
ข่มขืน ปฏิบัติการกากเดนไม่มีวันหมด
...ธนก บังพล
เจ็บช้ำในอกพ่อแม่อย่างสุดแสนจะบรรยาย เมื่อลูกสาวสุดที่รักถูกข่มขืน ในบ้านเราเกิดเหตุข่มขืนขึ้นทุกวี่วัน มีทั้งเหตุที่มีการแจ้งความดำเนินคดี บ้างก็เก็บเงียบเป็นความลับเพราะเหยื่อและครอบครัวรับไม่ได้ จึงไม่ยอมเปิดเผย อย่างคดีล่าสุด จอย (นามสมมติ) ถูกลวงไปข่มขืนภายในบ้านไม่มีเลขที่ ใกล้โรงโม่แป้งมัน หมู่บ้านห้วยไข่เน่า หมู่ 5 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
เธอไม่ลังเล รีบเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี ภาค 2 ว่าถูกชายวัยรุ่น 4 คน ล่อลวงไปข่มขืน
หนึ่งในนั้นคือ
“แฟนหนุ่ม” ที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้ประมาณ 1 เดือน มี ทีรพล ประสงค์สุข เป็นผู้หลอกล่อให้จอยเดินทางไปหาเธอเล่าว่า เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวทีรพลลงมือข่มขืนก่อนเป็นคนแรก หลังจากนั้นเพื่อนอีก 3 คน ใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่
เหตุนี้เกิดครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น.
ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ต่อมาวันที่ 7 มี.ค. เวลา 00.30 น. ทีรพลรายเดิมได้โทรศัพท์มาหลอกให้จอยออกไปเจอข้างนอกอีกครั้ง โดยออกอุบายว่าจะขอเคลียร์ปัญหาทุกอย่าง แต่พอถึงเวลาก็พาไปข่มขืนซ้ำ
คนร้ายก็เป็นคนหน้าเดิมๆ
แต่คราวนี้วางแผนแยบยลกว่ามี
“หนู” หญิงสาวในกลุ่มคนร้ายคอยเป็นกองเชียร์และคอยดูต้นทางให้หลังเสร็จสมอารมณ์หมายจอยก็ถูกปล่อยตัวกลับบ้าน เธอตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่ฟังและเข้าแจ้งความทันที
ตำรวจตามรวบแก๊งสวาทได้ยกแก๊ง สอบสวนได้ความว่าทีรพลเป็นหัวหน้าแก๊ง โดยรับสารภาพว่าได้ร่วมข่มขืนจอยจริง ระหว่างพากันตั้งวงดื่มสุรา พอเมาได้ที่ก็หลอกจอยซึ่งกำลังคบหาดูใจมาที่บ้านของตนเอง จากนั้นก็ผลัดกันเรียงคิวข่มขืนจนสำเร็จความใคร่
อีกคดีหื่นที่ระยำไม่แพ้กัน ต่างกันเพียงแต่เหยื่อรอดพ้นการถูกข่มขืนได้อย่างหวุดหวิดเส้นยาแดงผ่าแปด
ทีมตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นำโดย พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้รับการประสานจากทาง สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า มีคนร้ายฉุดนักเรียนหญิงอย่างอุกอาจขณะยืนรอรถประจำทางที่ข้างถนนหน้าโรงเรียน พาขึ้นรถจักรยานยนต์ขับมุ่งหน้ามาทาง จ.ขอนแก่น จึงขอประสานกำลังตำรวจช่วยกันตรวจสอบสกัดจับ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่
“วัน” ยืนรอรถประจำทางพร้อมเพื่อนนักเรียนหลายสิบคนยืนอยู่ด้วย ขณะนั้นได้มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดอยู่ด้านหน้ากลุ่มนักเรียน จากนั้นใช้วัสดุบางอย่างเดินตรงมาจี้ที่เอว แล้วบังคับให้วันขึ้นรถไปด้วย พร้อมขู่กลุ่มนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ว่าห้ามตาม มิเช่นนั้นจะฆ่าทิ้งพยานที่เห็นเหตุการณ์หลายคนยืนยันว่าคนร้ายรายนี้คือ
“ปิติ” อดีตนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับวันที่เพิ่งถูกไล่ออกไป หลังจากมีนิสัยเกเรและติดสารระเหยอย่างหนัก กระทั่งมาก่อเหตุฉุดนักเรียนรุ่นน้องไปจากการสอบถามข้อมูลจากเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ทราบว่าปิติมีเพื่อนสนิทอยู่ที่ จ.ขอนแก่น
ตำรวจจึงได้วางแผนการจับกุมหลังได้รับแจ้งเบาะแส ในที่สุดสามารถรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ โดยปิติรับสารภาพว่าขี่จักรยานยนต์ผ่านไปเห็นผู้หญิงหน้าตาดียืนรอรถอยู่หน้าโรงเรียน จึงคว้าแท่งพลาสติกสีดำที่ตกอยู่ข้างถนนมาใช้เป็นอาวุธ จี้ตัวขึ้นรถจักรยานยนต์หวังนำไปข่มขืนที่บ้านเพื่อนที่ จ.ขอนแก่น โดยตลอดทางได้จอดแวะหลายครั้ง และได้ขู่เหยื่อว่าหากคิดจะหนีหรือร้องให้คนช่วย...จะฆ่าทิ้ง
ทำให้เหยื่อไม่กล้าขัดขืน ยอมนั่งรถมาด้วยโดยดี แต่ในที่สุดถูกตำรวจตรวจยึดรถ เมื่อเปลี่ยนใจจะพาเหยื่อไปข่มขืนที่บ้านญาติใน จ.อุดรธานี ก็มาถูกตำรวจจับกุมได้ก่อน
นับเป็นเรื่องโชคดีอย่างมากสำหรับนักเรียนสาวที่รอดเงื้อมมือโจรมาได้อย่างปลอดภัย
เหล่านี้เป็นแค่ตัวอย่างที่ตกเป็นข่าว ยังมีการก่อเหตุอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว
ปัญหาใกล้ตัวเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยหูตาของทุกคนที่ต้องระมัดระวัง
ไม่เช่นนั้นย่อมเปิดโอกาสให้กลุ่มกากเดนสังคมเหล่านี้ใช้ช่องว่างก่อเหตุได้รายวัน







