
สองคำถามที่ควรวิสัชนาอันมุ่งสู่การศึกษาพระพุทธศาสนา (ตอน๓)
ความทุกข์นั้นๆ ให้เห็นปัจจัยที่เป็นรากฐานแห่งความทุกข์ ที่แสดงอยู่ในรูปของการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลกทั้งหลายนับไม่ถ้วน
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ความทุกข์นั้นๆ ให้เห็นปัจจัยที่เป็นรากฐานแห่งความทุกข์ ที่แสดงอยู่ในรูปของการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลกทั้งหลายนับไม่ถ้วน จนทรงเปล่งอุทานออกมาว่า “ในกาลใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ในกาลนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้นย่อมสิ้นไป เพราะได้รู้ความสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย...” ซึ่งเกิดขึ้นในมัชฌิมยาม จนทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ อันเป็นญาณที่รู้ความเป็นไปของสัตว์ ซึ่งรู้ว่าเมื่อจุติจากภพนี้แล้วจะไปอุบัติที่ภพใดตามวิบากกรรมที่สัตว์นั้นได้กระทำไว้ตรงนี้เป็นการเข้าถึงกฎแห่งกรรม หรือกรรมนิยาม อันแสดงลักษณะความมีจริงในธรรมชาติที่ต้องเป็นไปตามธรรม จนเกิดปัญญารู้แจ้งแทงตลอด ทะลุความมืดมนของอวิชชา ประหารรากเหง้าของกิเลสตัณหาจนขาดสิ้นไป ในปัจฉิมยามต่อมา ให้สิ้นไปซึ่งความข้องติดในโลกอย่างสิ้นเชิง
ด้วยการกำจัดมารพร้อมทั้งเสนาน้อยใหญ่ได้สิ้น เหมือนดวงอาทิตย์กำจัดความมืด ทำท้องฟ้าให้สว่างฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ดาววิสาขฤกษ์ส่องสว่างพอดี พระองค์ได้ทรงเปล่งบันลือพระพุทธสีหนาท ด้วยปฐมพุทธภาษิต ให้ความหมายไว้อย่างลึกซึ้งครบสมบูรณ์ความ อันควรแก่การศึกษาพิจารณาให้เข้าใจ ซึ่งสรุปได้อย่างกระชับย่นย่อว่า เมื่อปัญญายังไม่เกิด ก็ยังหลงท่องเที่ยวไปด้วยอำนาจโลภะ โทสะ โมหะ แสวงหาสร้างภพสร้างชาติ ทะเลาะวิวาท เบียดเบียนกันไม่รู้จบ เหมือนกับสังคมไทยในปัจจุบัน ที่ปรากฏให้เห็นคณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง ยังสานสร้างความแตกแยกอย่างไม่รู้จักยุติ ก่อให้เกิดการกระทำอกุศลกรรมทั้งกาย-วาจา-ใจ ด้วยขาดความรู้-ความเข้าใจในธรรม... จึงประสบแต่ความทุกข์ใจ... คับแค้นใจอยู่ร่ำไป... พระพุทธองค์ได้ทรงประกาศว่า บัดนี้พระองค์ได้ทำลายรากเหง้าของความทุกข์ ความวุ่นวายสิ้นแล้ว ได้แก่อำนาจความทะยานอยาก (ตัณหา)... พระองค์จึงสิ้นแล้วซึ่งความทุกข์ เพราะความเข้าใจด้วยอำนาจญาณ (ปัญญา) ที่รู้ถึงธรรมพร้อมทั้งเหตุและปัจจัย อันเป็นรากเหง้าของเหตุเหล่านั้น ที่นำไปสู่ความทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น...
ด้วยหลักความจริงดังกล่าวที่ปรากฏในกาลตรัสรู้ของพระพุทธองค์ หากสังคมไทยรู้จักนำมาพิจารณา ก็จะไม่นำพากันไปสู่ความหายนะ... จะก่อแต่การกุศลกรรม ดังที่ชาวไทยจำนวนไม่น้อยได้รู้จักรวมตัวกัน ประกอบศาสนกิจตามสถานที่ต่างๆ ด้วยการปฏิบัติบูชาตามกำลังของแต่ละท่านแต่ละคณะ... จึงยังคงมีความสวยงามบนแผ่นดินไทยให้เห็นอยู่บ้าง เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชานี้ ดังเช่นมีการจัดประชุมวิสาขบูชาโลกขึ้น ซึ่งอาตมาได้มีโอกาสนำคณะนักวิชาการตัวแทนองค์กรชาวพุทธ (BRCT) ในอินเดีย ร่วมประชุมกับคณะสงฆ์ และตัวแทนองค์กรพุทธศาสนาจากหลายชาติ เพื่อนำเสนอโครงการที่สำคัญๆ ที่กำลังดำเนินอยู่บนแผ่นดินเกิดของพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป เช่น โครงการจัดแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาท้องถิ่นของชาวชมพูทวีป โครงการพัฒนาคุณภาพของพระสงฆ์ในอินเดีย ฯลฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมมาก ตามที่ทราบมาเมื่อวันที่ ๑ มิ.ย. ๒๕๕๕ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา
ในรายการดังกล่าวอาตมาได้มอบให้ตัวแทนและคณะจากอินเดีย ดำเนินการบรรยายไปตามแต่ละโครงการได้เลยโดยไม่ต้องรออาตมา เพราะจะต้องเข้ารับประทานพัดพระนามของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดบวรนิเวศมหาวิหาร ที่มอบผู้แทนพระองค์ประทานพัดพระนามย่อ ย่ามปักพระนามย่อ ผ้าไตรจีวร และเทียนมงคลธรรม เพื่อใช้ในงานเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี ในวันที่ ๑๗ มิ.ย. ๒๕๕๕ นี้ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเนื่องในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๒๘ ก.ค. ๒๕๕๕ นี้ ทั้งนี้เพื่อจะได้น้อมถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราชของคณะสงฆ์ไทยด้วย ซึ่งยังทรงประชวรอยู่... งานเจริญพระพุทธมนต์อธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย ครั้งที่ ๓๗ นี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงขอเชิญชวนสาธุชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันร่วมงานดังกล่าวเพื่อการประกอบการมหาสักการะอันยิ่งใหญ่ จะได้เป็นมหากุศลที่จะน้อมถวายและเพื่อเป็นการเพิ่มพูนพลังธรรมให้กับแผ่นดินไทย ที่จะได้ขับเคลื่อนพ้นภัยมาร มุ่งสู่สันติสุขในเบื้องหน้า
เนื่องในโอกาสที่ได้รับพระกรุณาจากสมเด็จพระสังฆราชในครั้งนี้ อาตมาจึงได้ขอทรงประทานอนุญาตเข้าเฝ้าฝ่าพระบาทเพื่อเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระองค์ท่าน ณ ห้องประทับโรงพยาบาลจุฬาฯ ในวันที่ ๒ มิ.ย. ๒๕๕๕ ซึ่งได้สวดพระปริตรบท โพชฌงค์ปริตร... อภยปริตร ตลอดจนได้กระทำสามีจิกรรม กราบขอขมากรรมแทบฝ่าพระบาท ด้วยการถวายความเคารพอันสูงสุดแด่สังฆบิดร สังฆปริณายก อันเพียบพร้อมด้วยพระศีลาจารวัตร ที่บริสุทธิ์งดงามเหนือสังฆมณฑล แห่งประเทศไทย ด้วยความรู้สึกสำนึกที่เปี่ยมล้นด้วยปีติ โดยเฉพาะเมื่อเห็นพระพักตร์ของสมเด็จพระสังฆราชผ่องใสมีความสดชื่น ประกาศถึงพระสุขภาพที่ยังแข็งแรงอยู่ อันหมายถึงความมีพระอายุยิ่งยืนนาน... จึงมีความปีติสุขอย่างยิ่ง อันควรแก่การนำมาเล่าขานให้สาธุชนได้แสดงความยินดี และอนุโมทนาในกิจอันควรประการแรกเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาปีนี้
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







