posttoday
ไคลเมต สมาร์ต ปรับตัวสู้สิ่งแวดล้อมโลก

ไคลเมต สมาร์ต ปรับตัวสู้สิ่งแวดล้อมโลก

01 มิถุนายน 2555

โลกผลัดใบ ไม้ผลัดเปลือก ผู้เชี่ยวชาญด้านพิบัติภัยทางธรรมชาติบางคนตั้งข้อสังเกตว่าประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้นเกิน 2,000 ล้านคน

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

โลกผลัดใบ ไม้ผลัดเปลือก ผู้เชี่ยวชาญด้านพิบัติภัยทางธรรมชาติบางคนตั้งข้อสังเกตว่าประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้นเกิน 2,000 ล้านคน ตั้งแต่ยุคเบบี้บูมช่วงปี 1960 กำลังส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ล่าสุดเวิลด์แบงก์ระบุตัวเลขที่ 7,000 ล้านคน และจะทะลุหลัก 9,000 ล้านคน ในปี 2050 ปัญหาเกิดขึ้นโดยรายงานฉบับเดียวกันที่ระบุถึงความสมดุลของโลกที่ประชากร 2,000 ล้านคน เกินกว่านี้เท่าไหร่ โลกก็เป๋เท่านั้น เพราะของเสียมหาศาลและทรัพยากรที่ถูกดูดดึงใช้แบบฮวบๆ

จากแนวคิดดังกล่าว ภัยพิบัติที่กำลังคุกรุ่นรุนแรงจึงไม่อาจอธิบายได้เป็นอื่น นอกจากว่าโลกกำลังเอาคืน และกำลังเร่งจัดการกับส่วนเกินที่ปูดโปน ถ้าจำนวนประชากรที่โลกรับได้เท่ากับ 2,000 ล้านคน นั่นหมายความว่า ส่วนที่เหลืออีกหลายพันล้านจะต้องถูกกำจัด สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนในมุมที่เลวร้ายที่สุดว่า พวกเราทุกคนกำลังเผชิญหน้าครั้งใหญ่กับการปรับสมดุลของธรรมชาติ ด้วยเครื่องมือทางธรรมชาติและด้วยน้ำมือของธรรมชาติเอง

“แค่คุณเกิดมา คุณก็สร้างปัญหาให้แก่โลกแล้ว” ปรานต์ สยามวาลา นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ กล่าวในงานเสวนารับมือวิกฤตโลกร้อนและภัยพิบัติใกล้ตัว จัดโดย บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) ภายใต้โครงการคูลเดอะเวิลด์ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

ปรานต์ เล่าว่า อุณหภูมิโลกกับจำนวนประชากรโลกสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน เมื่อนักวิทยาศาสตร์สำรวจย้อนกลับไป 4 แสนปี ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกแทบไม่เคยเกิน 300 พีพีเอ็ม (ค่าพีพีเอ็ม = ค่าความเข้มข้นของสารละลายที่มีตัวถูกละลายน้อยมากๆ ปกติคือ 1 ในล้านส่วน) โดยในรอบ 4 แสนปีที่ผ่านมา มีแค่ 3 ครั้งที่ขึ้นไปแตะ 300 พีพีเอ็ม หากตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา ค่าพีพีเอ็มของระดับคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปแตะ 300 นับครั้งไม่ถ้วน ครั้งที่สูงสุดคือ 390 พีพีเอ็ม นิวไฮ ซึ่งโลกไม่เคยเจอ !

ไคลเมต สมาร์ต ปรับตัวสู้สิ่งแวดล้อมโลก

 

นอกจากนี้ คือน้ำแข็งขั้วโลกที่เริ่มไหลละลายผิดปกติในระยะเวลาไล่เลี่ยกับที่จำนวนประชากรผกผันเกิน 2,000 ล้านคน น้ำแข็งขั้วโลกเริ่มอัตราละลายอย่างน่ากลัวมาตั้งแต่ปี 1980 น่ากลัวกว่านั้นคือนับจากนี้ไปอีก 20 ปี จะไม่มีอะไรเหลือให้ละลายอีกแล้วที่ขั้วโลก ช็อตต่อไปคือระดับน้ำทะเลที่จะสูงขึ้นอีก 7 เมตร ! แต่นั่นก็ไม่ใช่ภัยที่ปรานต์กังวล สิ่งที่เขาให้ความสนใจสูงสุดยามนี้คือภัยจากแผ่นดินไหว ซีนระทึกที่มาถึง (แล้ว) ในช่วงการทำละลายของน้ำแข็งขั้วโลก

“แผ่นดินไหวในปัจจุบัน ไม่ใช่แผ่นดินไหวที่เกิดจากความร้อนใต้เปลือกโลกแบบในอดีต อย่างนั้นต้องสะสมความร้อนเป็นร้อยๆ ปีขึ้นไป จึงจะไหวใหญ่สักครั้ง ความถี่ของแผ่นดินไหวในปัจจุบันมีหลายทฤษฎี สำหรับผมเชื่อโดยส่วนตัวว่า ความถี่แผ่นดินไหวในระยะหลังสัมพันธ์กับอัตราการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ความวิปริตที่เชื่อมโยงถึงกันหมด” ปรานต์ เล่า

เปลือกโลกมีลักษณะบาง ดังนั้น จึงอ่อนไหวต่อการโยกย้ายน้ำหนักของน้ำแข็งขณะละลายตัว และทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกนั่นเอง ระดับความลึกของแผ่นดินไหวปัจจุบันจึงมักตื้น แค่ไม่เกินระยะ 10 กิโลเมตรลงไปเท่านั้น ยิ่งตื้นความรุนแรงก็ยิ่งมาก เกิดเป็นสึนามิถี่ๆ เป็นต้น ตึกที่มีความสูงเกิน 5 ชั้น จะได้รับความเสียหายจากการเกิดแผ่นดินไหว ที่เรียกว่าแผ่นดินไหวระยะไกล แม้ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ความเสียหายมาถึงภายใน 1-2 นาที

“2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เราเริ่มหวั่นไหวมากขึ้นกับภัยแผ่นดินไหวหรือมหาภัยอุทกภัย 2554 นั่นแค่น้ำจิ้ม เพราะอีก 20 ปีจนกว่าน้ำแข็งขั้วโลกจะละลายหมด โลกจะผจญกับหายนะที่หนักขึ้นถี่ขึ้นในอีกหลายรูปแบบ ภัยพิบัติจะใกล้ตัวเราจนเรียกได้ว่าไม่มีที่ไหนในโลกปลอดภัย ภัยพิบัติบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น ร้อนขึ้น หนาวขึ้น จนเมื่อน้ำแข็งละลายหมด ก็จะเหลือแต่ร้อนอย่างเดียว โลกเข้าสู่ภาวะแล้ง (Dought)” ปรานต์ เล่า

นายกสมาคมอุตสาหหรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ เล่าว่า ผู้ร้ายของโลกในปัจจุบันคือคาร์บอนไดออกไซด์ แต่อนาคตยังมีมัจจุราชอีกหนึ่งที่รออยู่แล้ว นั่นคือ มีเธนไฮเดรท (Methane Hydrate) หรือที่เรียกว่า ไฟร์ไอซ์ (Fire Ice) ปัจจุบันกำลังสะสมตัวเองอยู่ที่ระดับความลึกและความดันใต้น้ำทะเลที่ระดับ 50 เมตร มีเธนไฮเดรทมีภาวะการทำลายล้าง 10 เท่าของซีโอทู ทั้งติดไฟและจุดระเบิดตัวเองได้ ภาวะปะการังฟอกขาว หรือภาวะปลาในมหาสมุทรลอยแพตาย ล้วนเกิดจากการเริ่มจุดระเบิดของมีเธนไฮเดรทที่ใต้สมุทร

ไคลเมต สมาร์ต ปรับตัวสู้สิ่งแวดล้อมโลก

 

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า คำตอบของสิ่งแวดล้อมโลก คือ ไคลเมต สมาร์ต (Climate Smart) มนุษย์ต้องปรับตัว จะอยู่ จะสู้ หรือจะหนี คำตอบที่ดีที่สุดคืออยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ อุทาหรณ์สอนใจจากน้ำท่วมใหญ่ปีที่ผ่านมา คือการเรียนรู้เรื่องการปรับตัว น้ำจะมาอีกแน่ ไม่ใช่ปีนี้ก็ปีต่อๆ ไป ไม่ต้องคอย (ความช่วยเหลือ) ไม่ต้องหนี เพราะหนีไปไหนไม่ได้ (ทุกสถานที่บนโลกเสี่ยงเท่ากันหมด) ต้องอยู่และเอาตัวรอดให้ได้

“ไคลเมต สมาร์ต คือ เทรนด์สิ่งแวดล้อมที่กำลังมา เพราะก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า แม้วันนี้เราทำดีต่อโลก เช่น หยุดคาร์บอนได้เป็น 0 โลกก็ยังหายนะต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 500-1,000 ปี เพราะฉะนั้นในช่วงชีวิตของเรา เราเจอแน่ เราถูกจัดหนักแน่ ทางเลือกคือต้องสมาร์ต ต้องมีความรู้ ป้องกันชีวิตทรัพย์สินของตัวเองให้ดีที่สุด ปรับตัวและปรับใจ” รศ.ดร.เสรี กล่าว

การปรับตัวต้องทำทุกภาคส่วน ยกตัวอย่างเรื่องการซื้อบ้าน ที่ต้องมีความรู้เรื่องพื้นที่น้ำท่วม โซนอันตราย เลือกซื้อบ้านที่จะได้รับอันตรายจากภัยทางธรรมชาติน้อยที่สุด เช่น ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างและวิศวกรรมอาคารที่ออกแบบรองรับแผ่นดินไหว เป็นต้น การปลูกพืชที่เคยปลูกปีละ 4 ครั้ง ต้องเลิก หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่มีสูตรสำเร็จ สอนคนให้ยืดหยุ่น บ้าน 3 ชั้น ใช้ชีวิตอยู่ 2 ชั้นบน ส่วนชั้นล่างให้น้ำอยู่ 3 เดือนช่วงหน้าน้ำ

“อย่างไรก็ตาม ปีนี้น้ำจะน้อย ตัวแปรคือพายุที่จะมาในช่วงกลางปีถึงปลายปี ล่าสุดที่คณะกรรมการไอพีซีซีรายงานตัวเลขออกมา สิ่งที่สร้างความกังวลสำหรับภูมิภาคนี้ไม่ใช่น้ำท่วม แต่เป็นภัยแล้ง”

พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. ใกล้เข้ามา ท่ามกลางข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม โรงงานลอบทิ้งน้ำเสียในแหล่งน้ำธรรมชาติ ของเสียอันตราย และก๊าซพิษรั่วในนิคมอุตสาหกรรม ภาคอุตสาหกรรมจะต้องปรับวิธีคิด เกี่ยวกับการผลิตที่มีผลกระทบต่อมนุษย์ รัฐควรมีแนวทางที่ชัดเจนและการดำเนินนโยบายที่วัดผลได้ สำหรับภาคประชาชน ถึงเวลาที่ต้องเอาจริงกับตัวเองเช่นกัน เริ่มจากการกำหนดจุดยืน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ดีที่สุดต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบ

“นโยบายสิ่งแวดล้อมที่สวยหรูแต่ทำไม่ได้ ควรเลิกได้แล้ว ทุกวันนี้เราเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง ถึงเวลาที่รัฐจะต้องจริงใจ”

วันสิ่งแวดล้อมโลก ต้องคิดให้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้านับจากนี้ไปโลกร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติทวีความรุนแรงอย่างไม่จบสิ้น มลพิษทางน้ำทางอากาศเพิ่มมากขึ้นทุกที ทรัพยากรหมดไปจากโลก และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกลายพันธุ์ ไม่อยากคิดเลยใช่ไหม? (แต่ก็ต้องคิด และคิดแบบสมาร์ตๆ ด้วยนะ)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท