
The Dry Land
ปี 2010
ปี 2010
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ/สแปนิช
ประเภท ชีวิต
เรตติ้ง R
ความยาว 92 นาที
กำกับ ไรอัน เพียรส์ วิลเลียมส์
แสดงนำ ไรอัน โอ’แนน/อเมริกา เฟอร์เรรา/เจสัน ริตเทอร์/วิลเมอร์ วัลเดอร์รามา/เมริสสา เลโอ/ดิเอโก คลัตเทนฮอฟฟ์
บาดแผลแห่งสงครามทำให้อเมริกามาเล่าในหนังได้หลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาจนถึงสงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี และช่วงเวลานี้คือนาทีที่จะเล่าเรื่องผลพวงของสงครามอิรัก
หนังชีวิตที่เป็นผลงานการเขียนบทและกำกับเรื่องแรกของ ไรอัน เพียรส์ วิลเลียมส์ พระเอกหนุ่มสุดหล่อสายหนังอินดี้ เล่าเรื่องของ เจมส์ (ไรอัน โอ’แนน) ทหารหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากสงครามอิรัก หลังจากอุบัติเหตุที่ทำให้เพื่อนทหารต้องกลายเป็นผู้พิการ
ณ เอล พาร์โซ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐเทกซัส คนในครอบครัว รวมทั้งเพื่อนฝูงต่างมาต้อนรับเขากลับบ้าน แต่เจมส์ก็ดูเหมือนมีความในใจมากมายที่มิอาจเปล่งออกจากปาก
ท่ามกลางคนที่รักและหวังดี ไม่ว่าจะเป็น ซาร่า ภรรยา (อเมริกา เฟอร์เรรา) หรือแม่ที่เจ็บออดๆ แอดๆ ของเขา (เมริสสา เลโอ) แต่เจมส์ก็ยังดูเหมือนอยู่ในโลกลำพังของตัวเอง โลกที่เต็มไปด้วยฝันร้ายจากสงครามที่เขาเพิ่งจะจากมา...
ซาร่าช่วยให้เขาได้ทำงานในโรงฆ่าวัวของบิดาเธอ ความโหดร้ายของการคร่าชีวิต ยิ่งตอกย้ำฝันร้ายไม่รู้จบ
ในจิตใต้สำนึก เขาเกือบจะรัดคอภรรยาตัวเองตายเพราะฝันร้ายบางอย่าง และเมื่อเขาปฏิเสธการที่จะพูดคุยเพื่อที่จะผ่านพ้นจุดย่ำแย่ของชีวิตไปให้ได้ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะยิ่งขมวดเป็นปมใหญ่โตยิ่งขึ้นๆ หลังการทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงาน สิ่งที่อยู่ในใจของเจมส์ก็ดูเหมือนจะปะทุออกมา อาการทางจิตของเขาดูเกินกว่าจะแก้ไข ยิ่งเห็น ไมเคิล (เจสัน ริตเทอร์) เพื่อนสนิทของเขาใกล้ชิดกับภรรยา ทุกอย่างเริ่มผสมปนเป
ซาร่าเริ่มรับไม่ได้และย้ายออกไปอยู่บ้านพ่อ ส่วนเจมส์ ตัดสินใจออกเดินทางไปคลายปมในใจจากสงครามด้วยตัวเอง
เขาแวะไปหา เรย์มอนด์ (วิลเมอร์ วัลเดอร์รามา) คู่หูของเขาในอิรัก เพื่อชวนไปเยี่ยม เฮนรี (ดิเอโก คลัตเทนฮอฟฟ์) เพื่อนทหารที่ต้องพิการจากอุบัติเหตุที่ส่งพวกเขาทั้งสามคนกลับบ้าน ทั้งเป็นปมในใจที่ทำให้เขาไม่อาจก้าวข้ามความย่ำแย่ทางความรู้สึกไปได้พ้น
ทว่า... การตัดสินใจของเขาจะทำให้เรื่องราวดีขึ้นหรือเลวลง?
ไรอัน เพียรส์ วิลเลียมส์ ทำหนังเรื่องแรกออกมาได้ “อินดี้” ในสไตล์ของเขา ดาราดังคนเดียวในเรื่องนี้คือ อเมริกา เฟอร์เรรา ซึ่งเป็นแฟนสาวของเขาเอง แต่ดูเหมือนเขาจะใช้งานเธอน้อยกว่าความสามารถไปสักหน่อย
ขณะที่ที่เดินหล่อไปหล่อมาตลอดทั้งเรื่องคือ ตัวเอก อย่าง ไรอัน โอ’แนน ที่เพิ่งกระโดดจากการแสดงบทบาทในซีรีส์ทางโทรทัศน์ มารับบทในหนังยาวเป็นเรื่องที่ 2 (หลังจาก Eat, Pray, Love) แต่ก็เล่นเป็นตัวเอกครั้งแรก
หนังเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ แม้ว่าเป็นเรื่องราวทางจิตแบบหนักๆ เครียดๆ กดดันๆ แต่ผู้กำกับกลับไม่นำความกดดันมาโยนใส่คนดูมากมายนัก แค่จัดเบาๆ เป็นช่วงๆ แต่เนื้อหาหลักๆ ก็ยังคงเป็นการด่าทอความโหดร้ายของสงคราม
สภาพจิตของเจมส์ที่บานปลายหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะส่งให้จินตนาการของผู้ชมพากันสรุปว่า ชีวิตนี้ช่างแสนสิ้นหวังเต็มที
หากทว่า ประโยคของแม่ที่พูดกับเขา “พ่อของลูกก็สติแตกไปเหมือนกันหลังกลับจากเวียดนาม” น่าจะทำให้พอเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่บ้าง







