posttoday
พื้นที่ใต้ดิน...ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ใต้ดิน...ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม

08 มิถุนายน 2555

งานใหญ่ระดับโลกที่นักบริหารและผู้เชี่ยวชาญจากวงการวิศวกรรมก่อสร้างใต้ดิน นักพัฒนาเมือง

คณะกรรมการงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ (TUTG) วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

งานใหญ่ระดับโลกที่นักบริหารและผู้เชี่ยวชาญจากวงการวิศวกรรมก่อสร้างใต้ดิน นักพัฒนาเมือง นักวิทยาศาสตร์และองค์กรจาก 62 ประเทศ กว่า 1,300 คน เข้าร่วมงานอุโมงค์โลก 2012 (World Tunnel Congress) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีคณะกรรมการงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ (TUTG) ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ร่วมมือกับสมาคมอุโมงค์และพื้นที่ใต้ดินนานาชาติ (ITAAITES) จัดขึ้น

งานนี้ยิ่งใหญ่ด้วยสาระและบทบาทพลังความร่วมมือกันของ 63 ประเทศ ในการส่งเสริมและพัฒนาการใช้พื้นที่ใต้ดินและอุโมงค์เพื่อให้ประชาคมโลกมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ต่อลมหายใจของเมืองต่างๆ โดยประหยัดพลังงาน สงวนรักษาพื้นที่สีเขียวและสิ่งแวดล้อมที่ดี เสริมประสิทธิภาพของระบบสาธารณูปโภคและขนส่งโลจิสติกส์ให้แข่งขันได้ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในการพัฒนาพื้นที่ใต้ดินที่คุ้มค่ากับอายุการใช้งานยาวนาน รวมทั้งลดปัจจัยเสี่ยงต่อความเสียหายจากแผ่นดินไหวและภัยพิบัติธรรมชาติจากภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง เสริมคุณภาพชีวิตของชาวเมืองและความมั่นคงปลอดภัยแก่เศรษฐกิจ ประธาน TUTG เสนอแนวคิดรัฐบาลไทยควรเป็นเจ้าภาพสร้างอุโมงค์รวมระบบสาธารณูปโภคไว้ในอุโมงค์เดียวกัน โดยมีท่อย่อยภายใน แทนที่กว่าสิบหน่วยงานจะต่างขุดต่างกลบเช่นในปัจจุบัน และควรทำแผนแม่บทการพัฒนาใช้พื้นที่ใต้ดินให้เป็นวาระแห่งชาติรศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานพิธีเปิดงานอุโมงค์โลก 2012 กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัด งานอุโมงค์โลก 2012(World Tunnel Congress) ซึ่งเป็นการประชุมนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจให้ยั่งยืน เนื่องด้วยประเทศไทยกำลังดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล หรือสายสีน้ำเงิน และในบางพื้นที่งานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ตอบรับกับความท้าทายใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการในอนาคตที่จะเกิดขึ้นอีก ภายใต้ธีมการประชุมอุโมงค์โลก 2012 ในหัวข้อ “การใช้พื้นที่ใต้ดินและอุโมงค์เพื่อประชาคมโลก” ดังที่หลายประเทศกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบของสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การใช้พื้นที่ใต้ดินจะเป็นทางออกที่ดีในการแก้ปัญหาการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ การบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติและอุทกภัย ผมมั่นใจว่างานประชุมอุโมงค์โลก 2012 จะเป็นเวทีสำคัญของความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ของการใช้พื้นที่ใต้ดินและอุโมงค์ในอาเซียนและสังคมโลก ”จุดเด่นในงานอุโมงค์โลก 2012 คือ การประชุมสัมมนาพิเศษ 2 วันแรกที่ผ่านมา เรื่องการขุดเจาะอุโมงค์ในเมือง โดย 19 กูรูจากทั่วโลก เน้นความรู้ด้านการออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ การจัดการความเสี่ยงและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มีผู้เข้าประชุม ถึง 163 คนจาก 33 ประเทศ จากทุกทวีปรวมถึงประเทศภูฎาน ก็เข้าร่วมเนื่องจากเป็นประเทศที่มีพลังน้ำมาก, ส่วนในอีก 3 วันถัดมา มี 62 ประเทศเข้าร่วมงานอย่างแน่นขนัดกว่าพันคน โดยมีการอภิปรายเปิดในหัวข้อ “วางแผนเมืองให้ยั่งยืนฟื้นตัวเร็วจากภัยพิบัติ” รวมทั้งสัมมนาวิชาการ (Technical Sessions) ในหัวข้อที่น่าสนใจกว่า 30 เรื่อง พร้อมนิทรรศการนวัตกรรมอุโมงค์

พื้นที่ใต้ดิน...ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม

 


รศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ (TUTG) จัดงานอุโมงค์โลก 2012 กล่าวว่า “เหตุใดการพัฒนาใช้พื้นที่ใต้ดินจึงมีความสำคัญสำหรับเมือง? ก็เนื่องจากปัจจุบันจำนวนประชากรครึ่งหนึ่งของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมือง และคาดว่าจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว เป็น 70 % ในปี 2050 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ต้องเผชิญปัญหาการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันประชาชนจากภัยพิบัติธรรมชาติและผลกระทบจากภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงยิ่งขึ้น การใช้พื้นที่ใต้ดินยังช่วยให้เรารักษาพื้นที่บนดิน ธรรมชาติที่เหลืออยู่น้อย ความหลากหลายทางชีวภาพ ลดมลพิษ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน ทั้งยังเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและเชิงพาณิชย์ที่คุ้มค่าด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ในนานาประเทศได้มีการพัฒนาใช้พื้นที่ใต้ดินและอุโมงค์ก้าวหน้าไปไกล เช่น แคนาดา มีMontreal’s RESOเมืองใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งพาณิชย์ใหม่อยู่ใต้เมืองมอนทรีออล และศูนย์ค้าปลีกอยู่ใต้เมืองโทรอนโต ในเอเชียหลายประเทศก็ได้วางแผนพัฒนาใต้ดินเป็นโครงการระดับประเทศ ทั้งในรูปของคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ ระบบจัดเก็บและขนส่งขยะใต้ดิน (Pneumatic waste collection)จนถึงระบบขนส่งสินค้าทางคาร์โกใต้ดิน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณรถขนส่งบนท้องถนน ลดมลพิษและพลังงาน”

รศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวว่า….” ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรปฏิรูประบบสาธารณูปโภคที่มีกว่า 10 หน่วยงาน ต่างคนต่างขุดและกลบ เราควรมีอุโมงค์รวมระบบสาธารณูปโภค (Utilities Tunnel) ไว้ในอุโมงค์เดียวกัน ได้แก่ ไฟฟ้า โทรศัพท์ เคเบิลการสื่อสาร น้ำเสีย ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามที่จะทำแต่ไม่สำเร็จ เพราะแต่ละหน่วยงานเกี่ยงกันในด้านงบประมาณ จึงควรให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพโดยอาจจะเป็นกระทรวงมหาดไทย สร้างอุโมงค์นี้ขึ้นและให้ทุกหน่วยงานได้ใช้ร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพและการบำรุงรักษา เพื่อความมั่นคงปลอดภัยต่อเศรษฐกิจและประชาชน ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และก้าวสู่มาตรฐานที่ไทยเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และโลจิสติกส์รองรับตลาดอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น”

รศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรุงเทพเป็นเช่นเดียวกับเมืองใหญ่อีกหลายเมืองทั้งในเอเชียและภูมิภาคต่างๆ ที่ประสบปัญหาความแออัดของสิ่งปลูกสร้าง จราจรติดขัด และสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม เราจะพัฒนาโดยกินบุญเก่า กัดกร่อนเมืองไปเรื่อยๆจนเสียหาย...สายเกินแก้ หรือจะคิดใหม่ใช้นวัตกรรมพื้นที่ใต้ดินและอุโมงค์ เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน... เพื่อชีวิตของเรา เมืองของเรา และโลกของเรา การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงทดแทนสิ่งที่ขาดหายเราจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบและวิธีคิดเกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์เสียใหม่ เราต้องการเมืองที่ยั่งยืน ซึ่งมีคนอาศัยจำนวนมาก จึงควรใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพดีและชาญฉลาด รวมทั้งมีการใช้พื้นที่ใต้ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรามีเมืองที่ยั่งยืนได้หากเราลงใต้ดิน

พื้นที่ใต้ดิน...ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม

 

อีกข้อดีหนึ่งของโครงสร้างใต้ดิน คือ การป้องกันอุบัติภัยจากสภาพอากาศที่เลวร้ายรุนแรง เช่น พายุเฮอริเคน ทอร์นาโด พายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า และปรากฏการณ์ธรรมชาติและอื่นๆ โครงสร้างใต้ดินยังสามารถต้านทานความเสียหายจากอุทกภัย หรือจากวิกฤตการณ์แผ่นดินไหวได้ดี เนื่องจากโครงสร้างใต้ดินจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าบนดินและยังสามารถเคลื่อนไหวตามแรงสั่นสะเทือนของชั้นดิน อีกทั้งยังได้รับการออกแบบให้สามารถรับแรงกดทับ ทำให้สามารถต้านแรงแผ่นดินไหวได้” ดังเช่น เมื่อคราวแผ่นดินไหวใหญ่ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น หรือที่เม็กซิโก ซิตี้ นั้น ทางด่วนและตึกรามพังทลายลง แต่อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินไม่ได้รับความเสียหายใด

และเมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลเมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แนวแผ่นดินไหวได้ประกาศสร้างไฮเวย์ใต้ดิน ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยด้านคมนาคมของเมืองหากเกิดภัยแผ่นดินไหวขึ้นในอนาคตมร.โอลิเวียร์ วิออง กรรมการบริหารสมาคมอุโมงค์และพื้นที่ใต้ดินนานาชาติ (ITAAITES) แสดงทัศนะว่า “เพื่อทำความเข้าใจทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อมในทิศทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าอะไรสำคัญในวันนี้ ในปัจจุบัน ประชาชนกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเขตเมืองในทั่วทุกทวีป และจะเพิ่มเป็น 70% ภายในปี ค.ศ. 2050 ความท้าทายที่เห็นได้ชัดจากปัญหาความแออัดบนพื้นผิวดิน ขณะที่เมืองมักจะให้ความสำคัญกับความต้องการพลังงานความร้อน และคมนาคมขนส่ง ทั้ง 2 อย่างนั้นได้เพิ่มปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 1/2 มาเป็น 2/3 ของปริมาณทั่วโลก”

เมืองสมัยใหม่ต้องสามารถรองรับการขยายตัวเมืองที่รวดเร็ว ขณะเดียวกันต้องปกป้องและบรรเทาความเสียหายของประชาชนจากภัยพิบัติธรรมชาติและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์โลก ทิศทางการวางแผนให้เมืองยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่ง การใช้พื้นที่ใต้ดินจะมีความแตกต่างจากการใช้พื้นที่อื่นๆ นักวางแผนเมืองเห็นว่าการใช้พื้นที่ใต้ดินเพื่อเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินและระบบท่อระบายน้ำเท่านั้น โดยยังขาดแผนงานแม่บทสำหรับพัฒนาการใช้พื้นที่ใต้ดินในภาพรวมโครงสร้างใต้ดิน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยรักษาพื้นที่ธรรมชาติบนผิวดินให้รอดพ้นจากภาวะเสื่อมโทรม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งน้ำและผิวดิน การใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดจะช่วยลดมลพิษอากาศด้วย เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน

เมืองสามารถกระชับเข้าด้วยกันโดยใช้เนื้อที่ใต้ดินหลายชั้น ซึ่งทำให้การใช้พลังงานและการผลิตของเสียลดน้อยลง โครงสร้างใต้ดินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยั่งยืนและสามารถฟื้นตัวได้เร็วจากแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติอื่นๆ และช่วยสงวนรักษาธรรมชาติจากผลกระทบภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง (Climate change)ไม่ก่อปัญหาต่อความสวยงามทางภูมิทัศน์และธรรมชาติบนพื้นที่ผิวดิน และไม่ทำให้เกิดมลพิษทางเสียง ช่วยให้สภาพธรรมชาติบนพื้นดินยังคงอยู่ อีกทั้งดูดซับการแผ่รังสีความร้อน และช่วยรักษาวัฏจักรความสมดุล ซึ่งสำคัญยิ่งต่อการอยู่รอดของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต

ทางออกของการแก้ปัญหาระบบนิเวศอย่างยั่งยืนยังหมายถึงความคุ้มค่าของเงินที่ลงทุนไปกับระยะเวลา โครงสร้างสาธารณูปโภคใต้ดินนั้นให้ความคุ้มค่าอย่างดียิ่ง เนื่องจากมีอายุการใช้งานได้ยืนยาวชั่วชีวิต และพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้การคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีที่ดีขึ้นช

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์