
ร้านสีเขียวไม่เริ่มไม่มีวันเกิด ธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์
“ในทางธุรกิจการลงทุนทำร้านสีเขียวนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่า 150%
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ ไม่มีเครดิต
“ในทางธุรกิจการลงทุนทำร้านสีเขียวนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่า 150% ถามว่าเวลานี้จะมักกี่คนกล้าที่จะลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม บนทางเลือกระหว่างการสร้างธุรกิจให้อยู่บนผลกำไรสูงสุด กับการสร้างร้านสีเขียวเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปเพียงเพื่อเราพออยู่ได้ไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมที่ดี สำหรับผมแล้วผมเลือกที่จะพออยู่ได้มากกว่า”
ธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) เล่าถึงปรัชญาการดำเนินธุรกิจภายใต้คำจำกัดความในการเลือกสิ่งที่ถูกต้องที่สุด และการทำธุรกิจโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ชายคนนี้เลือกที่จะทำ
ปัจจุบัน ธนาศักดิ์ ทำหน้าที่ดูแลเรื่องร้านค้าของสตาร์บัคส์ ในการจัดหาสถานที่ ทำสัญญา ดูแลด้านการก่อสร้างตกแต่ง ตลอดไปจนถึงการบริหารซ่อมบำรุงให้หน้าร้านพร้อมสำหรับการบริการลูกค้า ซึ่งล่าสุดก็ได้เปิดตัวร้านกาแฟสตาร์บัคส์ที่ช่วยลดใช้พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เลียบทางด่วนรามอินทรา
ผู้บริหารหนุ่มบอกว่าการสร้างร้านสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม นั้นอาจต้องมองย้อนกลับไปตั้งแต่เรายังเด็กที่เริ่มซึมซับเรื่องเหล่านี้อย่างโฆษณาตาวิเศษให้เห็นการแยกขยะต่างๆ เวลานั้นคงรู้สึกเหมือนๆ กันว่าเวลาเราเรียนเรารู้สึกเห็นความสำคัญ แต่เป็นเรื่องไกลตัวและไม่มีการบังคับ ต่อมาเมื่อเราทุกคนพบเหตุการณ์ทางธรรมชาติหลายๆ เหตุการณ์ซ้ำซากเราจึงเริ่มรู้ว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญมากสิ่งเหล่านี้สำคัญมาก
“โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่ผมรู้สึกว่าเราควรให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมากก็คือ เหตุการณ์คลื่นสึนามิถล่มภาคใต้ เวลานั้นร้านทุกร้านที่ประสบภัยต้องปิดตัวลง ร้านสตาร์บัคส์เองก็เช่นกันแต่องค์กรที่เขาทำอยู่กลับมีวิธีคิดที่แตกต่างกันออกไป
“หากเราคิดในมุมเถ้าแก่ยิ่งเปิดเร็วเราก็เจ๊งเร็ว ค่าเช่าเท่าเดิม ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แต่รายได้น้อยลง แต่วันนั้นคริสต์มาส สึนามิเข้าถัดมาอีก 2 เดือน ตรุษจีนสัปดาห์แรกเราก็เปิดร้านใหม่ โดยไม่รู้สึกหวั่นไหวว่าเราจะเจอยอดขายที่น้อยลง แต่เราเป็นบริษัทเพื่อสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ทำให้เรากลับมาเปิดร้านก็เพราะว่าหากเราไม่เปิดทุกอย่างไม่เปิด จะไม่มีสัญญาณหรือสัญลักษณ์ของการกลับมาช่วยกันฟื้นฟู หากต่างฝ่ายต่างรอให้เปิดก่อนก็มันก็ไม่มีวันเปิด
เช่นเดียวกันกับการสร้างร้านสีเขียวชั่วโมงนี้เราบอกได้เลยว่าไม่มีคืนทุนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมแน่ๆ แต่ถ้าเราไม่เริ่มมันก็ไม่วันเกิด บางครั้งการทำสิ่งที่ถูกมันเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องของกำไร แต่ถ้าสุดท้ายแล้วเรามองว่ามันเป็นไปได้เราก็พร้อมที่จะทำ” ธนาศักดิ์ เผยถึงแนวคิดในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมที่เราควรกล้าที่จะเริ่มต้นเพื่อสิ่งที่ดี และเชื่อมั่นว่าการสร้างสิ่งที่ดีจะต้องอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอน
หากเราดูจากข่าวก็จะพบว่าสิ่งแวดล้อมของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าใจหาย แต่ในข่าวสารเหล่านี้เราจะเห็นคน 2 กลุ่มก็คือ กลุ่มหนึ่งสร้างสรรค์ด้วยจิตอาสารักษ์สิ่งแวดล้อม กับอีกกลุ่มที่ยังคงใช้แบบไม่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม คนทำลายก็ทำไป คนรักษาก็พยายามรักษาและสร้างขึ้นมาใหม่ อยู่ที่ว่าใครจะไปได้เร็วกว่ากัน
แต่สำหรับการรักษาสิ่งแวดล้อม ส่วนตัวของ ธนาศักดิ์ เขาบอกกับเราว่าเรียบง่ายมากๆ แค่ทุกอย่างเดินไปตามสิ่งที่ควรทำและวางแผนเอาไว้แต่ต้น อย่างเช่นการใช้ไฟฟ้าแค่ไม่ใช้ก็ปิดไป ที่คอนโดมิเนียมมีแยกขยะเปียกกับแห้งก็แยกตามนั้น อนาคตลูกสาวกำลังจะเข้าโรงเรียนผู้บริหารหนุ่มจึงเลือกวางแผนอนาคตของลูกในการเข้าโรงเรียนเหมือนๆ กับผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนดีๆ มีชื่อเสียงมีคุณภาพการสอนที่ดี แต่ถ้าเลือกตรงจุดนี้อย่างเดียวก็คงไม่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สุดท้ายจึงเลือกกันครึ่งทางให้เป็นโรงเรียนที่ดีและอยู่ในเส้นทางทำงานไปกลับสามารถรับส่งลูกได้
ส่วนกิจกรรมในครอบครัว เขาบอกว่าเคล็ดลับส่วนตัวก็คือ เป็นคนชอบยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายๆ ตัว จึงเลือกการพักผ่อนกับครอบคัวที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ไปปิกนิกทานอาหารด้วยกันได้สูดอากาศบริสุทธิ์ เด็กๆ ได้วิ่งเล่นสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมและได้ออกกำลังกาย และช่วยประหยัดพลังงานเดินทางเที่ยวทางไกลทุกสัปดาห์เป็นเรื่องความสุขเล็กๆ ที่เขาคิดว่าช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมทางอ้อมด้วยเช่นกัน
ท้ายสุด ธนาศักดิ์ ให้แง่คิดว่าการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมควรเริ่มตั้งแต่ระดับครอบครัวเน้นไปที่การสื่อสารด้วยเหตุผลเป็นหลักให้เด็กๆ ได้ซึมซับสาเหตุของการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม การมีเหตุและผลจะช่วยแก้ปัญหาในทุกๆ เรื่องได้เอง







