
สุนทรีย์แห่งรสกับช็อกโกแลต
ความอภิรมย์ของคนที่ชื่นชอบช็อกโกแลตเข้มข้นนั้นยากที่จะประมาณ หรือเอามาตรใดมาวัดความพึงพอใจได้ตายตัว
โดย...องค์ชายห้า
ความอภิรมย์ของคนที่ชื่นชอบช็อกโกแลตเข้มข้นนั้นยากที่จะประมาณ หรือเอามาตรใดมาวัดความพึงพอใจได้ตายตัว รู้แต่เพียงว่ามันประทับจิตประทับใจแบบไม่รู้จบทุกครั้งที่ได้ลิ้มลอง
ผมคนหนึ่งล่ะ โปรดนักกับรสชาติขมๆ ของช็อกโกแลต ยิ่งขมยิ่งสะใจ ยิ่งรู้ประวัติความเป็นมาของช็อกโกแลตก็ยิ่งปลื้ม อย่างที่รู้กันดีว่าช็อกโกแลตนั้นทำมาจากผลโกโก้ และไม่ได้เพิ่งจะมาโด่งดังหรอกนะ เพราะเป็นของหวานที่คนรู้จักกันมากว่า 2,000 ปีมาแล้ว
ว่ากันว่าเริ่มต้นที่ชาวมายาไปเก็บผลโกโก้ป่าแล้วนำมากะเทาะเม็ดออก นำไปคั่วจนหอมแล้วก็เอามาตำจนป่นแล้วนำมาผสมกับน้ำชงเป็นเครื่องดื่มกินกัน เห็นว่ายังใส่เครื่องเทศประเภทพริกไทยเข้าไปด้วย โอ้ แม่เจ้า คงทั้งเข้มข้น ทั้งร้อนเร่า เลยละมั้งนั่น อิอิ
ชาวแอซเทคก็ถือว่าเป็นชนกลุ่มแรกในโลกที่ทำช็อกโกแลตเป็นเครื่องดื่มเหมือนกับชาวมายา
จากนั้นไม่นานนัก ความขมอันแสนอภิรมย์ของช็อกโกแลตก็กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ไม่น่าแปลกใจที่ของหวานรสขมอย่างช็อกโกแลตจะครองแชมป์ขายดีที่สุดตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงทุกวันนี้
ช็อกโกแลตยังรับการขนานนามว่าเป็น “Food of the Gods” หรืออาหารแห่งทวยเทพ ที่ในสมัยก่อนถือเป็นเส้นแบ่งชนชั้นของผู้คนในสังคมกันทีเดียว เพราะว่าเฉพาะสังคมชั้นสูงและผู้ร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถลิ้มรสชาติช็อกโกแลตได้
เบลเยียมถูกจัดให้เป็นนครหลวงแห่งช็อกโกแลตที่มีเอกลักษณ์สำคัญโดดเด่นกว่าที่ใดในโลก คือการคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศ ควบคู่กับความพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต อย่างการคัดสรรส่วนผสมที่ดีที่สุดจากแอฟริกาใต้และการทำให้ช็อกโกแลตมีความละเอียดถึง 2030 ไมครอน นำมาซึ่งสัมผัสพิเศษที่เมื่อลิ้นได้สัมผัสช็อกโกแลตจะหลอมละลายในปากทันที พร้อมส่งกลิ่นหอมอบอวลผสานกันเป็นสุดยอดรสสัมผัส เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรเลือกช็อกโกแลตเบลเยียมมาปรนเปรอความสุข
จากเครื่องดื่มแก้วโปรด เป็นขนมหวานที่เด็กชอบใจ ผู้ใหญ่ชอบจัง ช็อกโกแลตยังแปลงกายเป็นเมนูให้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด และยังถูกจับคู่กับเมนูคาวหวานจนกลายเป็นอาหารจานโปรดอีกเพียบ
งานนี้ไอศกรีมแมกนั่มจึงขอแนะนำการจับคู่ครั้งใหม่ของช็อกโกแลตเบลเยียมที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลกกับหลากแพริงเมนู (Pairing Menus) กลายเป็นเมนูใหม่ รสชาติใหม่ ที่ยังมีช็อกโกแลตเป็นพระเอกชูโรง
ช็อกโกแลตเบลเยียมกับไวน์
บ่อยครั้งที่เหล่านักชิมมักจับคู่ช็อกโกแลตกับไวน์ ซึ่งหลักการง่ายๆ ในการแพริงคือจับคู่ไวน์รสอ่อนกับช็อกโกแลตรสชาติออกหวาน และไวน์ที่มีรสชาติแรงเข้มกับช็อกโกแลตรสขม อย่างเช่น ดาร์กช็อกโกแลต เพื่อดับเบิลความอร่อยที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น
ลองจับคู่กับไวน์เชอร์รี (Cherry) ที่มีแหล่งผลิตจากสเปน หรือไวน์มอสกาโต ดัสติ (Moscato d’Asti) จากอิตาลี ที่จะดึงรสหวานเข้มข้นของช็อกโกแลตออกมาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
หรือจะลองนำมิลก์ช็อกโกแลตจับคู่กับปีโนนัวร์ (Pinot Noir) จากแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส เพิ่มรสซาบซ่าด้วยสปาร์กลิงไวน์ (Sparkling Wine) หรือแชมเปญ (Champagne) ก็เข้าขากันที่สุด
ช็อกโกแลตกับไอศกรีม
ช็อกโกแลตกับไอศกรีมถือเป็นเดอะเพอร์เฟกต์แมตช์ขนานแท้ ซึ่งความบังเอิญนี้เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1934 โดย คริส เนลสัน เจ้าของร้านไอศกรีมหัวใสแห่งเมืองไอโอวา คิดค้น “ไอศกรีมแท่ง” ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจับเอาสองความต้องการของเหล่าลูกค้าที่ชื่นชอบช็อกโกแลตนำมาเคลือบกับไอศกรีมแท่ง ถือว่าเป็นสุดยอดความแตกต่างที่เข้ากันอย่างลงตัว ระหว่างความเย็นนุ่มลิ้นของไอศกรีมกับความเข้มข้นหอมละมุนของช็อกโกแลตแท้จนกลายเป็นที่ครองใจคนทั่วทุกมุมโลก
สำหรับสาวกช็อกโกแลตนมหวานมันเข้มข้น แนะนำให้เพิ่มรสชาติความหอมหวานนุ่มละมุนลิ้นฟุ้งกรุ่นกลิ่นหอมในทุกๆ คำ ด้วยการจับคู่กับไอศกรีมวานิลลา หรือลองเพิ่มความสนุกด้วยการใส่อัลมอนด์ชิ้นกรุบกรอบโรยลงหน้าไอศกรีม ก็สามารถสร้างสีสันให้เมนูโปรดได้รสชาติลงตัว
ฝันดีก่อนนอนด้วยช็อกโกแลตร้อน
จากเครื่องยอดฮิตของชาวมายาและชาวแอซเทค นำมาเพิ่มเติมความประทับใจด้วยการเติมวานิลลา น้ำผึ้ง พริกชิลี ลงไปในช็อกโกแลตร้อน หรือลองเมนูฝั่งยุโรปด้วยการใส่อบเชย กระวานลงในช็อกโกแลตร้อน ก็เป็นการอวยพรความสุขให้หลับฝันดีได้ตลอดคืนนะครับ
ถ้าลองจับคู่กันแล้วไม่ถูกใจ จะจับช็อกโกแลตไปพลิกแพลงตามใจปรารถนาเช่นไรก็ย่อมได้ เพราะถึงอย่างไรเสียช็อกโกแลตก็ไม่เคยสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง มีแต่จะยิ่งช่วยเสริมรสชาติให้กับคู่ขาใหม่ๆ น่าพิสมัยกว่าเดิม เห็นด้วยไหมครับ อิอิ







