
แม่มี
โดย...กาญจน์ อายุ
โดย...กาญจน์ อายุ
เมื่อไม่นานมานี้ได้นำเสนอเรื่องงานประเพณีปอยส่างลองที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ประเพณีท้องถิ่นประจำปีที่จะเกิดขึ้นทุกต้นเดือน พ.ค. และได้เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวปายอย่างที่ “ปายเป็น” มิใช่ไปเพื่อเดินถนนคนเดินหรือถ่ายรูปตามร้านกาแฟที่มนุษย์สร้างขึ้น ในวันนี้จะนำเสนอความน่าสนใจในปายอีกครั้ง แต่จะขยายความน่าสนใจให้กว้างขึ้นจากสิ่งที่ปายเป็นมาเป็นสิ่งที่ “แม่ฮ่องสอนมี”
อ.ปาย อำเภอที่น่าจะดังที่สุดของ จ.แม่ฮ่องสอน และเป็นอำเภอเดียวที่มี “แกรนด์แคนยอน” สร้างความฉงนใจในทันใดเมื่อได้ยินคำนี้ แต่พอได้เห็นกับตากลับฉงนยิ่งกว่า ฉงนว่า “ปายมีแบบนี้ด้วยหรือ”
“กองแลน” หรือแกรนด์แคนยอนเมืองปาย เป็นความน่าอัศจรรย์ที่เกิดจากธรรมชาติ เมื่อกระแสลมค่อยๆ พัดเซาะเนินดินจนกลายเป็นผาดินรูปร่างประหลาด ด้านบนผามีพื้นที่กว้างพอให้เดินชมความอัศจรรย์ได้ บ้างเป็นพื้นราบ บ้างเป็นเนินสูงชัน การเดินบนสันผาต้องใช้สติพอดู เพราะบางช่วงเป็นทางเดินแคบๆ และดินบริเวณนี้ลื่นจึงต้องใช้การทรงตัวและสมาธิทุกก้าวที่เดิน เพราะถ้าก้าวพลาดก็หมายถึงร่วง และแม้ว่าในหน้าร้อนทุกที่ที่ปายจะร้อนระอุในเวลากลางวัน แต่ที่กองแลนจะมีลมพัดอยู่ตลอดเวลาซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมกองแลนถึงมีรูปร่างเช่นนี้ และด้วยบรรยากาศที่ดี เงียบสงบ ทำให้กองแลนเป็นสถานที่นัดเดตของหนุ่มสาวมานั่งคลอเคลียรอชมตะวันลับขอบผาดิน
อีกหนึ่งอำเภอที่น่าจะคุ้นหูกันอยู่บ้าง “ปางมะผ้า” จ.แม่ฮ่องสอน ในอำเภอนี้มีแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ “สถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด” ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีสายน้ำลอดผ่าน ทำให้ต้องโดยสารแพไม้ไผ่เข้าไปแต่ความสวยงามด้านในต้องใช้เท้าเดินชม ถ้ำจะแบ่งเป็นสามส่วน ได้แก่ ถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน ถ้ำที่ค้นพบโลงศพไม้สักที่เชื่อกันว่าใช้ฝังศพมนุษย์โบราณ ซึ่งใน อ.ปางมะผ้า มีถ้ำผีแมนในลักษณะนี้ถึง 74 ถ้ำ แต่มีเพียงถ้ำน้ำลอดเท่านั้นที่สามารถเข้าชมได้สะดวกที่สุด
ภายในถ้ำจะเป็นที่อาศัยของปลาจำนวนมาก ขนาดของมันใหญ่เพราะมีแต่คนให้อาหารแต่ไม่มีคนจับกิน มันจะว่ายตามแพเพื่อขออาหารจากคนและมันจะว่ายวนอยู่ภายในถ้ำเช่นนั้นไม่ออกไปไหน
ระหว่างทางที่ฝีพายพาแพไปยังอีกปลายหนึ่งของถ้ำ เป็นเส้นทางที่ให้อารมณ์เหมือนตัวคุณอยู่ในหนังผจญภัยเรื่องไหนสักเรื่อง ลองจินตานาการภาพตาม...ผู้ชายร่างใหญ่ยืนดันแพที่ท้ายเรือด้วยไม้ไผ่ทรงยาว ข้างหน้านำทางด้วยตะเกียงจ้าวพายุที่สว่างไสว รอบกายมืดมิดและปกคลุมไปด้วยผนังถ้ำขรุขระ ทว่าด้านหน้าเป็นแสงสว่างที่สาดเข้ามาจากปลายอุโมงค์ มันเหมือนกับว่าทุกคนที่อยู่บนแพเป็นผู้รอดชีวิตและรู้สึกดีใจที่ได้เห็นแสงสว่างนั้น ท่านผู้อ่านอ่านแล้วอาจจะคิดว่ามันน่าเหลือเชื่อ แต่คุณเชื่อเถิดเพราะทุกคนบนแพรู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน
และที่ขอบ จ.แม่ฮ่องสอน กินเข้าไปใน จ.เชียงใหม่ อ. “กัลยาณิวัฒนา” มีป่าสน “ธรรมชาติ” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถมานอนพักและชื่นชมบรรยากาศของทิวสนได้ ภายในโครงการเรียงรายไปด้วยป่าสนสองใบและสามใบ ด้านในมีบึงน้ำขนาดใหญ่ และโครงการยังมีบริการห้องพัก จักรยานให้เช่า และร้านสวัสดิการไว้บริการนักท่องเที่ยว
ป่าสนในหน้าร้อนอาจเห็นใบมีหลายสีเพราะบ้างเป็นสีเขียว แต่บางต้นก็กลายเป็นสีแดงเพราะแดดเผา แต่ถ้าใครได้อยู่ใต้ร่มเงาของป่าสนแล้วคุณจะไม่รู้สึกถึงความร้อนของดวงอาทิตย์เลย เพราะต้นสนมีขนาดสูงใหญ่และขึ้นติดๆ กันหนาแน่น แสงแดดจึงทะลุลงสู่พื้นดินเพียงแค่รำไรผิดกับกระแสลมใต้ต้นสนที่พัดให้ร่มเย็นจนลืมฤดูร้อน
ทั้งสามอำเภอมีดีต่างกัน แต่เหมือนกันตรงที่ทุกที่ล้วนเกิดจากธรรมชาติ ทั้งป่า ผา และถ้ำ ทุกสิ่งถูกสร้างมาให้สิ่งมีชีวิตบนโลกได้พึ่งพิง ดังนั้นการเที่ยวในสิ่งที่แม่ฮ่องสอนมีต้องรักษาให้ “แม่ฮ่องสอนมีตลอดไป” เพราะเมื่อธรรมชาติมี สิ่งมีชีวิตก็จะมีที่พึ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งคน
นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวใน จ.แม่ฮ่องสอน ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 05-361-2982-3 หรือแวะเวียนหาข้อมูลด้วยตัวเองในเว็บไซต์ www.travelmaehongson.org







