
เตาอบไอน้ำ ทางเลือกใหม่การปรุงอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ
ชั่วโมงนี้ กระแสรักสุขภาพตื่นตัวไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
ชั่วโมงนี้ กระแสรักสุขภาพตื่นตัวไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น ตั้งแต่การออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหาร ตลอดจนกรรมวิธีการปรุงอาหาร ทั้งผัด ทอด ต้ม อย่างไรก็ตาม การปรุงอาหารด้วยวิธีดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงเพื่อให้อาหารสุก ซึ่งในหลายครั้งทำให้สูญเสียวิตามินและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไปอย่างน่าเสียดาย
ทางเลือกในการปรุงอาหารที่ดีที่สุดสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพนั้น จึงควรเลือกวิธีการนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นวิธีการปรุงอาหารที่ยังคงรักษาคุณค่าทางสารอาหารได้อย่างครบถ้วนและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ครอบครัวคนไทยสมัยใหม่ให้ความนิยมในการเลือกหาผลิตภัณฑ์ “เตาอบไอน้ำ” เข้ามาใช้ในการปรุงอาหารด้วยวิธีการนึ่งมากขึ้น
ทางเลือกดีที่สุด
เนื่องจากกระบวนการทำงานของผลิตภัณฑ์เตาอบไอน้ำ เป็นการนำน้ำมาทำให้เกิดไอน้ำพลังงานสูง ตัวอย่างเช่น ในอาหารประเภทแป้ง ความร้อนที่อิ่มตัวด้วยไอน้ำที่อยู่ภายใต้ภาชนะใส่อาหาร จะทำให้แป้งเกิดการเจลาติไนซ์ (คือการที่เม็ดแป้งดูดน้ำและพองตัวเนื่องจากความร้อน เป็นการสุกของแป้งที่เกิดจากการได้รับความร้อนจากการนึ่งหรือทอด) ถูกถ่ายเทไปยังผิวหน้าของอาหาร โดยไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับน้ำที่ต้ม แต่ใช้การนำพาความร้อนเข้าสู่ชิ้นอาหาร ดังนั้น อาหารจะไม่มีการสัมผัสกับน้ำโดยตรง ทำให้อาหารที่ผ่านการนึ่งสุกจะรักษาความชุ่มชื้น ผิวนุ่ม ไม่เกิดชั้นผิวที่แห้งกรอบในตัวอาหารได้ดีกว่าและไม่สูญเสียคุณค่าของสารอาหาร เมื่อเทียบกับอาหารที่ผ่านการอบ ที่ใช้ความร้อนแห้งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้อาหารสุก
นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบวิธีการนึ่งด้วยเตาอบไอน้ำ กับวิธีการปรุงอาหารประเภทอื่นๆ เช่น การต้ม ที่เป็นกระบวนการทำอาหารปรุงสุกเช่นเดียวกัน แต่ลักษณะการนำพาความร้อนแตกต่างกัน กล่าวคือ การต้มเป็นกระบวนการใช้น้ำเป็นตัวส่งผ่านความร้อนไปยังวัตถุดิบที่ต้องการปรุง ทำให้เกิดการสูญเสียแร่ธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหาร เช่น วิตามิน ที่สามารถละลายได้ในน้ำและสลายตัวได้ง่ายในความร้อน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี หรือสารอาหารบางประเภทที่ละลายในน้ำ เช่น แอนโทไซยานิน คลอโรฟิลล์ หรือหากเทียบกับการปรุงอาหารประเภททอด ที่ใช้น้ำมันเป็นตัวกลางส่งผ่านความร้อนไปสู่พื้นผิวของอาหาร จะพบว่าการทำอาหารด้วยวิธีการนึ่งจะประหยัดพลังงานมากกว่า
ดังนั้น การปรุงอาหารด้วยการนึ่งจากเตาอบไอน้ำ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการปรุงอาหารเพื่อคนที่รักสุขภาพ
นึ่งดีกว่า ปลอดภัยกว่า
“การนึ่งหรือการปรุงอาหารด้วยไอน้ำ เป็นวิธีดั้งเดิมแต่โบราณ ซึ่งปัจจุบันคนก็ยังคงใช้วิธีเหล่านี้ แต่ด้วยวิทยาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เกิดการคิดค้นเตาอบไอน้ำที่นำคุณสมบัติเด่นของการนึ่งด้วยไอน้ำมาใช้ประโยชน์ในการปรุงอาหาร ด้วยการใช้ไอน้ำที่เกิดจากการต้มมาเป็นตัวทำให้อาหารสุก โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมันลงไปในการนึ่ง จึงทำให้อาหารที่ได้จากการปรุงด้วยกรรมวิธีการนึ่งด้วยเตาอบไอน้ำ มีคุณค่าทางโภชนาการทางด้านอาหารที่ครบถ้วน และยังสามารถรักษารสชาติอาหารได้อย่างดีอีกด้วย” นางสุภาพร สนธิจิรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะซิกเนเจอร์ แบรนด์ หรือ Sbo ผู้นำเข้าและจำหน่ายชุดเครื่องครัวเทคโนแก๊ส กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางเลือกสำหรับผู้บริโภคคนไทยที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบ มักเลือกการรับประทานอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เพียงแต่นำเข้าไปใส่ในเครื่องไมโครเวฟ กดปุ่มตั้งเวลารอสัญญาณเตือน ก็นำมารับประทานได้ทันที โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเตรียมวัตถุดิบทำอาหาร แต่จากผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า การเลือกวิธีการปรุงอาหารให้สุกด้วยการใช้เครื่องไมโครเวฟนั้น มีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
เนื่องจากเครื่องไมโครเวฟมีกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ความถี่สูงถึง 2,450 ล้านรอบต่อนาที (เป็นช่วงคลื่นที่เรียกว่าคลื่นไมโครเวฟ) ส่งผลต่อโมเลกุลในอาหารเกิดการสั่นสะเทือนและเสียดสีกันของโมเลกุลในอาหารด้วยความเร็วหลายพันล้านรอบต่อนาที จนเกิดความร้อนและถูกดูดกลืนเข้าสู่วัตถุดิบจนทำให้อาหารสุก แต่ด้วยการทำงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้น มีผลทำให้วิตามินบี วิตามินอี วิตามินซี ตลอดจนแร่ธาตุสำคัญต่างๆ มีคุณค่าอาหารลดลง
ที่สำคัญที่สุด อาหารที่ผ่านการปรุงสุกด้วยเครื่องไมโครเวฟ ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เพราะด้วยกระบวนการทำงานของเครื่องไมโครเวฟนั้นทำให้เกิดคาร์ซิโนเจน หรือสารก่อมะเร็งในเนื้อสัตว์ นม ที่ผ่านการหุงต้มด้วยไมโครเวฟ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อการรับคลื่นแม่เหล็กไมโครเวฟที่รั่วไหลในขณะทำงาน เนื่องจากในร่างกายของเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบ จึงก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน
ดังนั้น การปรุงอาหารด้วยเครื่องเตาอบไอน้ำจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้บริโภค ที่ต้องการปรุงอาหารที่สามารถทำเมนูอาหารได้หลากหลาย เนื่องจากปัจจุบันฟังก์ชันการทำงานของเครื่องได้ถูกพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยในการปรุงอาหารของผู้บริโภคให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
เตาอบไอน้ำรุ่น TNP STO 33SB/GB ที่ออกแบบมาให้แก่ผู้บริโภคได้ปรุงอาหารจากเตาอบไอน้ำ ด้วยโครงสร้างสเตนเลส สตีล ที่มีความจุ Water Tank 1.5 ลิตร ช่วยการปรุงอาหารได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถตั้งอุณหภูมิได้ถึง 50-100 องศาเซลเซียส พร้อมกับระบบแสดงผลด้วยจอ LCD ที่โชว์อุณหภูมิและระยะเวลาในการปรุงอาหารที่เลือกใช้งานได้เหมาะสมกับเมนูอาหารแต่ละประเภท โดยมีสัญญาณเตือนเมื่อสิ้นสุดการทำงาน และที่สำคัญมีระบบล้างทำความสะอาดอัตโนมัติอีกด้วย
เตาอบไอน้ำรุ่นดังกล่าวยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากยุโรป CE (Conformite Europeene) จึงทำให้ผู้ใช้มั่นใจทุกครั้งในการใช้งาน







