
ยูโร 2012 : ไอร์แลนด์ ยักษ์ใหญ่ระวังยักษ์เล็ก
นับว่าโชคชะตาไม่โหดร้ายเกินไป ที่ลิขิตให้ไอร์แลนด์ได้มาเล่นศึกยูโรรอบสุดท้ายที่โปแลนด์และยูเครน
ฉายา : ยักษ์เขียว
สตาร์เด่น : ร็อบบี คีน
อันดับฟีฟ่า : 18
ผลงานดีที่สุดในยูโร : รอบแบ่งกลุ่ม ปี 1988
ผู้จัดการทีม : โจวานนี ตราปัตโตนี
นับว่าโชคชะตาไม่โหดร้ายเกินไป ที่ลิขิตให้ไอร์แลนด์ได้มาเล่นศึกยูโรรอบสุดท้ายที่โปแลนด์และยูเครน จากการที่ถูกจับสลากพบกับม้ามืดอย่างเอสโตเนีย ในรอบเพลย์ออฟ จนใช้ประสบการณ์ที่มากกว่าถล่มเอาชนะไปด้วยประตูรวม 51
ขุนพลยักษ์เขียวได้กุนซือจอมเก๋าจากแดนมะกะโรนีอย่าง โจวานนี ตราปัตโตนี มาบัญชาเกมข้างสนาม จนกลายเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เสียแล้ว ทีมเวิร์กในเกมรุกถูกผสมผสานกับแท็กติกในเกมรับสไตล์อิตาเลียนอย่างลงตัว ทำให้คู่แข่งพบกับความยากลำบากทุกครั้งยามลงต่อกร โดยที่ผ่านมาไอร์แลนด์เคยเล่นยูโรรอบสุดท้ายไปเพียงหนเดียว แต่การที่พวกเขาเคยลงฟาดแข้งทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 3 ครั้ง (ปี 1990, 1994, 2002) จึงน่าจะลดความประหม่าได้พอสมควร
แม้สื่อหลายสำนักจะเห็นพ้องต้องกันว่า เส้นทางไอร์แลนด์จะยุติลงแค่รอบแรก เนื่องจากมีกระดูกชิ้นโตร่วมสายอย่าง สเปน, อิตาลี และโครเอเชีย แต่ “อิลแทร็ป” กลับมองว่าลูกทีมของเขามีดีพอที่จะเข้ารอบ
“ผมทราบดีว่าเพื่อนร่วมกลุ่มของเราล้วนแต่เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง แต่เด็กๆ ของผมมีความเชื่อมั่นสูงเช่นกัน พวกเขาไม่เกรงกลัวทีมใด ดังนั้น ไอร์แลนด์ ก็มีโอกาสจะช็อกคู่แข่งเหมือนอย่างที่ เชลซี สามารถบุกไปพลิกล็อกเอาชนะทีมเต็งแชมป์อย่าง บาเยิร์น มิวนิก ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ” กุนซือชาวอิตาเลียน กล่าว
อีกหนึ่งแรงจูงใจที่น่าสนใจสำหรับไอร์แลนด์ นั่นคือการที่ทีมชาติฝรั่งเศสโคจรมาอยู่ในกลุ่มดี หากยังจำกันได้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คนทั้งชาติไอร์แลนด์ตราหน้าขุนพลตราไก่ว่าเป็นพวกขี้โกง หลังถูก เธียร์รี อองรี เจตนาใช้มือเล่นบอล ก่อนเปิดให้ วิลเลียม กัลลาส โขกประตูชัยในเกมเพลย์ออฟ ส่งผลให้ทีมต้องพลาดโอกาสเข้ารอบสุดท้ายเวิลด์ คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ อย่างน่าเจ็บปวด
ดังนั้น หากศึกยูโรคราวนี้แข้งยักษ์เขียวสามารถพลิกล็อกเข้ารอบได้สำเร็จ พวกเขาก็มีสิทธิที่จะได้สะสางปัญหาเก่ากับฝรั่งเศส เนื่องจากกลุ่มซีและกลุ่มดีจะถูกไขว้มาพบกันในรอบ 2 และจุดนี้อาจเป็นพลังแฝงชั้นเลิศของไอร์แลนด์ก็เป็นได้
สำหรับขุมกำลังหลักของยักษ์เขียว แฟนบอลก็คงจะคุ้นชื่อเป็นอย่างดี รายชื่ออย่าง เชย์ กิฟเวน ริชาร์ด ดันน์ (แอสตัน วิลลา) จอห์น โอเชีย (ซันเดอร์แลนด์) คีธ แอนดรูว์ส (เวสต์บรอมวิช) ดาร์รอน กิบสัน (เอฟเวอร์ตัน) ดาเมียน ดัฟฟ์ (ฟูแลม) คีธ ฟาฮีย์ (เบอร์มิงแฮม) เจมส์ แม็คคลีน (ซันเดอร์แลนด์) ร็อบบี คีน (แอลเอ กาแลกซี) เควิน ดอยล์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน) เชน ลอง (เวสต์บรอมวิช) โจนาธาน วอลเตอร์ (สโตก) เหล่านี้ต่างค้าแข้งในพรีเมียร์ชิพอังกฤษทั้งสิ้น ฉะนั้นเรื่องประสบการณ์ถือว่าหายห่วง
ถือเป็นข้อดีเหมือนกันที่ถูกมองว่าเป็นเต็งบ๊วยในสาย เพราะนั่นจะทำให้ไอร์แลนด์ลงเล่นโดยปราศจากความกดดัน ทุกคะแนนที่เก็บได้เปรียบเสมือนกำไร และถ้าจับพลัดจับผลูคว้าชัยได้ขึ้นมา โอกาสเข้ารอบก็ยังเปิดกว้างรอยักษ์เขียวเสมอ







