posttoday
อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ โรงไฟฟ้าสีเขียว

อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ โรงไฟฟ้าสีเขียว

15 มิถุนายน 2555

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ (เฉพาะภาพคน) ทวีชัย ธวัชปกรณ์

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ (เฉพาะภาพคน) ทวีชัย ธวัชปกรณ์

โลกหมุนเร็วขึ้น ความต้องการทางพลังงานก็มากขึ้น แม้โรงไฟฟ้าจะเป็นที่เดียดฉันท์ด้วยปัญหาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม แต่ในเมื่อคำตอบของโลกยังคือพลังงาน ทางออกของเรื่องนี้จึงอาจอยู่ที่การจัดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และความพยายามในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงสุด

มาตรฐานระดับสากล

บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เป็นบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย (Small Power ProducerSPP) ภายใต้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นธุรกิจกลุ่มพลังงานในเครือของกลุ่มบริษัท บี.กริม ทำธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า 3 แห่ง ทั้งในไทยและเวียดนาม รวมกำลังผลิต 363 เมกะวัตต์ โดยส่งมอบกระแสไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าของบริษัทใช้ระบบพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration Combined Cycle) ประกอบด้วยระบบกังหันก๊าซและระบบกังหันไอน้ำ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยระบบจะนำความร้อนที่คงเหลือจากการเผาไหม้ก๊าซในระบบเพื่อผลิตไอน้ำในชั้นแรก จากนั้นจึงนำไอน้ำมาปั่นกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าอีกทอดหนึ่ง

ปรียนาถ เล่าว่า กระบวนการผลิตแบบความร้อนร่วมของบริษัท พยายามตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้ก๊าซที่เหลือจากกังหันก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเพิ่มระดับประสิทธิผลของการผลิตกระแสไฟฟ้า ให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ยังด้อยกว่าเมื่อเทียบกับพลังงานทดแทนอย่างพลังงานลม หรือพลังงานแสงแดด ซึ่งปัจจุบันถือเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด

“ทางออกทางพลังงานยังไม่มีสูตรสำเร็จ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีปัญหา โรงไฟฟ้าถ่านหินมีปัญหา ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน แม้ได้ชื่อว่าเป็นพลังงานสะอาด แต่มีปัญหาความไม่เสถียรของการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ยังไม่ 100% ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมไม่สะอาดเท่า แต่การจ่ายไฟเสถียรกว่า ซึ่งเราก็ถือว่าจะทำให้ดีที่สุด ภายใต้โจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและประโยชน์สูงสุดของประชาชน”

สำหรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ปรียนาถ เล่าว่า อมตะ บี.กริมฯ มุ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานที่มีมาตรฐานในระดับสากล (World Class Energy Company) โดยเลือกกระบวนการผลิตที่ดีที่สุด เลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด นอกจากนี้บริษัทก็ให้ความสำคัญกับการจัดการใช้ทรัพยากร รวมทั้งอาชีวอนามัย ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและชุมชน

“บี.กริมฯ เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยรายแรกๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001”

กระบวนการผลิต มุ่งควบคุมมลพิษให้น้อยที่สุด

1.การจัดการมลพิษทางอากาศ มีการเฝ้าระวังการปล่อยมลพิษโดยระบบ Continuous Emission Monitoring Network (CEMS) และ Stack Sampling มีการตรวจวัดมาตรฐานปล่องระบายตามมาตรฐาน Environmental Impact Assessment (EIA) ติดตั้งระบบติดตามคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง รายงานค่าอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง รวมทั้งตรวจวัดสารเคมีบริเวณโรงงานและชุมชนทุก 6 เดือน

2.การจัดการมลพิษทางน้ำ จัดให้มีการเฝ้าระวังตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตาม EIA และที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด สุ่มตรวจรายเดือนทั้งบุคลากรภายในและจากหน่วยงานภายนอก นอกจากนี้ยังมีมาตรการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า นำน้ำกลับมาหมุนเวียนใช้ซ้ำ มีเพียงส่วนน้อยที่ปล่อยออกไปบำบัดที่ระบบบำบัดกลาง

3.การจัดการกากอุตสาหกรรม จัดทำอย่างเป็นระบบและปลอดภัย โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมแบบมีพิษ หรือของเสียอันตราย ได้จัดจ้างผู้รับกำจัดของเสียที่มีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น รวมทั้งกำหนดให้มีการประกันความรับผิดของผู้ให้บริการ เพื่อเป็นหลักประกันอีกชั้นหนึ่ง โดยขยะมีพิษ 70% ให้เน้นการเผา ซึ่งเป็นมลพิษน้อยกว่าการฝังกลบทั่วไป

4.การควบคุมมลภาวะทางเสียง จัดให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับเสียง เพื่อควบคุมระดับเสียงในกรณีที่พบว่าบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานมีระดับเสียงดังเกิน 85 DB(A) และจัดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ

ทางเลือกระหว่างพลังงานและสิ่งแวดล้อมคืออะไร คงไม่มีใครให้คำตอบได้ สำหรับอมตะ บี.กริมฯ ปรียนาถ กล่าวว่า ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้า คำตอบคือจิตสำนึกของประชาชน จิตสำนึกและความมีส่วนร่วมที่จะต้องช่วยกันลดการใช้กระแสไฟฟ้า ช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน เริ่มจากนโยบายภาครัฐที่ต้องขับเคี่ยวมาตรการทางพลังงานให้เข้มข้นกว่านี้

“แม้เราจะขายไฟฟ้า แต่เราอยากให้คนใช้พลังงานให้น้อยที่สุด อยากเห็นรัฐใช้มาตรการที่สอดคล้องกับกระแสของทรัพยากรโลกและพลังงานชีวมวลที่กำลังงวดน้อยลงทุกที ทุกคนต้องตระหนักรู้ว่าเราจะใช้พลังงานสิ้นเปลืองไม่ได้อีก อย่าว่าแต่จะได้ใช้ไฟฟรีเลย” ปรียนาถ กล่าว

จากแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2562 หรือภายใน 7 ปี บริษัทจะมีโรงไฟฟ้ารวม 16 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ได้วางมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยโรงไฟฟ้าทั้งหมดจะต้องตั้งอยู่บนรากฐานของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ชุมชน ทั้งโครงการที่อยู่ภายใต้กองทุนพัฒนาไฟฟ้า 100-130 ล้านบาทต่อปี และทั้งโครงการที่ดำเนินการเอง เช่น โครงการปลูกป่าชายเลน โครงการปลูกต้นไม้ 2,000 ต้น/ปี โครงการจัดสร้างห้องเก็บขยะ/กากอุตสาหกรรม เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท