังกระหึ่ม เจสัน มราซ และวงก็กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง พร้อมกับเพลงอย่าง You and I Both, Living in the Moment และส่งกลับบ้านกับสุดยอดเพลงฮิต I’m Yours
แฟนๆ ร้องตามศิลปินคนโปรดกันกระหึ่มคับฮอลล์ เจสัน มราซกระตุ้นให้คนดูติดตามคอนเสิร์ตไม่ขาดช่วง ทั้งยังส่งสารดีๆ ถึงคนฟังระหว่างการแสดง เป็นโชว์ที่กระฉับน่าสนใจ นักร้องนักดนตรีแสดงฝีมือเต็มที่เจสัน มราซ โชว์ลีลาทั้งร้องเต้นเล่นกีตาร์ อูคูเลเล และคีย์บอร์ด ทุกอย่างทำให้คนดูส่วนใหญ่อยู่จนถึงวินาทีสุดท้าย คอนเสิร์ตความยาว 2 ชั่วโมงที่อัดแน่นด้วยเพลงดีๆ ของ เจสัน มราซ นั้นเป็นเหมือนช่วงพักผ่อนวันหยุดหรือเวลาพักร้อน ทั้งยังเป็นชั่วโมงพักร้อนที่ดีที่สุดครั้งหนึ่ง
ด้วยเสียงตอบรับอันเยี่ยมยอด เจสัน มราซ ผู้ซึ่งไม่เคยเดินทางไปที่ไหนครั้งเดียว คงจะต้องกลับมาเมืองไทยอีกสักครั้ง







