
ราชายูโรปา ลีก
โดย...จาด้า
โดย...จาด้า
หนึ่งในศูนย์หน้าที่เนื้อหอมที่สุดในเวลานี้ คงจะหนีไม่พ้น ราดาเมล ฟัลเกา เพราะจะมีสักกี่คนที่เป็นกำลังสำคัญพาต้นสังกัดซิวแชมป์ยูโรปา ลีก ได้ 2 ปีซ้อน
ความจริงแล้วหัวหอกทีมชาติโคลัมเบีย เริ่มเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่สมัยที่อยู่กับปอร์โต แต่หลังจากที่เขาย้ายมาเล่นให้แอตเลติโก มาดริด ก็ดูเหมือนว่าเส้นกราฟในการเล่นอาชีพของเขาจะดียิ่งขึ้นไปอีก
การเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ “ตราหมี” ถล่ม แอทเลติก บิลเบา 30 ในรอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ที่กรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก็คงเป็นการพิสูจน์ได้ดีว่าเขาเป็นคีย์แมนในทีมของ ดีเอโก ซิเมโอเน อย่างแท้จริง
ฟัลเกาจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการเป็นดาวซัลโวที่ 12 ประตู และกลายเป็นคนแรกที่ได้ตำแหน่งนี้ 2 ปีซ้อน หลังจากที่ฤดูกาล 2010-2011 เขาซัดให้ปอร์โตได้แชมป์ด้วยสถิติ 17 ประตู
ขณะที่ผลงานในลาลีกาของหัวหอกวัย 26 ปี ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เพราะก่อนลงสนามนัดสุดท้ายด้วยการไปเยือน บียาร์เรอัล ในคืนนี้ ฟัลเกาทำไปแล้วถึง 23 ประตู ซึ่งทำให้เขาเป็นรองเพียงแค่ซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด เท่านั้น ในตารางดาวซัลโวลีก
นับว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สำหรับผู้เล่นคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาเล่นให้กับสโมสรเป็นปีแรก
“ผมรู้จักกับราดาเมลมาตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็ก ผมมีเขาร่วมทีมที่ริเวอร์เพลท (เมื่อปี 2008) ซึ่งเราคว้าแชมป์ลีกด้วยกัน ผมรักเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่แค่นักเตะและก็ชื่นชมเขาด้วย สำหรับเขาแล้วมันไม่มีเพดานสำหรับความทะเยอทะยาน” ซิเมโอเน ยกย่องลูกทีมคนเก่ง
ไม่เพียงแค่กุนซือชาวอาร์เจนไตน์เท่านั้นที่ออกมากล่าวชมฟัลเกา เพราะสื่อทั้งในแดนกระทิงดุและโคลัมเบีย ต่างก็พร้อมใจกันสรรเสริญถึงความยอดเยี่ยมของดาวเตะฟอร์มฮอตเป็นการใหญ่
สมญานามที่เขาได้รับจากแฟนๆ ก็คือ “El Tigre” หรือ “เจ้าเสือ” ซึ่งมาจากความเฉียบคมในการล่าตาข่ายนั่นเอง โดย เปป กวาร์ดิโอลา ยอดโค้ชของบาร์เซโลนา ถึงกับกล่าวชมฟัลเกา ว่าเป็นศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของโลกในกรอบเขตโทษเลยทีเดียว
แฟนบอลจำนวนไม่น้อยรู้สึกประหลาดใจตอนที่เขาตัดสินใจย้ายจากปอร์โตมาเล่นในถิ่นบิเซนเต กัลเดรอน ทั้งที่มีโอกาสเล่นให้กับทีมได้สิทธิเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ฮอร์เก นูโน ปินโต ดา คอสตา ประธานปอร์โต เคยประณามฟัลเกาว่าเป็นพวกเห็นแก่เงิน และที่ย้ายทีมไปเล่นให้กับแอตเลติโก ก็เป็นเพราะต้องการได้ค่าเหนื่อยก้อนโตเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องความทะเยอทะยานเรื่องถ้วยรางวัล
อย่างไรก็ตาม ฟัลเกาก็ได้โอกาสตอบโต้อย่างเจ็บแสบหลังจากที่ได้ชูโทรฟียูโรปา ลีก 2 ปีซ้อน
“บางคนบอกว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ผมเลือกมาที่แอตเลติโก แต่ตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่า คนที่วิจารณ์ผมต่างหากที่ผิดไป และนี่ก็เป็นทางที่ดีที่สุดที่จะแสดงให้เห็นแบบนั้น”
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตอนนี้ฟัลเกาคือขวัญใจคนใหม่ของกองเชียร์ตราหมีแทนที่ของ เซร์จิโอ อกูเอโร “กุน” ที่ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี และกำลังจะได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในคืนนี้
ทว่า ความกังวลก็เริ่มก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีข่าวว่าสโมสรอาจจำใจต้องปล่อยดาวยิงคนเก่งออกจากทีมทั้งที่มาอยู่ได้แค่ปีเดียว เนื่องจากแอตเลติโกยังติดหนี้ปอร์โตอยู่
หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าเงินรายได้จากการขาย “กุน” สโมสรต้องนำไปจ่ายให้สรรพากรหมด แต่กระนั้นก็ตามบัญชีหนี้ตัวแดงของพวกเขาก็ยังมีอยู่สูงถึงราว 250 ล้านยูโร (ราว 1 หมื่นล้านบาท)
หนังสือพิมพ์ “Record” ของโปรตุเกส อ้างว่า แอตเลติโกเพิ่งจะจ่ายค่าตัวของฟัลเกาให้ปอร์โตไปแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น หลังจากที่ตกลงซื้อมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ราว 1,600 ล้านบาท)
เรื่องนี้ ราดาเมล การ์เซีย พ่อของกองหน้าพรสวรรค์สูง ให้ความเห็นว่า อนาคตของลูกชายนั้นอยู่ในมือของบอร์ดบริหารทีมตราหมี แม้ว่าฟัลเกาจะมีความสุขกับชีวิตในเมืองหลวงของสเปนและรักแฟนบอลทุกคนก็ตาม
ว่ากันว่า นอกจาก “เรือใบสีฟ้า” เชลซี และ ลิเวอร์พูล แล้ว ตอนนี้ ยูเวนตุส และ อินเตอร์ ก็เป็นอีกสองทีมที่ส่งสัญญาณว่าต้องการดึงสตาร์แอตเลติโกมาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ดูจากความเป็นไปได้แล้ว หากฟัลเกาจะอำลาถิ่นบิเซนเต กัลเดรอน จริง ก็น่าจะย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกมากกว่า เพราะน่าจะเข้ากับสไตล์การเล่นได้ดีกว่าในลีกอิตาลี และทีมที่ดูจะมีลุ้นมากกว่าใครเพื่อนก็คงเป็นแมนฯ ซิตี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาตัดสินใจโละ มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกแบดบอยทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้
ขณะที่กูรูลูกหนังส่วนใหญ่เชื่อว่า หากแอตเลติโกไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ฟัลเกาจะไม่อยู่ต่อ ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะเป็นอย่างนั้นเสียด้วย เพราะล่าสุดพวกเขาตามหลัง มาลากา ทีมอันดับ 4 อยู่ 2 แต้ม
นัดสุดท้ายของลาลีกาคืนนี้ ตราหมี จะเยือน บียาร์เรอัล ขณะที่ มาลากา จะเปิดบ้านต้อนรับ กิฆอน ทีมท้ายตารางที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นด้วย
นอกเหนือจากปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว โอกาสที่จะได้ไปเล่นในถ้วยใบใหญ่ของยุโรป ก็น่าจะเป็นตัวแปรที่ทำให้ฟัลเกาต้องเก็บข้าวของอำลาแอตเลติโกได้ แม้ว่าเขาจะเป็นที่รักของแฟนๆ มากเพียงใดก็ตาม







