
พนักงานระดับล่าง คือ หัวใจองค์กรของทศวรรษนี้
เหตุที่ผู้เขียนหยิบยกประเด็นเรื่องพนักงานระดับล่าง หรือระดับปฏิบัติการ (Operations Workers)
โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
เหตุที่ผู้เขียนหยิบยกประเด็นเรื่องพนักงานระดับล่าง หรือระดับปฏิบัติการ (Operations Workers) มาพูดคุยในสัปดาห์นี้ ก็เพราะผู้เขียนเริ่มได้รับสัญญาณเตือนภัยแล้วว่า องค์กรไทยในทศวรรษนี้ (ค.ศ. 2011-2020) จะต้องเจอกับปัญหาขาด Talent ในระดับปฏิบัติการอย่างวิกฤต!!!!
ถ้านายจ้างและ HR ไม่เตรียมการดึงดูดและรักษาบุคลากรระดับนี้ไว้ให้ดีๆ พอหลังประเทศไทยเราเข้าร่วมประชาคม AEC อย่างเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 2015 น่ากลัวว่าเราจะขาดแคลนแรงงานระดับล่างที่มีฝีมืออย่างแน่นอน (ขอย้ำว่าเฉพาะพวกที่มีฝีมือนะคะ)
ตามหลักเศรษฐศาสตร์เรื่องอุปสงค์อุปทาน (Demand-Supply) เมื่อแรงงานขาดแคลนแต่มีความต้องการแรงงานมากขึ้น ค่าแรงค่าจ้างของพนักงานระดับล่างก็ต้องสูงขึ้นแน่นอน
จากการที่ผู้เขียนได้อ่านรายงานเรื่องอัตราการว่างงานประจำปี 2010-2011 ที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าอัตราการว่างงานในบ้านเราอยู่ระหว่าง 0.9-1% กว่าๆ เท่านั้น ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำมากๆ
ในจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมด ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคือผู้ที่ว่างงานมากที่สุด ส่วนแรงงานที่เป็นที่ต้องการของนายจ้างทั้งไทยและเทศมากที่สุด คือ ผู้จบการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. แสดงว่าขณะนี้บ้านเรากำลังขาดแรงงานมีฝีมือ ซึ่งไม่ใช่แรงงานระดับบริหาร แต่เป็นแรงงานระดับปฏิบัติการจนถึงหัวหน้างาน
แรงงานระดับ ปวช. และ ปวส. หายไปไหนกันหมดหรือ?? ด้วยข้อมูลจากกระทรวงแรงงานทำให้ทราบว่า แรงงานมีฝีมือของเราเป็นที่ต้องการของต่างชาติมากทีเดียว เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และประเทศแถบตะวันออกกลางที่มีการขยายตัวทางธุรกิจมาก มีงานก่อสร้าง งานด้านการเกษตรกรรม เป็นต้น
แรงงานมีฝีมือบ้านเราจึงบินไปทำงานต่างประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานดีกว่า เหลือช่างฝีมือดีๆ เพียงไม่มากอยู่ในประเทศ ซึ่งคนมีฝีมือเหล่านี้ก็จะถูกบริษัทใหญ่ๆ กว้านตัวไปทำงานด้วย บริษัทเล็กๆ ร้านเล็กๆ จึงประสบปัญหาขาดแคลนช่างมีฝีมือ แรงงานระดับล่างที่ทำงานในประเทศไทยในเวลานี้จึงมีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา ลาว เข้ามาปะปนมากขึ้น
ปีหนึ่งๆ มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยทั้งโดยถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ในบรรดาแรงงานเหล่านี้มีทั้งมีฝีมือและไม่มีฝีมือที่ต้องฝึกปรือกันตั้งแต่นับหนึ่งใหม่มากมาย ยังดีที่เวลานี้แรงงานต่างด้าวยังมีค่าจ้างถูกอยู่ แต่อีก 3 ปีข้างหน้าพอรวมเป็น AEC สถานการณ์แรงงานในประชาคมอาเซียนจะออกมาในรูปแบบใด ก็ยังเป็นปัญหาให้ต้องขบคิดอยู่ แต่ก็พอคาดเดาได้ว่า เงินอยู่ที่ไหน คนมีฝีมือคงอยู่ที่นั่นเป็นแน่ ประเทศไหนมีค่าจ้างสูงกว่าประเทศอื่น ก็คงจะได้เปรียบมากกว่าคู่แข่งในการสรรหาแรงงานมีฝีมือมาทำงานด้วย
อย่างไรก็ตาม สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยเราก็ไม่ได้ขี้เหร่เกินไป ไทยเราอยู่ประมาณอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย นอกจากนี้เงินก็ไม่ได้เป็นปัจจัยเด่นเพียงปัจจัยเดียวที่จะดึงดูดแรงงานทุกคนให้แห่ไปยังประเทศที่มีค่าจ้างแพง ยังมีปัจจัยตัวอื่นๆ ที่นายจ้างสามารถใช้เป็นปัจจัยดึงดูดผูกพันใจพนักงานระดับล่างได้อีก
โดยทั่วไปแล้วคนเอเชียได้ชื่อว่าเป็นคนที่ค่อนข้างจะรักครอบครัว รักถิ่นฐาน ถ้าไม่จำเป็นจะไม่ชอบย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น นอกจากนี้เรื่องของน้ำใจความเป็นพี่น้อง ความเอื้ออาทรต่อกันยังเป็นปัจจัยที่คนเอเชียเห็นคุณค่า ดังนั้นถ้านายจ้างและ HR ช่วยกันออกแบบระบบ HR และแพ็กเกจในการจูงใจและรักษาพนักงานระดับปฏิบัติการให้ดีๆ ก็น่าจะรักษาแรงงานมีฝีมือให้อยู่ในประเทศเราได้ดีขึ้น
สำหรับสัปดาห์นี้ผู้เขียนขอสร้างกระแสการให้ความสำคัญกับการบริหารแรงงานระดับปฏิบัติการก่อน ในสัปดาห์หน้าจะขอคุยกันต่อว่า เราจะมีหนทางบรรเทาปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานระดับล่างได้อย่างไร ทั้งในแง่การควบคุมต้นทุนด้านแรงงาน และการสร้างกลยุทธ์เพื่อดึงดูด ดูแลรักษาและพัฒนาแรงงานระดับล่างเพื่อรองรับ AEC ในอนาคตอันใกล้นี้
&<2288;







