
ด้านลบของความดัง
โดย...หลี่นา
โดย...หลี่นา
บางทีการเป็นฮีโร่ก็ทำให้หลงระเริงกับชื่อเสียงเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน ดังเช่น หลี่นา ที่ออกมายอมรับเองว่าเกือบจะกู่ไม่กลับซะแล้วหลังได้แชมป์เฟรนช์ โอเพน 2011
นักเทนนิสสาวชาวจีนสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้เล่นจากทวีปเอเชียคนแรกที่ได้แชมป์แกรนด์สแลมประเภทหญิงเดี่ยว หลังคว้าชัยเหนือ ฟรานเชสกา สเกียโวเน แชมป์เก่าจากอิตาลี ในรอบชิงชนะเลิศที่โรลองด์ การ์รอส ปีที่แล้ว
หลี่นา เคยก้าวขึ้นไปถึงอันดับที่ 4 ของโลก หลังจากที่ประสบความสำเร็จในศึกเฟรนช์ โอเพน แต่หลังจากนั้นฟอร์มของเธอก็เริ่มตกลงไปนานถึงครึ่งปีเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม โชคยังดีที่เธอสามารถเรียกเอาฟอร์มเก่าๆ กลับคืนมาได้ทันท่วงที เพราะว่าสัปดาห์นี้ก็ต้องป้องกันแชมป์แกรนด์สแลมบนคอร์ตดินแล้ว
“ฉันเสียเวลาไปมากเลยล่ะ (หลังคว้าแชมป์)” หลี่นา ซึ่งเป็นมือวางอันดับ 7 ของรายการที่กรุงปารีสในปีนี้ กล่าว
หลังจากที่ได้แชมป์เฟรนช์ โอเพน เมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว เธอก็ไม่สามารถจะชนะติดต่อกันได้เกิน 2 แมตช์เลยตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างมากสำหรับทั้งตัวเธอเองและแฟนๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉันต้องทำอะไรหลายอย่างนอกเหนือจากเทนนิส เพราะฉะนั้นหลังจากโรลองด์ การ์รอส ฉันรู้สึกว่าฉันเสียสมาธิเวลาอยู่ในคอร์ต”
หลี่นา ดังเป็นพลุแตกไม่ใช่แค่ในประเทศบ้านเกิดของเธอเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงทั่วโลกด้วย และในฐานะแชมป์แกรนด์สแลมจากเอเชียคนแรก เธอจึงมีคิวให้สัมภาษณ์ ถ่ายแบบ และเป็นพรีเซนเตอร์นู่นนี่นั่นอีกมากมาย
นักหวดวัย 30 ปี ยืนยันว่าเธอยังคงฝึกซ้อมหนักเหมือนเดิม เพียงแต่โฟกัสกับการแข่งขันอาจจะแตกต่างออกไป เพราะการที่ต้องทำอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ก็ทำให้สมาธิในคอร์ตหายไปได้ง่ายๆ
“ฉันปล่อยเวลาให้เสียไปถึงครึ่งปี กว่าที่จะได้เรียนรู้ชีวิต” เธอว่าอย่างนั้น
ซูเปอร์สตาร์ของชาวจีน ยังเผยอีกว่า ตอนที่เธอกลับไปยังบ้านเกิดและไปนั่งกินดื่มที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดขึ้นมา พร้อมกับตะโกนว่า “โอ้วว.. เธอกำลังกินอยู่”
“ฉันก็ได้แต่เอิ่ม... ฉันต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของเหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละ แต่มันดูเหมือนกับว่าทุกคนคิดว่าฉันแตกต่างออกไป”
กระแสความดังที่ถาโถมเข้ามาใส่เธอนับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ทำให้ หลี่นา ถึงกับต้องพึ่งพานักจิตวิทยา เพื่อให้สามารถรับมือกับความกดดันและความเปลี่ยนแปลงจากกระแสสังคมที่มีต่อตัวเธอด้วย แม้ว่าเธอจะมีสามี เจียงฉาน ที่คอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างตลอดเวลาก็ตาม
อาจจะเสียเวลาไปถึงราว 6 เดือน กว่าจะเรียกสมาธิกลับมาได้ก็จริง แต่ตอนนี้ความมั่นใจของ หลี่นา น่าจะกลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง หลังจากที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศบนเคลย์คอร์ตที่กรุงโรม ก่อนจะพ่ายให้กับ มาเรีย ชาราโพวา แชมป์เก่าชาวรัสเซีย ไปอย่างหวุดหวิดในการดวลมาราธอน 3 เซต
ในส่วนของการป้องกันแชมป์เฟรนช์ โอเพน ปีนี้ ต้องยอมรับว่านักหวดจากแดนมังกรจะต้องเจองานหนัก เพราะ โซรานา เคิร์สเทีย คู่แข่งชาวโรมาเนีย เป็นผู้เล่นที่ทำผลงานบนคอร์ตดินได้ดี และหากเธอไม่พลิกล็อกตกรอบไปเสียก่อน ก็มีโอกาสสูงที่จะเข้าไปพบกับ เปตรา ควิโตวา แชมป์วิมเบิลดัน ในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วย
“ฉันก็อยากจะเป็นเหมือนเดิมจริงๆ นะ แต่มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับฉัน เพราะว่าหลังจากที่ฉันได้แชมป์เมื่อปีที่แล้ว ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฉันต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพราะว่าฉันเป็นคนจีนคนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลม (ประเภทเดี่ยว) เพราะฉะนั้นคนก็เลยชอบคิดกันว่าฉันเป็นคนที่ไม่ธรรมดา” หลี่นา ครวญ
เรื่องแบบนี้นักกีฬาชั้นนำจากหลายวงการก็เคยเจอกันมาแล้ว แต่ประสบการณ์เท่านั้นที่จะช่วยให้เขาและเธอก้าวผ่านช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจนี้ไปได้ในที่สุด







