
ก้าวย่างสู่วัยเลข 4 อย่างมีคุณภาพด้วย Integrative Medicineตอน ความจริงที่เกี่ยวเนื่องกับเซลล์บำบัด 1
โดย พล.อ.ต. นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์
โดย พล.อ.ต. นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์
เมื่อเราคิดถึงการใช้เซลล์บำบัด เราต้องนึกถึงสภาพความเป็นไปภายในร่างกาย อันประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตหลายล้านๆ เซลล์ที่มาอยู่รวมกันและทำงานสอดประสานกันดีเสียยิ่งกว่าวงออร์เคสตราที่ดีสุดในโลก ภายในเซลล์มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา มีการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน โปรตอน และอนุภาคต่างๆ ภายในอะตอม อะตอมรวมตัวกันเป็นโมเลกุลซึ่งก่อให้เกิดเซลล์ นอกจากเซลล์ภายในร่างกายยังมีของเหลวอีกเกือบ 70% ของน้ำหนักตัว การทำงานของร่างกายใช้การกระจายของรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเซลล์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นพลังงานที่เซลล์สร้างขึ้นเพื่อใช้ขับเคลื่อนชีวิต เมื่อไรคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายในเซลล์หมดลง เซลล์ก็ตาย ร่างกายที่ไม่สามารถสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ร่างกายนั้นก็สิ้นชีวิตลง
อีกประการหนึ่งที่เราต้องสำนึกตลอดเวลาในการใช้เซลล์บำบัด คือ เซลล์ทุกเซลล์ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ตายในระยะเวลาอันสมควร เซลล์ถูกกำหนดให้ตายเอง (Apoptosis) ยกเว้นเซลล์ประสาทและเซลล์ไขมัน เซลล์ทุกเซลล์ต้องตายลงและถูกทดแทนด้วยเซลล์ใหม่ตลอดเวลา จากการคำนวณประมาณว่าทุกๆ 7 ปี ร่างกายจะประกอบด้วยเซลล์ใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เม็ดเลือด เซลล์ลำไส้ เซลล์ผิวหนังและอื่นๆ นั้นก็คือ คุณคือคนใหม่ที่ยังมีสมองและไขมันเป็นเซลล์เดิมอยู่
การเจ็บป่วยโดยหลักการแล้วก็คือ การที่อวัยวะสูญเสียเซลล์จากการตายแล้วไม่สามารถทดแทนเซลล์ใหม่ได้ทันหรือเซลล์หยุดทำงาน เนื่องจากขาดพลังขับเคลื่อนจากกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าภายใน เมื่อมีเซลล์ตายมากกว่าเซลล์ใหม่ทดแทนอวัยวะนั้นก็จะทำงานน้อยลงเรื่อยๆ และหากอวัยวะมีเซลล์ซึ่งป่วยมากถึงระดับหนึ่ง ประสิทธิภาพของอวัยวะนั้นก็จะลดลงจนก่อให้เกิดโรค การแพทย์แผนปัจจุบันมีหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือการทดแทนเซลล์ที่ตายได้โดยการเปลี่ยนอวัยวะ แต่อวัยวะหรือระบบบางอย่างไม่สามารถเปลี่ยนได้ เช่น สมอง และระบบภูมิต้านทาน ดังนั้นโรคหลายโรคไม่สามารถรักษาได้โดยการเปลี่ยนอวัยวะในทางตรงข้ามโรคที่มีการตายของเซลล์จนถึงระดับต้องเปลี่ยนอวัยวะนั้น ทุกโรคสามารถบำบัดได้โดยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด หลักการก็คือการเปลี่ยนเซลล์ให้ถูกกับอวัยวะ ขณะเดียวกันต้องการความรู้และความชำนาญทางคลินิก ทั้งนี้เพราะโรคเรื้อรังทุกโรคที่เกิดรวมทั้งมะเร็ง ต้นตอของโรคอาจจะไม่ได้อยู่ที่อวัยวะที่ป่วย การรักษาแต่อวัยวะที่ป่วยจึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง
การบำบัดรักษาโดยเซลล์ต้นกำเนิด หากมีการเตรียมการที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องใช้สารกดภูมิต้านทาน ซึ่งจะช่วยลดผลข้างเคียงของการใช้ยา การใช้เซลล์ต้นกำเนิด นอกจากจะทดแทนเซลล์ที่ตายได้แล้ว ยังสามารถฟื้นฟูสภาพของเซลล์ที่ยังไม่ตาย แต่ไม่ทำงานให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ
การปลูกถ่ายอวัยวะโดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดเป็นหนทางเดียวที่จะรักษาและฟื้นฟูอวัยวะที่ถูกทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ Precursor Stem Cell จากทารกของสัตว์ ซึ่งยังไม่มีสารกระตุ้นภูมิต้านทานจึงสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในมนุษย์ เหตุผลที่เซลล์ชนิดนี้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมีอย่างเดียวคือ หลักการของ “หลักการของการคืนสู่เหย้า” (Homing Effect) คือ เซลล์ของอวัยวะใดๆ จะถูกชักนำสู่อวัยวะนั้นๆ
การปลูกถ่ายอวัยวะโดยเซลล์ต้นกำเนิดสามารถใช้เซลล์จากตัวอ่อนทารกในครรภ์ ทารกเกิดใหม่ หรือแม้จากเซลล์ผู้ใหญ่ของสัตว์ทุกชนิด ตั้งแต่มนุษย์ถึงปลา การใช้เซลล์แต่ละชนิดก็มีข้อเด่นข้อด้อยตัวอย่างเช่น การใช้เซลล์ของทารกมนุษย์ถึงแม้จะดีในแง่ของความรู้สึกว่าเหมือนกัน แต่ก็ผิดจากหลักจริยธรรม การใช้เซลล์จากทารกในครรภ์ของสัตว์จะมีข้อดีตรงที่ว่าปริมาณของเซลล์เราสามารถจัดหาได้อย่างไม่จำกัด ดังนั้นผู้ป่วยสามารถได้รับบริการนับพันนับหมื่นรายโดยไม่มีข้อจำกัดทางจริยธรรม ความปลอดภัยของการใช้เซลล์จากสัตว์ก็ได้พิสูจน์มาแล้วจากการที่มีคนมากกว่า 5 ล้านคน เฉพาะในยุโรปได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะในรูปของเซลล์บำบัดโดยมีผลข้างเคียงต่ำมากจนเกือบไม่มีเลย
พล.อ.ต. นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์ เริ่มศึกษาและดูแลผู้ป่วยด้วยวิธีการแพทย์ทางเลือกและธรรมชาติบำบัดมามากกว่า 10 ปี ปัจจุบันเป็นแพทย์ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันล้างพิษและฟื้นฟูสุขภาพแบบบูรณาการไฮโดรเฮลท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนและสูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูเสื่อมของร่างกายด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด กรรมการสมาคมการแพทย์คีเลชั่นไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม www.hydrohealth.co.th หรือโทร.02-250-7800
&<2288;







