
อวสานมหากาพย์บัวขาวป.ประมุข
แบ่งรายได้60-40แยกซ้อมเองกำนันแก๊ถอนฟ้องตัวนักชก-กกท.
แบ่งรายได้60-40แยกซ้อมเองกำนันแก๊ถอนฟ้องตัวนักชก-กกท.
บัวขาวป.ประมุข ได้ข้อสรุปบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น แบ่งรายได้ 60-40 ไม่ย้ายค่ายแต่แยกซ้อม
สกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง บัวขาว ป.ประมุข หรือ สมบัติ บัญชาเมฆ กับค่าย ป.ประมุข ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือน ได้ข้อสรุปว่า จะทำสัญญาใหม่ โดยเงินรางวัลจากการชกแบ่งเป็นส่วนของ บัวขาว 60% และค่าย ป.ประมุข 40% ส่วนสิทธิประโยชน์จากการโชว์ตัวและสปอนเซอร์ แบ่งสัดส่วน 75-25%
“การรับงานทั้งสองฝ่ายจะต้องลงนามร่วมกันเท่านั้น โดยบัวขาวยังคงใช้ชื่อค่าย ป.ประมุข แต่จะฝึกซ้อมเอง และมีผลบังคับใช้ในช่วงสัญญาที่เหลือ 5 ปีนับจากนี้” รองผู้ว่าการ กกท.กล่าว หลังการเจรจาร่วมกันระหว่างนักชก ค่าย ป.ประมุข กกท. และสมาคมมวยไทยอาชีพ ซึ่งบัวขาวมาตามนัดครั้งแรก และปิดห้องประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าฟัง
สำหรับการลงโทษยึดใบอนุญาตนักชกฉายา ดำดอทคอม 6 เดือนก่อนหน้านี้ ให้ทางค่าย ป.ประมุข ทำเรื่องอุทธรณ์มาถึง เดช ใจกล้า ผู้อำนวยการสำนักงานกีฬามวย ในฐานะนายทะเบียน โดยค่าย ป.ประมุข จะยกฟ้องบัวขาวและ กกท.ในทุกคดี ส่วนคดีความอื่นๆ จากกรณีนี้จะปรึกษากับทนายความก่อน
ก่อนเข้าร่วมประชุม บัวขาวซึ่งเดินทางมาพร้อมกับ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ได้นำพวงมาลัยขอขมาต่อ “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมมวยอาชีพ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาวินัยและจรรยาบรรณบุคคลวงการมวย และ “กำนันแก๊” ประมุข โรจนตัณฑ์ หัวหน้าค่าย ป.ประมุข
ขณะที่บัวขาว กล่าวว่า รู้สึกโล่งใจที่เรื่องนี้จบลงเสียที และยังคงให้ความเคารพทางกำนันแก๊โดยตลอด ซึ่งช่วงบวชเรียนต้องการความสงบ จึงไม่เปิดเผยสถานที่ และรู้สึกดีที่ได้บวชเรียนจนอยากจะศึกษาพระธรรม จากนี้ไปจะตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมต่อไปที่ค่ายบัญชาเมฆเป็นหลัก และอยากจะกลับไปเยี่ยมน้องๆ ที่ค่าย ป.ประมุข บ้างหากมีโอกาส
“ส่วนเรื่องการรับงาน อาจจะตั้งคนกลางขึ้นมาช่วยประสานกับทางค่าย ป.ประมุข” บัวขาว กล่าว







