
ยูเครน พวกเราขอเป็นม้ามืดในบ้านเกิด
ยูเครนได้สิทธิลงเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบสุดท้ายหนนี้ในฐานะเจ้าภาพ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่อง
โดย...มิวโกโตะ
ฉายา : ซินโยโซวิท (ฟ้า-เหลือง)
อันดับฟีฟ่า : 50
ผลงานดีสุดในยูโร : รอบคัดเลือก
ยูเครนได้สิทธิลงเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบสุดท้ายหนนี้ในฐานะเจ้าภาพ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากทีมเพิ่งแยกตัวมาจากสหภาพโซเวียต และลงแข่งขันภายใต้ชื่อนี้เมื่อปี 1992 เท่านั้น
แม้ยูโรก่อนหน้านี้ 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1996-2008 ขุนพลฟ้า-เหลือง จะยุติเส้นทางเพียงแค่รอบคัดเลือก แต่ในเวทีฟุตบอลโลกพวกเขาหลุดเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาแล้ว ในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี และทีมที่น็อกยูเครนในวันนั้น ก็สามารถผงาดเป็นแชมป์โลกในเวลาต่อมา นั่นคือ อิตาลี
ถึงหลายคนจะมองว่าเจ้าภาพร่วมรายนี้มีโอกาสตกรอบแรกสูง ภายหลังถูกจับสลากไปอยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับฝรั่งเศส อังกฤษ และสวีเดน แต่หากดูแนวทางการเล่นของพวกเขาแล้ว ถือว่าประมาทไม่ได้เลยทีเดียว
พิสูจน์จากผลงานในเกมอุ่นเครื่องที่เพิ่งไล่ถล่มเอสโตเนียมา 4-0 รวมถึงเคยเสมอกับทีมเต็งแชมป์อย่างเยอรมนี 3-3 มาแล้ว
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจของยูเครน คือ การได้ โอเล็ก บล็อกกิน กลับมากุมบังเหียนคำรบสอง เนื่องจากกุนซือวัย 59 ปีรายนี้ เป็นคนที่พายูเครนประสบความสำเร็จในศึกเวิลด์ คัพที่เมืองเบียร์ ด้วยการเล่นในสไตล์โต้กลับเร็ว จนยักษ์ใหญ่หลายทีมเสียท่าให้มาแล้ว และในศึกยูโร 2012 นี้ เฮดโค้ชมากประสบการณ์ก็หวังพาทีมสร้างเซอร์ไพรส์เช่นกัน
“ผมหวังว่าทีมเราจะเป็นม้ามืดและผ่านเข้าสู่รอบที่ 2 หรือรอบลึกๆ ได้ แม้จะต้องอยู่ในกลุ่มเดียวกับอดีตแชมป์ 2 สมัยอย่างฝรั่งเศส และสิงโตคำราม อังกฤษ” บล็อกกิน กล่าว
สำหรับขุมกำลังที่ บล็อกกิน เลือกมา นักเตะเกือบทั้งทีมค้าแข้งอยู่ในประเทศ โดยเฉพาะกับ 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ชักเตอร์ โดเนสต์ กับ ดินาโม เคียฟ ส่วนความหวังของยูเครนชุดนี้คงต้องฝากเอาไว้ที่ 3 กำลังหลักจอมเก๋าของทีม นำโดย อังเดร เชฟเชนโก ดาวยิงกัปตันทีม วัย 35 ปี เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปปี 2004 จากเคียฟ ที่กดไปแล้ว 46 ประตูในนามทีมชาติ
คนที่ 2 อนาโตลี ทีมอสชุก จอมทัพวัย 33 ปี จากทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิก ที่ทำสถิติติดทีมชาติสูงสุด 114 นัด ปิดท้ายด้วย อังเดร โวโรนิน หัวหอกวัย 32 ปี จากดินาโม มอสโก ในรัสเซีย ที่เคยไปค้าแข้งกับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ระหว่างปี 2007-2010
ต่อให้เสียงเชียร์ในการเล่นในบ้านจะกระหึ่มเพียงใด แต่ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับทวีปยุโรป การจะเข้ารอบต้องอาศัยอะไรมากกว่านั้น หากเจ้าภาพร่วมอย่างยูเครนงัดฟอร์มที่สุดยอดออกมาไม่ได้ หน้าประวัติศาสตร์ที่พวกเขารอเขียน คงเป็นเพียงคำว่า “รอบแบ่งกลุ่ม” เท่านั้น
โปรแกรมรอบแรกของยูเครนจะประเดิมพบ สวีเดน (11 มิ.ย.) ต่อด้วย ฝรั่งเศส (15 มิ.ย.) และปิดท้ายรอบแรกกับ อังกฤษ (19 มิ.ย.)







