posttoday
ปัสสาวะรดที่นอน

ปัสสาวะรดที่นอน

10 มิถุนายน 2555

การปัสสาวะรดที่นอนนั้นเป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก ซึ่งจะถือว่าเป็นความผิดปกติก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นในเด็ก

โดย...แพทย์หญิงเสาวนีย์ พิชัยรักษ์พร

การปัสสาวะรดที่นอนนั้นเป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก ซึ่งจะถือว่าเป็นความผิดปกติก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นในเด็กที่ควรจะควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้แล้วแต่เด็กยังคุมไม่ได้ (คือเป็นในเด็กที่มีอายุอย่างน้อย 5 ขวบขึ้นไป) โดยที่การปัสสาวะรดที่นอนนั้นเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน และไม่ได้เป็นผลมาจากการใช้ยา เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือเกิดจากโรคทางกาย เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้เด็กปัสสาวะรดที่นอนมีอะไรบ้าง

ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุเฉพาะของการเกิดปัสสาวะรด แต่น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ตัวอย่างเช่น จากพันธุกรรม ซึ่งพบว่าภาวะปัสสาวะรดนั้นมีอุบัติการณ์เกิดซ้ำในครอบครัวได้สูง การทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งบางรายอาจพบว่ากระเพาะปัสสาวะมีความสามารถในการกักเก็บปัสสาวะได้น้อยกว่าปกติ เด็กจะรู้สึกปวดปัสสาวะถึงแม้มีปริมาณปัสสาวะไม่มาก การนอนหลับ ภาวะปัสสาวะรดที่นอนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกระยะของวงจรการนอนหลับ และนอกจากนี้ยังพบว่าการปัสสาวะรดที่นอนนั้นมีความสัมพันธ์กับปัญหาการหยุดหายใจขณะนอนหลับด้วย (OSA) คือ อุบัติการณ์ของปัสสาวะรดจะสูงขึ้นในเด็กที่มีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ ถ้ามีการรักษาภาวะ OSA ก็มีส่วนทำให้อาการปัสสาวะรดดีขึ้นได้ ภาวะทางจิตใจ ความเครียดอาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้อาการปัสสาวะรดเป็นมากขึ้นได้ หรือทำให้อาการกลับมาเป็นใหม่ในเด็กที่เคยควบคุมการปัสสาวะได้แล้ว แต่ปัญหาทางจิตใจนั้นไม่ใช่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปัสสาวะรดที่นอน และอีกหลากหลายสาเหตุ

มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้างในเด็กที่มีปัญหาปัสสาวะรดที่นอน

ถึงแม้ว่าภาวะปัสสาวะรดที่นอนนั้น ส่วนมากจะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบทั้งต่อเด็กและครอบครัว ทั้งในด้านจิตใจและความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ปกครอง ฉะนั้นเด็กที่มีปัญหานี้จึงจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือโดยวิธีการรักษา ประกอบด้วย

1.การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องของพัฒนาการในการควบคุมการขับถ่าย โดยจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เด็กไม่ได้แกล้งทำหรือจงใจทำ ฉะนั้นจึงไม่ควรลงโทษหรือตำหนิ หรือล้อเลียน แต่ควรแสดงความเข้าใจและเป็นกำลังใจสนับสนุนในการรักษาของเด็ก

2.การปรับพฤติกรรมโดยใช้แรงจูงใจทางบวก คือ มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กจะได้รับเมื่อไม่ปัสสาวะรดที่นอน รวมทั้งสิ่งที่เด็กจะต้องปฏิบัติถ้าปัสสาวะรดที่นอน โดยให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก เช่น เด็กจะได้ Sticker ติดในปฏิทินเพื่อสะสมแลกรางวัลในวันที่ไม่ได้ปัสสาวะรดที่นอน แต่ถ้าปัสสาวะรดที่นอนก็ต้องเก็บผ้าปูที่นอนแล้วเปลี่ยนเอง

3.การใช้เครื่องปลุกเตือนปัสสาวะรด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน คือ จะติดเครื่องมือซึ่งเป็นเครื่องที่มีขั้วไฟฟ้าติดไว้กับกางเกงในของเด็ก เมื่อปัสสาวะมาถูกขั้วไฟฟ้าจะทำให้มีสัญญาณดังขึ้น ปลุกเด็กตื่น การรักษาให้ได้ผลนั้นจะต้องใช้เครื่องมือนี้เป็นประจำสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นเวลา 35 เดือน และหยุดใช้ได้เมื่อเด็กสามารถควบคุมไม่ให้ปัสสาวะรดได้ประมาณ 1 เดือน ในประเทศไทยเครื่องมือดังกล่าวยังใช้ไม่แพร่หลาย อีกทั้งมีราคาค่อนข้างสูง

4.การฝึกกระเพาะปัสสาวะ คือ ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ ในช่วงกลางวัน และเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะให้เด็กฝึกกลั้นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

5.ปรับอาหารและเครื่องดื่ม โดยปรับให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้นในช่วงเช้าถึงบ่าย และลดการดื่มน้ำในช่วงเย็น โดยเฉพาะช่วง 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนควรมีการจำกัดปริมาณน้ำ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนและแอลกอฮอล์

6.การรักษาท้องผูก

7.การใช้ยา ซึ่งจะเลือกใช้วิธีนี้ในกรณีที่เด็กไม่ได้อยู่บ้าน ต้องไปอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เช่น เด็กไปเข้าค่าย เป็นต้น ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะปัสสาวะรดที่นอนนั้นมี 2 รูปแบบ คือ ยากินแบบเม็ด และยาพ่นจมูก ซึ่งการเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท