posttoday
PDP 2010 : ถึงเวลาพูดจริง

PDP 2010 : ถึงเวลาพูดจริง

12 มีนาคม 2553

ภาสกร พุทธิชีวิน

 

 

แล้วความเห็นที่แตกต่างในวงการพลังงานของบ้านเราก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากกระทรวงพลังงานได้จัดทำแบบพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 25532573 หรือเรียกสั้นๆ ว่า PDP 2010

หลายๆ คนที่ไม่เห็นด้วยกับ PDP 2010 อยู่หลายๆ ประเด็นแบบที่ว่านี้ เขาพยากรณ์ไว้ว่าการใช้ไฟฟ้าอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 6 หมื่นเมกะวัตต์ และต้องสำรองไว้อีก 15% นั่นหมายความว่าในอีก 20 ปีข้างหน้ากำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยจะสูงถึง 7 หมื่นเมกะวัตต์

ถามว่าทำไมต้องทำแผนถึง 20 ปี นั่นเพราะกระทรวงพลังงานคงมีสมมติฐานว่า 20 ปีข้างหน้าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยคงหมด ถ้าไม่มีการทำแผนอะไรรองรับไว้ ถึงเวลานั้นประเทศไทยจะมีปัญหาในเรื่องพลังงานอย่างแน่นอน และคำพูดที่คุ้นๆ หูก็คือ ไฟจะดับ และเศรษฐกิจของประเทศก็จะไหลดิ่งลงศูนย์

หากดูในแผน PDP 2010 นั้น พลังงานหลักคงไม่พ้นนิวเคลียร์และถ่านหิน เหตุผลของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ทางกระทรวงพลังงานยืนยันว่าลดโลกร้อน แก้ปัญหาก๊าซธรรมชาติหมด และยังมีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่ำ ส่วนเหตุผลของการใช้ถ่านหินต่างออกไป เพราะถ่านหินไม่ลดโลกร้อน แต่ถ่านหินเป็นวัตถุดิบที่มีมากพอ และมีต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าต่ำเช่นเดียวกัน

คนในแวดวงพลังงานหลายๆ คนที่ไม่เห็นด้วยกับแบบ PDP 2010 มีความเห็นคล้ายๆ กันว่าแบบนี้นั้นมีการลงทุนเกินจริง เหตุที่ลงทุนเกินจริง เพราะมีการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าเกินจริง นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้พยากรณ์การใช้ไฟฟ้าผิดมาตลอด

ทราบหรือไม่ครับว่าตัวเลขการนำเข้าพลังงานของไทยเกิน 1 ล้านล้านบาทไปแล้ว หรือคิดเป็น 18% ของ GDP ในขณะที่แบบ PDP 2010 นั้นทั้งเทคโนโลยีและวัตถุดิบที่จะนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงจะต้องนำเข้าเกือบ 100% ด้วยตัวเลขแบบนี้ พวกเขาจึงไม่เชื่อว่าแบบ PDP 2010 จะเป็นแผนที่จะนำพาประเทศไทยพ้นวิกฤตได้

ด้วยตัวเลขแบบนี้จะตอบโจทย์ปัญหาเรื่องพลังงานได้อย่างไร ในเมื่อปัจจุบันคนไทยใช้พลังงานมากขึ้น แต่สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจได้เท่าเดิม และด้วยตัวเลขแบบนี้นั้นเป็นเพราะเรากำลังคำนวณอะไรผิดพลาดไปหรือไม่

ศุภกิจ นันทะวรการ นักวิชาการด้านพลังงาน ให้ความเห็นอย่างน่าสนใจว่า ทิศทางการพัฒนาประเทศของเรานั้น ในอีก 2030 ปีข้างหน้า รัฐบาลอาจจะเปลี่ยนจากเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy และสังคมฐานความรู้

ความหมายก็คือ จากนี้ไปเราจะไม่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมมากเหมือนเดิมแล้ว รวมทั้งโครงสร้างประชากรของไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งขัดกับแผน PDP 2010 ที่ยังมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเป็นหลัก นึกดูให้ดีว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะมีแรงงานหนุ่มสาวเข้าทำงานในโรงงานมากพอหรือไม่ และถ้าไม่พอ บางทีเราอาจต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวเพิ่มมากขึ้น และนี่คือทิศทางที่เราอยากให้เป็นหรือไม่

หลายคนเคยบอกว่าเมืองไทยกำลังติดกับดัก GDP เพราะตัวเลข GDP ถูกใช้งานอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะเพื่อการเมือง การค้า หรือตลาดทุน เพราะการพยากรณ์ตัวเลข GDP ให้สูงเข้าไว้ จะทำให้บ้านเราดูดีในสายตานักลงทุนชาวต่างชาติ แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อตัวเลข GDP ไม่ถูกต้องสักตัวหนึ่งแล้ว การพยากรณ์อื่นๆ ที่ตามมาก็ย่อมผิดตามไปด้วย นั่นคือหายนะ

เชื่อกันว่าแบบ PDP 2010 ก็อยู่ในข่ายที่พยากรณ์จากสมมติฐานที่ไม่ถูกต้อง การพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าเกินจริง คนที่เดือดร้อนจริงๆ คือชาวบ้าน เพราะต้องใช้ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากการสำรองที่มากเกินพอดี

ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า แบบ PDP 2010 นั้นไม่มีมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม จะมีก็แต่โครงการเปลี่ยนหลอด T5 เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับมาตรการแค่นี้ และด้วยโครงการหลอด T5 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็กำลังเดินไปสู่กับดักราคา จึงไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นหลอด T5 จะประหยัดพลังงานได้จริงหรือไม่

ส่วนตัวผมเห็นว่าแบบ PDP 2010 นั้นมาจากความไม่เชื่อในเรื่องตัวเลขของรัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่ว่าตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ที่เขากล่าวหาว่าเราพยากรณ์ไฟฟ้าผิดพลาดมาตลอด จนทำให้พลังงานสำรองล้นเหลือนั้น ขอให้เอาตัวเลขมาเปิดเผยให้ชาวบ้านรับรู้ได้หรือไม่ว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร

ถึงเวลาที่เราจะต้องพูดความจริง เพราะการพยากรณ์ที่ผิดพลาดนั้นไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบ แต่ชาวบ้านอย่างเราๆ สิครับต้องรับกรรม.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท