
อนุรักษ์ปะการังเกาะสีชัง
หมู่เกาะสีชังเป็นหมู่เกาะที่อยู่ด้านบนสุดของอ่าวไทยตอนบน ห่างฝั่ง อ.ศรีราชา ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 15 กิโลเมตร
โดย...ไทยออลล์
หมู่เกาะสีชังเป็นหมู่เกาะที่อยู่ด้านบนสุดของอ่าวไทยตอนบน ห่างฝั่ง อ.ศรีราชา ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 15 กิโลเมตร มีรูปร่างลักษณะยาว ประกอบด้วยเกาะขนาดต่างๆ รวมกัน 8 เกาะ คือ เกาะสีชัง เกาะยายท้าว เกาะค้างคาว เกาะท้ายตาหมื่น เกาะขามใหญ่ เกาะขามน้อย เกาะปรง และเกาะร้านดอกไม้ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งชุมชนมานานนับร้อยปี จากธรรมชาติที่งดงามและอากาศที่บริสุทธิ์ จึงเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยว นักเดินทาง แวะเวียนมาชมความสวยงามของเกาะสีชังแห่งนี้
เกาะสีชังมีแหล่งปะการังชายฝั่งให้ผู้ที่ชื่นชอบดูปะการังน้ำตื้นได้สัมผัสกับความสวยงาม เช่น ปะการังโขด ปะการังดาวใหญ่ ปะการังวงแหวน และปะการังช่องเหลี่ยม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปะการังแบบกิ่ง เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังแบบแผ่น เช่น ปะการังลายดอกไม้ ปะการังจาน และปะการังเห็ด เป็นต้น
แนวปะการังที่เกิดขึ้นนั้น จัดเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญอีกระบบหนึ่ง เป็นเสมือนกำแพงป้องกันการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งจากคลื่นลม และเป็นแหล่งดึงดูดให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย วางไข่ รวมถึงเป็นที่สำหรับเลี้ยงตัวอ่อน ปะการังจึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ที่สำคัญแนวปะการังยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับประเทศ จากอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
บริษัท ไทยออยล์ ได้จัดกิจกรรมนำพนักงานจิตอาสาเคลื่อนย้ายและจัดวางแท่งคอนกรีตร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำมาทิ้งไว้นอกชายฝั่งเพื่อเคลื่อนย้ายเข้าสู่ชายฝั่งให้ตัวอ่อนของปะการังที่ผสมพันธุ์กันทางธรรมชาติมาลงเกาะ เพื่อคืนสภาพความสมบูรณ์ของปะการังให้กลับคืนมาอีกครั้ง
การปฏิบัติการนี้ถือเป็นเทคนิคการเพิ่มพื้นที่ลงเกาะของปะการัง โดยปะการังจะลงเกาะเต็มพื้นที่แท่งคอนกรีตภายใน 8 ปี นอกจากนี้ยังได้ร่วมจัดแปลงอนุบาลปะการังแบบท่อพีวีซีวางบนพื้นทรายบริเวณขอบแนวปะการังเพื่อฟื้นฟูเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปในอนาคต ณ เกาะยายท้าว หมู่เกาะสีชัง ภายใต้โครงการความร่วมมือในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปะการังและฟื้นฟูแนวปะการังเกาะสีชังระหว่างบริษัท ไทยออยล์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการพลิกฟื้นชีวิตแนวปะการังให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เช่นเดียวกับแนวปะการังในทะเลฝั่งอันดามัน หรือในพื้นที่ จ.ตราด และที่เกาะมันใน ซึ่งเป็นพื้นที่ฟื้นฟูเช่นเดียวกัน ซึ่งการย้ายแท่งคอนกรีตในครั้งนี้สามารถเคลื่อนย้ายให้เข้ามาใกล้ชายฝั่งได้มากถึง 30 แท่ง จากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำมาทิ้งนอกชายฝั่งทั้งหมด 100 แท่ง
สมชัย วงศ์วัฒนศานต์ ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการ ด้านบริหารองค์กร บริษัท ไทยออยล์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ กล่าวว่า เป็นนโยบายที่บริษัทให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งบนฝั่งและในทะเล การฟื้นฟูแนวปะการังให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ ถือเป็นแนวทางในการรักษาสภาพแวดล้อมและดูแลชุมชนที่เป็นนโยบายหลักของบริษัท โครงการนี้เริ่มศึกษาและดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงของการเพาะพันธุ์ปะการังในโรงเพาะก่อนนำลงสู่ธรรมชาติ
ขณะนี้ทางสถาบันจุฬาฯ ได้เพาะพันธุ์ตัวอ่อนให้ลงเกาะบนแผ่นวัสดุและส่งมอบมาให้กรมทรัพยากรแล้ว 500 แผ่น ต่อแผ่นนั้นจะมีปะการังจำนวน 8-10 ตัว ซึ่งเมื่อครบอายุและนำลงสู่ธรรมชาติจะได้ปะการังในช่วง 1 ปีแรกเกือบ 5,000 ตัว ถือเป็นการเพิ่มอัตราการรอดของปะการังจากธรรมชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากการทำงานของ 3 พันธมิตรหลักแล้ว ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและชาวบ้าน ร่วมกันอนุรักษ์ปะการังด้วยการวางทุ่นในแนวเขต เพื่อให้ปะการังคงความสมบูรณ์ ถือเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กลับมาสวยงามดังเดิมได้อีกทางหนึ่ง







