posttoday
ครอบครัวและงานต้องไปด้วยกันอย่างสมดุล

ครอบครัวและงานต้องไปด้วยกันอย่างสมดุล

10 มิถุนายน 2555

สถาบันครอบครัวถือว่าเป็นสถาบันแรกของทุกๆ คน และทุกคนส่วนใหญ่ก็พยายามที่จะให้ความสำคัญกับครอบครัวให้มากที่สุด

โดย...กันย์

สถาบันครอบครัวถือว่าเป็นสถาบันแรกของทุกๆ คน และทุกคนส่วนใหญ่ก็พยายามที่จะให้ความสำคัญกับครอบครัวให้มากที่สุด แต่บางครั้งหน้าที่การงานที่เต็มไปด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบมากมายนั้น อาจจะทำให้เวลาที่ให้ครอบครัวต้องน้อยลงไป เช่นเดียวกับผู้ชายคนนี้

ดร.ไพฑูรย์ เจตธำรงชัย หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกับตำแหน่งล่าสุดคือการเป็นผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญตลาดภูมิภาคเอเชีย (AMEC) ด้วยวัย 30 ปลายๆ และหน้าที่การงานกำลังเติบโต แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะแบ่งเวลาให้กับครอบครัวอย่างชัดเจน แม้จะมีเวลาให้น้อยก็ต้องเป็นเวลาที่มีคุณภาพสุดๆ

ดังนั้น วันหยุดจะเป็นเวลาที่เขาทุ่มให้กับครอบครัวอย่างเต็มที่ และพยายามที่จะรับส่งลูกชายคนเดียว น้องโต๋-ด.ช.กฤตพัฒน์ เจตธำรงชัย วัย 7 ขวบ ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “ผมพยายามจะรับส่งลูกเองเพราะที่ทำงานไม่ไกลจากโรงเรียนลูกมากนัก อย่างน้อยตอนเช้าเราจะได้คุยกันบนรถก่อนเขาถึงโรงเรียน ได้สอนได้ถามไถ่ชีวิตประจำวันของลูกว่าแต่ละวันเขาเป็นอย่างไรบ้าง พยายามใกล้ชิดลูกให้มากที่สุดเพื่อที่เขาจะเล่าได้ทุกเรื่อง มีความไว้วางใจในพ่อและแม่”

ครอบครัวและงานต้องไปด้วยกันอย่างสมดุล

เขาบอกว่า เขาจะเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน ให้ลูกกล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่ใช่กลัวพ่อแม่หงอจนไม่กล้าจะพูดจะบอกอะไร แต่ก็ต้องมีสัมมาคารวะ มีความสุภาพอ่อนน้อม เราเป็นคนไทยเชื้อสายจีน เรื่องระบบอาวุโสก็สำคัญ ซึ่งก็ถือว่ามีความใกล้ชิดลูกมากช่วงนี้ถือเป็นนาทีทองเพราะเขายังเด็ก เขายังต้องการเวลาจากพ่อแม่ พอเข้าสู่วัยรุ่นอาจจะเริ่มติดเพื่อน ถึงตอนนั้นพ่อแม่มีเวลาให้เขาอาจจะไม่ต้องการมากนักก็ได้ ช่วงนี้เขาจึงพยายามให้เวลากับลูกให้มากที่สุด

ด้านภรรยา อมรมณี นพพันธ์ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่ไปเจอกันตอนไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ เธอทำงานด้านการตลาดอยู่ที่ธนาคารกสิกรไทย แม้จะอยู่กันคนละสายงานแต่ก็ยังอยู่ในสายตลาดเหมือนกัน โชคดีที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาก่อน ทำให้รู้จักกันเป็นอย่างดี มีความเข้าใจ เห็นข้อดีข้อเสียของกันและกัน

“เรารู้จักกันมาหลายปี รู้จุดด้อยจุดดีของกันและกัน เหมือนเป็นเพื่อนกันมาก่อน ไม่ต้องสร้างภาพ มีอะไรก็พูดคุยกันได้ตลอดเวลา มีความเห็นอกเห็นใจ ผิดพลาดอะไรก็พร้อมให้อภัยกันเสมอ และพร้อมเป็นผู้สนับสนุนที่ดีของกันและกัน”

ในเรื่องลูกก็มีหลักการเลี้ยงลูกคล้ายๆ กัน เน้นความใกล้ชิด อบอุ่น ผูกพัน เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน ไม่บังคับ ใช้การพูดคุยทำความเข้าใจกัน ไม่คาดหวังอะไรมากเกินไป เปิดโอกาสให้เขาคิดและตัดสินใจตามหลักเหตุผล เขาชอบอะไรก็สนับสนุนให้ได้ทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ที่สำคัญแม้เขาจะเป็นลูกคนเดียว แต่พ่อกับแม่จะไม่ตามใจเขาเกินไป มีทั้งที่ได้และไม่ได้เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้ทั้งความสมหวังและผิดหวัง ให้เขาได้เรียนรู้ครบทุกรสชาติที่ทุกคนต้องเจอ เพราะอยากให้ลูกมีวัคซีนใจ มิใช่ผิดหวังไม่เป็น รับไม่ได้ ชีวิตลูกผู้ชายมันต้องเจอครบทุกรสจะได้แกร่ง คุณพ่อกล่าวอย่างห่วงใย

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท