
ร้อนร้อน
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
อากาศร้อนอะไรเยี่ยงนี้ ค่าไฟฟ้าพุ่งกระฉูด ใครทำงานอยู่ในห้องแอร์เย็นช่ำก็สบายไป ระยะนี้ปูยังรีบไปทำงานเร็วเลย จะได้ไปตากแอร์ในที่ทำงาน ประหยัดไฟที่บ้านอ่ะ...อิอิ แต่ที่บ้านปูคอยยังชั่วหน่อยเพราะยังพอมีต้นไม้ บ่อน้ำ และลมพัดมาเบาๆ ให้คลายร้อนได้บ้าง สงสารพวกที่เขาต้องทำงานกลางแดดเนอะ หรือไม่ก็บ้านสังกะสี บ้านเช่าไม่มีแอร์มีแต่พัดลม
พัดลมเนี้ยก็ตัวนำพาความร้อนเลยอ่ะ ยิ่งพัดยิ่งร้อนอ่ะ น้องที่ล้างแอร์แนะนำมาว่าต้องเอาตัวหนึ่งพัดออกไปข้างนอกเพื่อดูดลมร้อนให้ออกไปนอกตัวห้อง ตัวหนึ่งพัดเข้าใส่มาที่ตัวเลย และอีกตัวหนึ่งส่ายไปส่ายมาเพื่อระบายอากาศ โห...! เยอะ เยอะ แล้วถ้าแอร์บ้านไหนดังมาก นั้นคือสัญญาณของความสกปรกแหล่ะ ฝุ่นเยอะต้องล้างสิ แอร์จะได้ไม่ทำงานหนักยืดอายุให้มันหน่อย มีคนเคยแนะวิธีผิดๆ ให้ปูด้วยการเปิดก่อนเลยที่ 20 แล้วสักพักค่อยปรับขึ้นเป็น 25 เพื่อประหยัดไฟ น้องช่างบอก “พี่ ถ้าพี่ลงวิ่งเร็วเลยโดยไม่มีการเดินหรือวิ่งเบาๆ เพื่อวอร์มก่อนเนี่ย พี่เหนื่อยมากมั้ยอ่ะ” แอร์ก็เหมือนกันพี่ มันจะพังเอานา พี่กดรีโมตไว้ที่ 25 นั้นแหละ รอให้แอร์มันปรับอุณหภูมิของมันเอง ถ้าใจร้อนรอไม่ไหวก็ให้เปิดพัดลมช่วยไล่อากาศร้อนให้มันหน่อย เพราะตอนนี้แอร์คงเอาไม่อยู่แน่ ก็อากาศมันร้อนซะขนาดเนี้ยอ่ะนะ
น้องเทพเป็นช่างแอร์ บอกเวลาไปล้างแอร์บ้านไหน ถ้าชอบมาด่ามาดูถูกเห็นพวกเขาเป็นขี้ข้านะ จะประชดประชันหรือไม่เข้าไปอีกเลย เล่าให้ฟังว่าไปล้างแอร์เจอสารพัดเจ้าของบ้านเรื่องเยอะ บางบ้านไปถึงเร็วก็บอกยังไม่ตื่น รอไปก่อนหงุดหงิดใส่อีก อ้าว...! ก็ต้องนั่งรอในรถจนกว่าเจ้าของบ้านจะเปิดให้เข้าไป บางทีไปถึงช้าเพราะรถติด ล้างแอร์แต่ละบ้านก็ต้องใช้เวลา ไม่ฟังไม่สนว่ารถจะติดมั้ย ฉันนัดเวลานี้ก็ต้องเวลานี้ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อยู่บ้านนั้นแหล่ะไม่ได้ไปธุระไหนซะหน่อย ด่าอย่างกะหมูกะหมา บางบ้านไม่เลื่อนของให้ด้วยต้องไปเสียเวลาเลื่อนอีก บางทีไปถึงสั่งให้เราเอาผ้าคลุมโซฟาให้หมดนะเดี๋ยวเลอะ หรือล้างชั้นสามโน่นก็ต้องใช้น้ำในห้องน้ำสำหรับฉีดล้างแอร์ สั่งเลยว่าห้ามทำห้องน้ำเปียก อ้าว...! ทำไงฟระ ไม่ให้ห้องน้ำเปียกก็ต้องใช้น้ำอ่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเช็ดให้ น้ำหยดนิดหน่อยก็โดนแล้ว บันไดที่ใช้ปีนล้างแอร์ก็ต้องมีถุงเท้าหุ้มขา เขากลัวพื้นบ้านเป็นรอย ไม้จะพอง มีบ้านหนึ่งเป็นเศรษฐีใหม่มั้งน้องว่า พื้นบ้านก็ไม่ใช่ไม้แต่เป็นวัสดุพวกเรซิ่นอ่ะ ให้เอาผ้าขี้ริ้วปูรองตลอด ยังกะพื้นมันจะไม่สึกงั้นแหล่ะ มีบ้านหนึ่งบังคับให้ใส่รองเท้าขนฟูๆ รองเท้าใส่เดินในบ้านอ่ะ เขาคิดว่าเรามาเที่ยวบ้านเขาหรือไงไม่รู้น่ะ เรามาทำงานใส่รองเท้าอย่างงี้หัวจะทิ่มเอาอ่ะดิ บ้างก็เวอร์เล็กๆ พอช่างมาจะปูพรมหนังสือพิมพ์ให้เดินเป็นทางเลยทั้งๆ ที่พื้นเป็นหินอ่อน ถ้าเลอะจะทำความสะอาดง่ายกว่ามั้ยอ่ะ เพราะถ้าหนังสือพิมพ์เปียกก็เละอยู่ดีอ่ะ แถมยังต้องมานั่งเก็บทำความสะอาดหนังสือพิมพ์ที่วางๆ ไว้อีก กลายเป็นทำความสะอาดหลายซับหลายซ้อนซะงั้น แล้วเป็นการเสี่ยงต่อคนทำงานอีกเพราะอาจลื่นล้มเวลาเดินทำงานหรือยกของอ่ะ ฮู้...! บางรายก็ขู่ว่า “กรูจะฟ้องเฮียให้ไล่มรึงออก” เพราะพวกมรึงทำบ้านกรูสกปรก “ผมก็ไม่เห็นจะสกปรกตรงไหนอ่ะ ผมก็ดูแลเช็ดล้างให้เสมอ อาจมีบ้างที่มีน้ำหยดเช็ดไม่หมดงิ” น้องเทพบอก “เอาเลยเฮีย ผมทำงานกะเถ้าแก่มาเป็นสิบปี เฮียว่าเขาจะเลือกใครอ่ะ” แหนะ! นี่มีเถียงเบาๆ บางทีก็ไม่เถียงเก็บความแค้นเอาไว้เพราะอยู่ในบ้านเขา วิธีที่ดีที่สุดคือวันหลังไม่ไปอีกแล้ว เฮ้อ...! คนเราเนอะจะใช้งานเขาพูดกะเขาดีๆ ก็ด้ายยย
บ้านไหนร้อนมากๆ หรือปลูกต้นไม้ไม่ค่อยขึ้น ปูเคยปรึกษาสถาปนิกและคนจัดสวนว่าทำไงดี พี่ๆ เขาก็แนะนำมาว่าให้ลองมีน้ำบ่อเล็ก บ่อน้อยเข้ามาเสริมหน่อย เพื่อเป็นการระบายอากาศร้อน ก็จะสามารถปลูกต้นไม้ไปได้รอดแล้วล่ะ ได้ผลจริงๆ นะ ปูเคยบอกแล้วไงว่าพลังงานและลมมันมักจะมาหยุดอยู่ตรงที่มีน้ำ บ้านไหนที่มีบ่อน้ำและต้นไม้จึงสบายกว่าบ้านตึกที่มีแต่ปูนและปูน แต่ถ้าเป็นบ้านปูนกลับถึงบ้านควรเปิดบ้านหรือเปิดพัดลมไล่ความร้อนที่มันอมไว้ในเวลากลางวันซะพักหนึ่งก่อนนะ แล้วค่อยเปิดแอร์ อย่างน้อยแอร์เราก็จะได้ไม่ทำงานหนักและเงินในกระเป๋าเราก็ไม่ต้องจัดหนักด้วยน่ะซิ







