
บ้านต้นไม้คนเผ่าคอมไบ
บัณฑิต พิศณุเสน ditss2001@ yahoo.com
ณ ที่ห่างไกลจากเขตเมือง เกาะนิวกินี ของปาปัวนิวกินี กลางมหาสมุทรแปซิฟิก เขตปาปัวทางซีกตะวันออก นักมานุษยวิทยา บอกว่า ยังมีคนป่าประมาณ 1 หมื่นคน อาศัยอยู่ในป่าทึบบนเขาใกล้ทะเลซึ่งมีฝนตกซุกมาก ทำให้ที่ลุ่มต่างๆ เต็มไปด้วยป่าซาโกหรือต้นสาคู และต้นซาโกนี่เอง คือ แหล่งอาหารสำคัญของชาวคอมไบ
เพราะเมื่อลำต้นซาโกถูกกระแสน้ำพัดจนลำต้นหักฉีกขาด ชาวป่าจะขุดเอาเนื้อนุ่มๆ ข้างในมาบดจนกลายเป็นแป้ง เอามากินเหมือนข้าว ต้นหนึ่งสามารถเอามาทำอาหารเลี้ยงครอบครัวขนาด 5 คนต่อหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนี้ชาวคอมไบยังรู้วิธีเอาท่อนไม้ไปแช่น้ำให้ผุ เพื่อที่จะล่อให้แมลงปีกแข็งขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งเข้าไปเจาะเพื่อวางไข่
ไข่ของแมลงพวกนี้ ก็คือ แหล่งโปรตีนของชาวคอมไบ ต้นสาคูเติบโตออกใหม่ได้เร็วมากโดยไม่ต้องทำอะไรเลย อัตราการโตปีละ 4 ฟุต ชาวป่าเหล่านี้จึงไม่ต้องลงมือเพาะปลูก เพียงแต่ออกล่าสัตว์บ้างบางเวลา
และที่สำคัญ คือ ชาวคอมไบเป็นหนึ่งในบรรดานักสร้างบ้านชั้นเยี่ยม โดยการเลือกสร้างที่พักบนต้นไม้ใหญ่ในระดับสูงกว่าพื้นดิน 80100 ฟุต โดยใช้ฟากไม้ไผ่ปูเป็นพื้นรอบลำต้น มีรั้วไม้ไผ่ และมุงหลังคาด้วยหญ้าคาหรือใบจาก เพื่อป้องกันแดดและฝน ใช้ลิ่มตอกไว้ตามลำต้นสำหรับขึ้นลงแทนบันได
การยึดติดประกอบตัวบ้านนั้น เขาใช้เชือกเถาวัลย์ที่ทำจากเปลือกไม้และยางไม้เป็นตัวยึดติด บ้านที่อยู่บนยอดไม้ใหญ่และสูงแบบนี้ นอกจากจะได้รับลมเย็นสบายแล้ว ยังปลอดภัยจากน้ำท่วม จากสัตว์ป่าอันตราย จากยุง และที่สำคัญที่สุด คือ อันตรายจากศัตรู
ภายใน 12 ปี พอบ้านบนต้นไม้จวนจะพัง พวกเขาก็จะอพยพไปหาต้นไม้อื่นอยู่ การสร้างบ้านในลักษณะนี้มีข้อดีตรงที่ ประหยัดพื้นที่ ไม่ทำลายผิวดิน และยังมีวัชพืชทำปกคลุมอยู่บนพื้นดิน สิ่งแวดล้อมบริเวณที่พวกเขาอยู่จึงอุดมสมบูรณ์
นี่คือการปรับตัวของมนุษย์ที่อยู่กับธรรมชาติจากสัญชาตญาณ ประสบการณ์และความรู้สึก ตั้งแต่อาหารที่เรียบง่ายแต่มีคุณค่า ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและอยู่สบาย ชีวิตในความเป็นจริงแล้วเราก็มีแค่นี้แหละ ปัจจัยสี่ เราก็มีความสุขที่สุดแล้ว
สิ่งที่เราเห็นในเมืองนั้นล้วนแต่เป็นสิ่งปรุงแต่ง ปัจจัยที่ 5, 6, 7 ฯลฯ ต่างหาก







