
สุวรรณา เอี่ยมพิกุล ปลูกหญ้าทะเลให้พะยูนไม่สูญพันธุ์
“พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวใหญ่ น่ารัก น้ำหนักมากเคลื่อนไหวเชื่องช้า จึงมักเป็นเหยื่อของสัตว์ชนิดเดียวกัน
โดย...วราภรณ์
“พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวใหญ่ น่ารัก น้ำหนักมากเคลื่อนไหวเชื่องช้า จึงมักเป็นเหยื่อของสัตว์ชนิดเดียวกัน รวมทั้งมนุษย์ด้วย ที่ จ.ตรัง พบพะยูนซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์ต้องตายลงเป็นตัวที่ 4 ของปีนี้แล้ว ด้วยเล็งเห็นถึงความน่ารัก ประกอบกับรักธรรมชาติมาตั้งแต่เด็กๆ ดึงดูดให้ สุวรรณา เอี่ยมพิกุล เจเนอเรชันที่ 2 ของเบอร์แทรมเคมิคอล (1982) ผู้ผลิตและจำหน่ายยาดมเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ คิดทำโครงการ “ปลูกหญ้าทะเลให้พะยูน” ที่ จ.ตรัง โดยชักชวนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติไปปลูกหญ้าทะเลเพื่อเป็นอาหารให้พะยูน ครั้งที่ 2 เพื่อการอนุรักษ์พะยูนไม่ให้สูญพันธุ์
ปลุกจิตสำนึกให้รักธรรมชาติ : จิตสำนึกเรื่องรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในตัวสุวรรณาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ควรปลูกฝังให้พนักงานในบริษัทร่วมกันรักธรรมชาติด้วย
“ดิฉันรักและชอบธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ จึงอยากผลักดันความชอบส่วนตัวให้พนักงานในบริษัทรักสิ่งแวดล้อมไปด้วย จุดเริ่มต้นที่ชอบสัตว์ ตอนเด็กๆ ที่บ้านจะเลี้ยงไก่ เป็ด ปลา สุนัข แล้วก็แมว เมื่อกลับมาจากโรงเรียนก็วิ่งเล่น จับปลาที่ขึ้นมาจากคลองช่วงฝนตก เป็นชีวิตที่สนุกมาก เหมือนเราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆ พอเรียนหนังสือจบก็มุ่งมั่นกับการทำงาน พอแต่งงานมีลูก ลูกเรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์ซึ่งพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมาก ลูกสาวก็หันมาไม่รับประทานทูน่าและหูฉลาม เราก็เกิดความสงสัยถามว่าทำไมไม่กิน พอลูกเริ่มทำแบบนั้นเราสนับสนุนเต็มที่เพราะเป็นสิ่งที่เราอยากทำอยู่แล้ว คือการมองออกไปจากตัวเอง มองไปที่คนและสัตว์”
ความเผื่อแผ่ไปถึงผู้อื่น สุวรรณาจึงอยากทำกิจกรรมเพื่อสังคม เริ่มด้วยการรวมกลุ่มพนักงานในบริษัทไปปลูกป่าชายเลนที่ จ.สมุทรสาคร เนื่องจากป่าชายเลนแถวนั้นถูกถางนำไปทำฟาร์มกุ้งโดยนักลงทุนชาวต่างชาติ
“สมัยนั้นชาวบ้านไม่รู้ก็ถางป่าไปทำฟาร์มกุ้งกันหมด เหลือแต่บ้านกำนันที่ไม่ได้มีการถางป่า ป่าโดนถางไปเยอะมาก เวลามีพายุมาก็พัดบ้านพัง พอชาวบ้านแห่ไปทำฟาร์มกุ้งกัน ราคากุ้งก็ตก นักธุรกิจชาวต่างชาติพอกอบโกยเงินไปเยอะแล้วก็กลับประเทศไป เหลือแต่เพียงป่าชายเลนที่ถูกทำลาย เราจึงพาพนักงานไปช่วยกันกับชาวบ้านปลูกป่าชายเลนที่อัมพวา จากบริษัทเดียวกลายเป็นหลายบริษัทช่วยกันปลูกป่าชายเลนกันมากขึ้น”
ปลูกหญ้าให้พะยูน : สำหรับโครงการอนุรักษ์พะยูนและสิ่งแวดล้อม ที่สุวรรณาเริ่มเมื่อปีที่แล้ว โดยชักชวนผู้ที่สนใจมาร่วมทำกิจกรรมอนุรักษ์พะยูนไม่ให้สูญพันธุ์ ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค. ยกทีมกันไป 40 คน เพื่อไปช่วยกันปลูกหญ้าทะเลให้พะยูน จุดเริ่มต้นของการเห็นความน่ารักเริ่มจากการได้ชมความน่ารักของพะยูนที่ออสเตรเลีย
“ดิฉันเคยไปดูชีวิตของพะยูนที่ออสเตรเลีย เพราะสัตว์โปรดของลูกคือ โลมา และพะยูน เราจึงพากันไปดูชีวิตที่ออสเตรเลียเป็นชีวิตชายฝั่ง นักวิทยาศาสตร์ไปศึกษากันที่เพิร์ธ ได้ไปชมแล้วรู้สึกน่ารักและประทับใจมาก จึงรักพะยูนมาตั้งแต่ตอนนั้น พอรู้ว่าเมืองไทยที่ จ.ตรัง มีพะยูน เราเลยเริ่มโครงการไปปลูกหญ้าให้พะยูน เพราะพะยูนเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวได้ช้าและกินจุมาก คนบางกลุ่ม เช่น คนจีน เชื่อว่าน้ำตาพะยูนจะทำให้ฟิต คนจึงไปจับมันมาแล้วตีเพื่อนำน้ำตามาทำยาบำรุง พอเรารู้ว่าที่ตรังมีพะยูนจึงร่วมมือกันกับเพื่อนในแฟนเพจไปปลูกหญ้าให้พะยูนเมื่อปีที่แล้ว ครั้งนั้นไม่เจอพะยูนซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์เต็มทีแล้ว เราต้องนั่งเรือไปไกลจากชายฝั่งมากเพื่อไปปลูกหญ้าให้เขา เราต้องปลูกกันเร็วเพราะน้ำจะขึ้นเร็วมาก จากนั้นเราก็ติดตามผล และทราบข่าวว่าตั้งแต่ต้นปีมีพะยูนมาเกยตื้นตาย 5 ตัวแล้ว ล่าสุดเราติดต่อกับกรมประมงเพื่อนำหญ้าทะเลไปปลูกให้พะยูนได้กิน เพื่อให้มันได้ดำรงชีวิตอยู่ เราเชื่อว่าฝูงสุดท้ายที่เหลืออยู่มีประมาณ 50 ตัวเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันอนุรักษ์ นอกจากช่วยปลูกหญ้าแล้วเรายังมอบเงินจากการบริจาคของเพื่อนๆ นำไปเพาะปลูกให้พะยูนต่อไปด้วย ถ้าคนใส่ใจพะยูนเยอะๆ น่าจะเป็นจุดทำให้คนตระหนักถึงการอนุรักษ์พะยูนให้มากขึ้น”
ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ : นอกจากหาแนวทางช่วยอนุรักษ์พะยูนแล้ว สุวรรณายังสนใจการขี่จักรยานเพื่อชมธรรมชาติ ตามแนวคิด “ทำชีวิตให้ช้าลง และมองโลกให้กว้างขึ้น” การปั่นจักรยานยังเป็นกีฬาเอกซ์ตรีมที่สร้างความตื่นเต้น และได้ผจญภัยอีกด้วย เธอจึงชักชวนเพื่อนๆ น้องๆ มาตั้งเป็นชมรม “เพพเพอร์มินท์ ไบค์” ทำกิจกรรม เช่น “ปั่นสบาย สบาย สไตล์เพพเพอร์มินท์ ฟิลด์” ไปชื่นชมธรรมชาติที่พัทยา และที่สวนผึ้ง
“ดิฉันชอบขี่จักรยานมาก ขณะที่ขี่จักรยานเราได้ชมธรรมชาติไปด้วยเหมือนเล่นสกีเลย ครั้งล่าสุดไปขี่กันที่สวนผึ้งธรรมชาติสวยงามมาก ไม่น่าเชื่อว่านี่คือเมืองไทย เมื่อขี่แล้วทำให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ถ้าเราขับรถขึ้นไปมันเป็นการทำลายธรรมชาติ เพราะเมื่อคนไป ขยะ มลภาวะก็ตามขึ้นไปในธรรมชาติ ขี่จักรยานเหมือนเราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกดี เราจึงชักชวนพนักงานให้ไปขี่จักรยานกัน ขี่สบายๆ ไปชมธรรมชาติ ขี่เลียบทางด่วนรามอินทรา ทำให้เข้าใจคนเดินถนนช่วงหน้าฝนมากๆ อีกทั้งทำให้เราได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ในกลุ่มแบบไม่แบ่งว่าผู้หญิง ผู้ชาย หรือมีหน้าที่อะไร เราคุยสื่อสารกันได้ทั้งหมด ทำให้เราไม่ได้ดูคนแต่ภายนอก แต่ดูลึกเข้าไปถึงจิตใจของเขาจากการพูดคุย เราเลยทำโครงการ ใช้ชีวิตให้ช้าลง เห็นโลกให้กว้างขึ้น ปกติดิฉันขี่จักรยานวันเสาร์อาทิตย์ที่สวนลุมพินี ขี่หลัง 10 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น เหมือนเป็นการออกกำลังกายขาเพื่อให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรง เราจะได้ไปออกทริปใหญ่ๆ ได้ คือได้ประโยชน์หลายอย่างจากการปั่นจักรยานค่ะ”







