
สุริยุปราคา 21 พ.ค. 2555
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
หากท้องฟ้าเป็นใจด้วยสภาพอากาศที่ปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆฝนบดบัง ดวงอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 2555 จะแตกต่างจากดวงอาทิตย์ขึ้นในวันอื่นๆ เนื่องจากจะเกิดสุริยุปราคาครั้งแรกของปีนี้ โดยเห็นดวงอาทิตย์แหว่งได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้ ซึ่งหลังจากปีนี้แล้ว คนในประเทศไทยจะไม่มีโอกาสสังเกตสุริยุปราคาไปอีกนานถึง 4 ปี
สุริยุปราคาเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ทำให้มีโอกาสเห็นดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ วันที่ 21 พ.ค. 2555 ดวงจันทร์อยู่ไกลจากโลกจนเงามืดของดวงจันทร์ยาวไม่พอที่จะสัมผัสผิวโลก จึงเกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งต่างจากสุริยุปราคาเต็มดวงตรงที่ไม่ทำให้ท้องฟ้ามืดสลัวลง ดวงอาทิตย์ยังคงส่องสว่างบนท้องฟ้า แต่เมื่อสังเกตด้วยวิธีต่างๆ จะเห็นดวงอาทิตย์เป็นรูปวงแหวน มีดวงจันทร์มืดๆ อยู่ตรงกลาง
พื้นที่ที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนอยู่ในแนวเส้นทางแคบๆ เริ่มต้นบริเวณอ่าวตังเกีย ลากผ่านพื้นที่บางส่วนของประเทศจีน ญี่ปุ่น ทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก แล้วไปสิ้นสุดในสหรัฐอเมริกา ทวีปเอเชียเห็นสุริยุปราคาในเช้าวันที่ 21 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีเวลาช้ากว่าเอเชียหลายชั่วโมง จะเห็นสุริยุปราคาในเย็นวันที่ 20 พ.ค. เมืองใหญ่ในทวีปเอเชียหลายเมืองอยู่ในเส้นทางสุริยุปราคาวงแหวน อาทิ กว่างโจว ฮ่องกง ไทเป โตเกียว โอซะกะ นะโงะยะ เคียวโตะ ฯลฯ ญี่ปุ่นตื่นตัวในการสังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากสำหรับเมืองหลวงโตเกียวแล้ว สุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้ห่างจากครั้งก่อนนานถึง 173 ปี
ในสหรัฐอเมริกา เงาคราสวงแหวนผ่านพื้นที่บางส่วนของหลายรัฐในอเมริกันเวสต์ ได้แก่ ออริกอน แคลิฟอร์เนีย เนวาดายูทาห์ แอริโซนา โคโลราโด นิวเม็กซิโก และเทกซัส มีการจัดกิจกรรมชมสุริยุปราคาในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง โดยสุริยุปราคาวงแหวนครั้งก่อนในสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นเมื่อ 18 ปีที่แล้ว
ประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ได้เช่นกัน แต่เห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน เฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเกิดสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์ขึ้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุดและเห็นได้นานกว่าภาคอื่น
จากการคำนวณพบว่าที่กรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทั้งดวงในเวลา 05.53 น. ถูกดวงจันทร์บังไปราว 1 ใน 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงอาทิตย์ โดยจะเห็นดวงอาทิตย์แหว่งทางซ้ายมือ ค่อนไปทางด้านล่าง จากนั้นสิ้นสุดสุริยุปราคาในเวลา 06.06 น. ขณะนั้นดวงอาทิตย์มีมุมเงยเหนือขอบฟ้าเพียง3 องศา
จ.เชียงใหม่ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา05.51 น. ถูกดวงจันทร์บังราว 1 ใน 3 ของขนาดดวงอาทิตย์ จากนั้นสิ้นสุดสุริยุปราคาในเวลา 06.12 น. ที่มุมเงย 5 องศา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.นครพนม น่าจะเป็นบริเวณที่มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุดสำหรับประเทศไทย ที่นั่นดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.30 น. ถูกดวงจันทร์บังราว 3 ใน 5 ของขนาดดวงอาทิตย์ จากนั้นสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 06.10 น.ที่มุมเงย 9 องศา
การสังเกตสุริยุปราคาบางส่วนต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากแสงอาทิตย์สามารถทำอันตรายต่อดวงตาของเราได้ สุริยุปราคาบางส่วนในเช้าวันที่ 21 พ.ค. ดวงอาทิตย์แหว่งตั้งแต่ขึ้นเหนือขอบฟ้า ช่วงนั้นดวงอาทิตย์เป็นสีแดงหรือส้ม อาจสังเกตด้วยตาเปล่าได้ แต่อย่าจ้องดูนาน เมื่อดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีขาว และมีความเข้มแสงมากขึ้น ให้หยุดดูด้วยตาเปล่าและอย่าดูผ่านกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ไม่มีแผ่นกรองแสงปิดหน้ากล้อง
การสังเกตที่ปลอดภัยที่สุดคือดูผ่านแผ่นกรองแสงที่ออกแบบมาสำหรับดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ ถ้าไม่มี สามารถใช้หน้ากากหรือแว่นตาที่ช่างเชื่อมโลหะใช้ แต่ต้องมีความทึบแสงมากพอ ดูแล้วสบายตา วัสดุอื่นๆที่หลายคนอาจคิดจะนำมาใช้แทน เช่น กระจกรมควัน แว่นกันแดด กระดาษห่อลูกอม แผ่นดิสเกต ฟิล์มเอกซเรย์ ฟิล์มถ่ายรูป ฯลฯ ล้วนไม่ปลอดภัยและควรหลีกเลี่ยง
นอกจากการสังเกตทางตรง ยังมีวิธีสังเกตทางอ้อม คือให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาไปตกที่ฉากรับภาพ หากไม่มีกล้อง สามารถสังเกตได้ด้วยหลักการของกล้องรูเข็ม โดยนำกระดาษมาเจาะเป็นรูขนาด 1 เซนติเมตร แล้วเอาไปประกบกับกระจกเงาด้วยเทปกาว จากนั้นนำกระจกเงาที่ปิดให้เหลือช่องขนาดเล็กนี้ไปรับแสงอาทิตย์ ให้แสงสะท้อนกระจกไปที่ผนัง ดวงกลมที่ปรากฏบนผนังคือภาพดวงอาทิตย์ มีลักษณะแหว่งเว้าตามสุริยุปราคาที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า การนำกระดาษมาเจาะรูให้แสงอาทิตย์ผ่านรูไปตกที่พื้นหรือผนังก็ให้ผลเหมือนกัน แต่การใช้กระจกเงาจะทำให้เราสามารถควบคุมตำแหน่งจุดตกของภาพได้ง่ายกว่า
สุริยุปราคาวันนี้เกิดขณะดวงอาทิตย์ขึ้น และสิ้นสุดลงไม่นานหลังดวงอาทิตย์ขึ้นจึงต้องแน่ใจว่าสังเกตจากสถานที่ที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย เปิดโล่ง ไม่มีสิ่งใดบดบัง หรือสังเกตจากอาคารสูงที่ไม่มีอาคารใกล้เคียงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจุดสังเกต
หลังจากสุริยุปราคาในปีนี้ ประเทศไทยจะว่างเว้นจากสุริยุปราคาไปอีกนานถึง 4 ปี สุริยุปราคาครั้งถัดไปสำหรับประเทศไทยเกิดขึ้นในเช้าวันพุธที่ 9 มี.ค. 2559 วันนั้นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงพาดผ่านเกาะต่างๆ ของอินโดนีเซีย ภาคใต้จึงมีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากกว่าภาคอื่นๆ
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (วันที่ 13–20 พ.ค.)
ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำมีดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้า ดาวศุกร์อยู่ทางทิศตะวันตกในกลุ่มดาววัว มีตำแหน่งเยื้องไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ กลางสัปดาห์ดาวศุกร์ตกลับขอบฟ้าราว 2 ทุ่มครึ่งดาวศุกร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น จึงสังเกตได้ว่ามีมุมเงยต่ำลง เมื่อเทียบตำแหน่งในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน
ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต เห็นอยู่เหนือศีรษะในเวลาหัวค่ำ จากนั้นตกลับขอบฟ้าในเวลาตี 1 ครึ่ง ดาวเสาร์อยู่ใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว เวลาหัวค่ำดาวเสาร์อยู่ทางทิศตะวันออกที่มุมเงยประมาณ 45 องศา จากนั้นเคลื่อนไปอยู่สูงทางทิศใต้ในเวลา 4 ทุ่ม แล้วตกลับขอบฟ้าราวตี 4
สัปดาห์นี้จะเข้าสู่ครึ่งหลังของข้างแรม ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดโดยสว่างครึ่งดวงในวันแรกของสัปดาห์ จากนั้นส่วนสว่างของดวงจันทร์จะลดลงจนกลายเป็นเสี้ยว และเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นทุกวัน เช้ามืดวันเสาร์ที่ 19 พ.ค.น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวบางๆ อยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก ก่อนจันทร์ดับในวันจันทร์ที่ 21 พ.ค. ซึ่งจะเกิดสุริยุปราคา







