
พุทธศาสน์...วัฒนธรรมทางจิตวิญญาณที่ผันแปรในปากมังกร!? (ตอน ๗)
จริงๆ แล้ว อาตมาใคร่จะเล่าเรื่องเส้นทางปฏิบัติในนครซีอาน แห่งมณฑลส่านซี ในประเทศจีนต่อไป
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
จริงๆ แล้ว อาตมาใคร่จะเล่าเรื่องเส้นทางปฏิบัติในนครซีอาน แห่งมณฑลส่านซี ในประเทศจีนต่อไป แต่เกรงจะเฟ้อไปกลายเป็น “ธรรมะนำเที่ยว” จึงขอเปลี่ยนแนวสรุปลงที่ความหมายที่ปรากฏในความมีอยู่จริงของพุทธศาสนาในประเทศจีน ที่ควรพิจารณาทั้งรากฐานดั้งเดิม และความสืบเนื่องถึงในปัจจุบันตลอดจนสถานการณ์ความเป็นไปของพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรจีน โดยเฉพาะมุมหนึ่งในนครซีอานที่เป็นเมืองสำคัญยิ่งในอดีต ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเป็นเมืองหลวงต่อเนื่องถึง ๑๓ ราชวงศ์ นับตั้งแต่ราชวงศ์ฉิน โดยจิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์นี้ ได้รวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่น เน้นความเป็นหนึ่งเดียว หรือความเป็นจีนเดียวดังในปัจจุบัน จึงได้เห็นร่องรอยการวางรากฐานของสังคมในยุคนั้น ซึ่งถูกกำหนดชี้นำโดยชนชั้นปกครองตามระบบกษัตริย์ ได้เลือกลัทธิขงจื๊อเป็นหลักทางศาสนา
แต่ใช่ว่าจะลบล้างความเชื่อของหมู่ชนให้หมดไปจากลัทธิดั้งเดิมต่างๆ ได้ แม้แต่จักรพรรดิจิ๋นซีเองก็ยังทรงมีความเชื่อที่มิใช่เป็นไปตามแนวลัทธิขงจื๊อ เพียงแต่นำลัทธิขงจื๊อมาเป็นแบบฉบับในการสร้างมาตรฐานสังคม เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวแห่งการถือปฏิบัติบนความเชื่อ ความเข้าใจ และภาษาวัฒนธรรมที่เป็นอย่างเดียวกัน ซึ่งต่อมาบนความสืบเนื่องของการปกครองจากราชวงศ์สู่ราชวงศ์ เราได้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของสังคมที่เคลื่อนไปตามสังคมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ราชวงศ์ถัง เราจึงได้เห็นพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งมากขึ้นบนแผ่นดินจีน
เมื่อมีพระภิกษุจีนรูปหนึ่งนามที่ชาวโลกรู้จักว่า พระถังซัมจั๋งได้เดินทางสู่ชมพูทวีป เพื่อคัดลอกคัมภีร์พระไตรปิฎกนำคืนกลับสู่แผ่นดินจีน และได้มาพำนักอยู่ที่วัดสือเอินซื่อ ซึ่งเป็นวัดหลวง เพื่อทำงานแปลคัดลอกพระคัมภีร์พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น ดังที่มีสัญลักษณ์เป็นพระเจดีย์เจ็ดชั้นชื่อ พระเจดีย์ต้าเหยี้ยนถ่า เป็นอนุสรณ์ ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านใจกลางนครซีอาน... อาตมาได้ไปเยี่ยมเยียนวัดดังกล่าว หลังจากที่รับนิมนต์ไปเจริญพระพุทธมนต์รับภัตตาหารที่พักของกงสุลใหญ่ ประเทศไทย ประจำนครซีอาน (๑๕ พ.ค. ๒๕๕๕) และได้ถือโอกาสนี้เจริญพระพุทธมนต์ พระอภิธรรม ๗ พระคัมภีร์ เพื่อบูชาพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่พระถังซัมจั๋งได้มีวิริยอุตสาหะ... ในการศึกษาเล่าเรียนจนสามารถแปลจากบาลีสันสกฤต มาเป็นภาษาท้องถิ่นของชาวจีนได้ และมีหลักฐานปรากฏว่าได้พำนักอยู่ที่วัดสือเอินซื่อแห่งนี้ในฐานะเจ้าอาวาส เพื่อทำงานดังกล่าวให้เสร็จเรียบร้อย
แม้ต่อมาจะได้เดินทางไปพำนักในสถานที่ต่างๆ จนมรณภาพ ก็ยังได้มีการนำอัฐิของพระถังซัมจั๋ง (น่าจะบางส่วน) มาประดิษฐานไว้ที่ พระเจดีย์ต้าเหยี้ยนถ่า แปลว่า พระเจดีย์ห่านฟ้าใหญ่ แห่งนี้... อาตมาจึงได้น้อมอุทิศผลบุญแห่งการกุศลที่เกิดจากการปฏิบัติในครั้งนี้ แด่พระถังซัมจั๋ง และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “อำนาจสัตยาธิษฐานใดที่พระถังซัมจั๋งเคยกระทำไว้ เพื่อประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนา เพื่อความสุขแห่งมหาชน และเพื่อการอนุเคราะห์โลก ด้วยอำนาจแห่งการถวายสักการบูชาพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า...ขออำนาจสัตยาธิษฐานดังกล่าวพึงบังเกิดความสำเร็จอย่างสืบเนื่องต่อไป ณ บัดนี้เทอญ” โดยอาตมาได้เจริญพระพุทธมนต์และกระทำสัตยาธิษฐานดังกล่าวบนชั้นที่เจ็ด ด้วยการสวดบูชาพระอภิธรรม ๗ พระคัมภีร์...
ก่อนที่จะกลับที่พักวัดต้าซิ่งซันที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ ๑,๗๐๐ ปี ที่บัดนี้ถูกแวดล้อมไปด้วยตึก อาคาร ร้านค้า ตึกพาณิชย์สูง ที่แย่งกันผุดในกลางเมืองซีอานแห่งนี้ แถมประชิดติดกำแพงวัดเกือบทุกด้าน และเป็นไปอย่างนี้เกือบทุกเมืองในประเทศจีน ที่เดินเข้าสู่ระบบทุนนิยมเต็มตัวตามนโยบายเปิดประตูเศรษฐกิจสู่ตลาดโลก เพื่อการแข่งขันการค้ากับนานาชาติของประเทศจีน จึงไม่แปลกที่ร่องรอยศาสนาวัฒนธรรมของจีนที่หลงเหลือมาจากการปฏิรูปวัฒนธรรมสมัยเรดการ์ดนางเจียงชิง (ภรรยาเหมาเจ๋อตุง) กำลังจะถูกปฏิวัติวัฒนธรรมอีกครั้ง โดยระบบทุนนิยมที่ดูจะออกรุนแรงยิ่งกว่าสมัยเรดการ์ด... ด้วยเหตุที่มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแต่รูปแบบสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียว...
แต่ได้ลงลึกไปถึงการเปลี่ยนแปลงในรากฐานจิตใจของชาวจีนในปัจจุบัน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหมายพัฒนาชีวิต เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จตามระบบทุนนิยม จึงมีการแข่งขันแย่งชิงในทุกด้านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการแสวงหาโอกาสทางการศึกษา เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า เราจึงเห็นการเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอคอยการเข้าไปใช้บริการในห้องสมุดกลางของเมือง หรือการเรียนหนังสือกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ไม่เว้นวันหยุดที่จะต้องเข้าโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งสถาบันกวดวิชาหรือสถาบันสอนภาษาอังกฤษบางแห่งในจีนร่ำรวยจนสามารถนำเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ด้วยมูลค่าของสถาบันจำนวนหลายพันล้านเหรียญ
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







