posttoday
ได้เวลาเปิด (รับ) โลกด้วยภาษา ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย

ได้เวลาเปิด (รับ) โลกด้วยภาษา ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย

21 พฤษภาคม 2555

ปี พ.ศ. 2558 ประตูแห่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะถูกเปิดออก สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมากับประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ

โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ปี พ.ศ. 2558 ประตูแห่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะถูกเปิดออก สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมากับประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ก็คือจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมืออย่างเสรีและเงินลงทุนที่เสรีมากขึ้น เชื่อว่าเมื่อวันนั้นประเทศไทยจะเปลี่ยนไป โดยคนจะแห่เข้ามามาก ซึ่งถ้าคนไทยไม่สามารถที่จะสื่อสารกับต่างชาติได้ก็น่าเป็นห่วง

ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย หรือ ดร.ตุ๊ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาภาษาไอฟาส (iFAST) กล่าวว่า ภาษาทุกภาษาสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำให้อาชีพของเราก้าวหน้าและเปิดประตูโลกแห่งการศึกษาด้วย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งถือเป็นภาษาสากลที่ทั่วโลกใช้กัน

“ต้องยอมรับว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ประชาชนของเขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทยเยอะ ผมหมายถึงโดยเฉลี่ยนะ ไม่ได้พูดถึงแอ็กชันอะไร และนี่ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เขาได้เปรียบเราในการทำงานเยอะกว่า ผมคิดว่าเราสู้เขาไม่ได้ในมุมนี้” ผู้อำนวยการสถาบันไอฟาส กล่าว

ได้เวลาเปิด (รับ) โลกด้วยภาษา ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย

 

ผู้อำนวยการสถาบันไอฟาส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จะเห็นว่าเวลาทำงานจริงทักษะ หรือเทคนิคนั้นก็ดูสูสี เก่งบ้าง ด้อยบ้าง แต่การสื่อสารออกมาให้คนอื่นเข้าในนั้นเป็นเรื่องยาก อีกอย่างแม้ว่าจะเก่งมีความรู้ แต่ถ้าสื่อสารกับคนอื่นไม่ได้ก็ถือว่าสอบตก

“ผมคิดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า พอเปิดเสรีแล้วไม่ว่าทางด้านการศึกษา สังคม หรือเศรษฐกิจประเทศไทยจะเปลี่ยนไป ผู้คนจะแห่เข้ามาไทยเพราะไทยเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราไม่สามารถที่จะปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารกับเขาได้ ผมว่าแย่นะ หลายๆ มหาวิทยาลัยก็ต้องกลับมามองหลักสูตรของตัวเองใหม่ ต้องอัดหลักสูตรภาษาอังกฤษมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าในหลักสูตรการเรียนมีน้อยมาก เฉพาะในสาขาวิศวะที่ผมจบมา เรียนภาษาอังกฤษแค่ 2 ตัว จบมาทำงานได้จริง แต่ถามว่าเวลาไปสื่อสารกับเขาไม่ได้ก็ลำบากอยู่ดี”

ด้วยความที่คลุกคลีกับการศึกษามากกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาต่างๆ ทั้งจุฬาฯ เอแบค มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอาจารย์สอนที่ต่างประเทศ ขณะเรียนปริญญาโทและเอก ตลอดจนการทำงานเป็นคอนเซาท์ในหลายด้านทั้งที่สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ จนกระทั่งในเมืองไทย ทำให้เห็นข้อดี ข้อเสียของระบบการเรียนและการทำงาน

“มีปัจจัยหลายอย่างโดยเฉพาะภาษาที่จะต้องใช้มากขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์และในเรื่องของปัจจัยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเข้ามา ผมจึงคิดก่อตั้งสถาบันพัฒนาภาษาไอฟาส (iFAST) เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น โดยเน้นการสื่อสารเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้มีสองสาขา สาขาแรก อยู่ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน สาขาที่ 2 อยู่ที่สยามสแควร์ ติดถนนอังรีดูนังต์ ซึ่งเปิดมาได้เพียง 1 เดือน”

ดร.วาทิน กล่าวต่อว่า ในเรื่องของภาษาควรต้องสื่อสารได้ก่อน แกรมมาเป็นเรื่องรอง สามารถเรียนภายหลังได้ เพราะถ้าเรียนภาษาแล้วสื่อสารไม่ได้ หรืออ่านได้อย่างเดียวแต่สื่อออกไปไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ได้เวลาเปิด (รับ) โลกด้วยภาษา ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย

 

“ที่สถาบันผมเป็นอาจารย์สอนแล้ว ยังมีอาจารย์เจ้าของภาษาจากอังกฤษและอเมริกา 5-6 คน คลาสหนึ่งเรียนประมาณ 10 คน การสอนเน้นส่งเสริมให้ทุกคนมีความมั่นใจด้วยการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและไม่จับผิด ให้ความเป็นกันเองกับผู้เรียน ทำให้เขารู้สึกกล้าที่จะคุย ผิดถูกไม่ว่า แต่เราก็ต้องให้ฟีดแบ็กให้เขาด้วย” เจ้าของสถาบันไอฟาส กล่าว

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลดี ดอกเตอร์แนะนำว่า ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความต่อเนื่อง และความสม่ำเสมอจึงจะประสบผลสำเร็จ แต่ถ้าขาดความสม่ำเสมอก็จะไร้ผลเสียเวลาที่เรียนมา

“การเรียนภาษาก็เหมือนขี่จักรยาน ถ้าหัดขี่แล้วยังไม่เป็นแล้วเลิกไป อีกเดือนหนึ่งมาขี่ใหม่ก็เหมือนเริ่มต้นใหม่ แต่ถ้าหัดขี่จนกระทั่งทรงตัวและไปได้ แล้วอยู่กับมันสักพักหนึ่งแม้เลิกเล่นไปสัก 6 เดือนกลับมาก็พอขี่ได้ การเรียนภาษาก็เหมือนกันต้องอยู่กับมันไปสักหนึ่งจนสื่อสารได้ จากนั้นจะหยุด 5-6 เดือนมาเริ่มก็ยังจำได้ ฉะนั้นอยากเก่งต้องมีความมุ่งมั่นและความสม่ำเสมอ”

ดร.วาทิน ย้ำว่า อีก 3 ปี ประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะถูกเปิดออก ภาษาถือเป็นส่วนสำคัญที่จะสามารถรับมือกับต่างชาติได้ ถ้าขั้นแรกสื่อสารกับเขาไม่ได้จะลำบากในการทำงานและจะได้รับผลกระทบตามมา โดยเฉพาะในพวกวิชาชีพที่มีการแข่งขัน เช่น นักข่าว หมอ วิศวกร สถาปนิก ฯลฯ

“ผมมองว่าประเทศไทยไม่มีใครที่ไม่อยากเข้ามา แต่อยากบอกว่า พอเขาเข้ามาแล้วเราก็ต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับตัวเองด้วย เก่งอย่างเดียว แต่สื่อสารไม่ได้ ก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี” ดร.วาทิน ย้ำ

ไอดอลในแบบ ดร.ตุ๊

ได้เวลาเปิด (รับ) โลกด้วยภาษา ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย

 

ครอบครัว : เป็นแบบอย่างในเรื่องความอดทน ท่านทำอะไรไม่เคยท้อถอยง่ายๆ ลูก 4 คนสามารถเลี้ยงจนได้ทำงานดีๆ หมด พี่ชายทำที่แบงก์ชาติ น้องเป็นหมอที่รามาฯ คนสุดท้องเป็นแอร์โฮสเตส ตอนนี้แต่งงานแล้วไปอยู่เมืองนอก ความรักที่ท่านมีต่อลูกๆ รู้สึกได้โดยที่ไม่ต้องบอก

กีฬา : ผมเล่นกีฬาตั้งแต่ ป.5 จนถึงมหาวิทยาลัย เคยเป็นประธานชมรมวอลเลย์บอลของจุฬาฯ กีฬาสอนให้เรามุ่งมั่นขยันฝึกซ้อมและสอนให้เอาชนะตัวเอง “เกร็ก นอร์แมน ก่อนเป็นมือหนึ่งโลกเขาตื่นในขณะที่ฟ้ามืดเพื่อที่จะขับรถไปถึงแล้วฟ้าสว่างจะได้ไม่เสียเวลาซ้อมและซ้อมจนกระทั่งไม่มีแสงสว่างแล้วกลับบ้าน ทำอย่างนี้ 2 ปี แรงจูงใจสูงมาก”

ดร.ราช วีรมานี : อาจารย์สอนปริญญาโทและเอกผม ที่มหาวิทยาวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เป็นคนเก่ง ขยัน ถ่อมตัว แฟมิลีแมนสุดๆ เขาเป็นคนที่แอสซายทุนให้ผมด้วยและสอนผมหลายๆ อย่าง เช่น คนเราควรจะรู้หลากหลายจึงจะสมเป็นดอกเตอร์ เขาเป็นคนที่ทำให้ผมเป็นอย่างทุกวันนี้

โรเบิร์ต ลา เวลล์ : หัวหน้างานในสมัยที่ผมทำงานที่สิงคโปร์ในบริษัท ไอทู เทคโนโลจีส ซึ่งทำซอฟต์แวร์เกี่ยวกับระบบวางแผนขององค์กรขนาดใหญ่ ประสบปัญหาอย่างหนักแล้วมีการปลดพนักงานออก เขาได้แสดงความเป็นผู้นำด้วยการประกาศในที่ประชุมว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเขาผู้เดียวไม่เกี่ยวกับคนอื่น คาแรกเตอร์แบบนี้แหละ เหมาะแก่การเป็นผู้นำซึ่งหายากในสมัยนี้

ตัวเราคือฮีโร่ : หลายคนอยากเป็นอย่างคนอื่นและพยายามมองหาฮีโร่จากภายนอกโดยลืมมองที่ตัวเอง ใช่อยู่เราอาจไม่ได้เป็นฮีโร่ในขณะนี้ แต่เราจะต้องพยายามเป็นฮีโร่ของตัวเองให้ได้ ตรงไหนด้อยก็แก้ไข ตรงไหนดีแล้วก็เสริม สุดท้ายก็เป็นไอดอลของตัวเองได้ ซึ่งการเป็นฮีโร่นั้นไม่ใช่การหลงตัวเอง แต่คือการเคารพตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท