posttoday
ซีอาน พิพิธภัณฑ์ฟ้ากว้าง

ซีอาน พิพิธภัณฑ์ฟ้ากว้าง

19 พฤษภาคม 2555

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ณ บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ที่อากาศร้อนอบอ้าว ขณะที่ชาวนาคนหนึ่งในหมู่บ้านซีหยาง

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ณ บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ที่อากาศร้อนอบอ้าว ขณะที่ชาวนาคนหนึ่งในหมู่บ้านซีหยาง

ชานเมืองซีอาน นามว่า “นายหยาง” กำลังตั้งหน้าตั้งตาขุดบ่อน้ำอยู่นั้น ก็ได้พบกับวัตถุโบราณชิ้นหนึ่ง ซึ่งเมื่อยิ่งขุดลึกลงไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งค้นพบว่าวัตถุโบราณลึกลับชิ้นนี้มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับใบหน้าของมนุษย์ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการบอกเล่าถึงความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษชนชาติจีน

โฉมหน้าของเมืองซีอานในปัจจุบันคือ การเป็นหนึ่งในที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ซึ่งเขตอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากการปฏิรูปเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในปี 1977 ภายใต้การริเริ่มของ เติ้งเสี่ยวผิง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประเทศจีนก็ก้าวขึ้นมาผงาดเป็นหนึ่งในผู้นำทางอุตสาหกรรมของโลก ซึ่งเมืองซีอานนั้นถึงแม้ว่าจะมีภูมิประเทศที่เรียกว่า “Land Lock” หรือพื้นที่ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล อันเป็นจุดบอดสำคัญของการขนส่งสินค้า แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรและแร่ธาตุ รวมไปถึงแรงงานคุณภาพและการศึกษาสูง ส่งผลให้รัฐบาลผลักดันซีอานให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้อย่างไม่ยากเย็น

ซีอาน พิพิธภัณฑ์ฟ้ากว้าง

ในปัจจุบันซีอานมีรายได้หลักมาจากธุรกิจพลังงาน อุตสาหกรรม การเกษตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สอดคล้องกับการเปิดเผยตัวเลขล่าสุดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยสำนักงานสถิติรัฐบาลนครซีอาน เปิดเผยว่า ซีอานมีรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งหมด รวมแล้วคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเฉลี่ยแล้วคิดเป็นจำนวนกว่า 100 ล้านคนต่อปี ที่แวะเวียนมาเที่ยวที่ซีอาน

กำแพงเมืองซีอาน คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน ทำหน้าที่ปกป้องเมืองจากอริศัตรูมากว่า 600 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยต้นราชวงศ์หมิง ว่ากันว่ากำแพงแห่งนี้คือป้อมปราการทางทหารโบราณที่ดีเยี่ยม และมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในโลกขณะนี้ เพราะมีความสูงจากพื้นดินถึง 12 เมตร มีความยาวโดยรอบ 13 กิโลเมตร มีทางเดินกว้างถึง 14 เมตร มีช่องยิงธนูมากถึง 5,800 ช่อง มีคูน้ำล้อมรอบ และมีประตูเข้าออกเพียง 4 ทิศ ซึ่งทุกทิศมีกลไกประตูที่สามารถล้อมกรอบให้ข้าศึกหลงเข้ามาติดกับในพื้นที่สังหาร และด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ ทำให้ซีอานเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงยาวนานถึง 13 ราชวงศ์

ซีอาน พิพิธภัณฑ์ฟ้ากว้าง

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2,200 ปีที่แล้ว ประเทศจีนมีการแบ่งแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ หากแต่ว่าในสมัยของจักรพรรดิฉินสื่อหวง หรือที่รู้จักกันในนาม “จิ๋นซีฮ่องเต้” ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) ได้รวบรวมแว่นแคว้นเหล่านั้นเข้าด้วยกัน และได้มีการปฏิวัติการเมือง เศรษฐกิจ และภาษาให้เป็นระบบเดียวกัน โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองเซี่ยงหยาง (Xiangyang) ซึ่งก็คือเมืองซีอานในปัจจุบัน จึงนับได้ว่าราชวงศ์ฉินคือราชวงศ์ลำดับแรกสุดที่ตั้งราชธานีอยู่ที่ซีอาน ถึงแม้จะเป็นราชวงศ์ที่ขึ้นครองอำนาจเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น แต่จักรพรรดิจิ๋นซีก็ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกไว้ถึงสองสิ่งด้วยกัน อันได้แก่ กำแพงเมืองจีน และสุสานฝังพระศพของพระองค์ ซึ่งถูกขุดค้นพบเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ในหมู่บ้านซีหยาง ซึ่งอยู่ห่างออกไป 35 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองซีอาน ด้วยความบังเอิญของชาวนาที่ชื่อว่า “นายหยาง” นั่นเอง

นับตั้งแต่ได้มีการขุดค้นพบสุสานแห่งนี้ ก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์และผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากนักโบราณคดี ซึ่งสรุปตรงกันว่า สุสานแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 2,200 ปี ตรงกับสมัยของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งหุ่นทหารดินเผาเหล่านี้สร้างขึ้นตามความเชื่อที่ว่าเมื่อจักรพรรดิจิ๋นซีสิ้นพระชนม์ กองทหารเหล่านี้ก็จะตามไปปกป้องยังปรโลก จากการรวบรวมโบราณวัตถุที่ขุดค้นทั้งหมดพบว่า มีกองทหารม้าดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึกถึง 8,000 กว่าชิ้น บนเนื้อที่กว่า 2.5 หมื่นตารางเมตร และเมื่อประติดประต่อแผนผังการจัดวางสุสานก็ยังพบอีกว่า สุสานแห่งนี้อาจมีเนื้อที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่านั้น นั่นหมายความว่าใต้ผืนดินที่ยังไม่ได้ทำการขุดค้น ยังคงซุกซ่อนกองทหารม้าอีกจำนวนมากมายมหาศาล หากแต่ว่ารัฐบาลจีนได้ยุติการขุดค้นใน

ซีอาน พิพิธภัณฑ์ฟ้ากว้าง

ส่วนที่เหลือ เพราะไม่สามารถหาวิธีการรักษาสีสันบนตัวทหารม้าได้ ซึ่งเมื่อถูกอากาศและแสงแดดจะซีดหายไปในระยะเวลาไม่ถึงสัปดาห์ และในส่วนสุสานของจักรพรรดิจิ๋นซีนั้น มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า ภายในสุสานได้มีการจำลองเมืองมาไว้ภายในหลุมพระศพ และมีการสูบปรอทจำนวนมากมาจำลองเป็นแม่น้ำ สอดคล้องกับในปัจจุบันที่ได้มีการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจพบว่า ลึกลงไปใต้สุสานเต็มไปด้วยสารปรอทเข้มข้น ซึ่งมีระดับที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นในปัจจุบันสุสานแห่งนี้จึงยังไม่มีการขุดค้นแต่อย่างใด

จักรพรรดิจิ๋นซีได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปฐมกษัตริย์ที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ถึงแม้ว่าหลายคนจะให้สมญานามว่าเป็น ทรราช แต่ในช่วงรัชสมัยที่จักรพรรดิจิ๋นซีดำรงตำแหน่งอยู่นั้น ถือได้ว่าเป็นรัชสมัยที่มีการขยายความสัมพันธ์ไปสู่ดินแดนอันไกลโพ้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อประเทศจีนในปัจจุบัน อันมีต้นกำเนิดจากคำว่า “ฉิน” จากนั้นกลาย “ไชนา” ในภาษาอังกฤษ และเป็น “จีน” ในภาษาไทยนั่นเอง

 


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์